TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ผ่าคลอด ไม่เครียด!นี่เลยวิธีเตรียมก่อนผ่าและดูแลแผลผ่าคลอดให้หายไวไม่นูนแดง

บทความ 3 นาที
ผ่าคลอด ไม่เครียด!นี่เลยวิธีเตรียมก่อนผ่าและดูแลแผลผ่าคลอดให้หายไวไม่นูนแดง

ผ่าคลอด กังวลจัง กำหนดคลอดก็รู้แล้ว วันคลอดก็ใกล้เข้ามาทุกที ยิ่งผ่าคลอดด้วย ลูกจะปลอดภัยไหม ตัวเองจะปลอดภัยไหม สารพัดคำถามที่ผุดขึ้นมากมายในหัว เป็นเรื่องธรรมดาของคุณแม่ ที่กำลังจะผ่าคลอด(อันที่จริงคลอดธรรมชาติก็เป็น) ความตื่นเต้นและกังวลมาแบบปนๆ กัน แต่เอาละเรามีข้อมูลดีๆ มาช่วยคลายความกังวลเรื่องผ่าคลอดค่ะ

ผ่าคลอด อย่าเครียด!

ผ่าคลอด อย่าเครียด!นี่เลย! วิธีเตรียมตัวก่อนผ่าและดูแลแผลผ่าคลอดให้หายไวไม่นูนแดง  

ผ่าคลอด กังวลจัง กำหนดคลอดก็รู้แล้ว วันคลอดก็ใกล้เข้ามาทุกที ยิ่งผ่าคลอดด้วย ลูกจะปลอดภัยไหม ตัวเองจะปลอดภัยไหม สารพัดคำถามที่ผุดขึ้นมากมายในหัว เป็นเรื่องธรรมดาของคุณแม่ ที่กำลังจะผ่าคลอด(อันที่จริงคลอดธรรมชาติก็เป็น) ความตื่นเต้นและกังวลมาแบบปนๆ กัน แต่เอาละเรามีข้อมูลดีๆ มาช่วยคลายความกังวลเรื่องผ่าคลอดค่ะ

 

ผ่าคลอด 1

 

ผ่าคลอดแนวตั้ง

ปกติการผ่าคลอด จะต้องผ่าลงไปถึง 7 ชั้น โดยผ่าตัดเนื้อผ่านชั้นผิวหนัง จากนั้นก็ลงไปเจอไขมันใต้ผิวหนัง ตามด้วยเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อ เยื่อหุ้มช่องท้อง ผนังเยื่อหุ้มมดลูก และกล้ามเนื้อมดลูกซึ่งเป็นชั้นสุดท้าย การผ่าตัดแนวตั้งจะผ่าจากใต้สะดือลงมาถึงช่วงกลางหัวหน่าว ความยาวแผลประมาณ 10 เซนติเมตร การลงแผลแนวนี้จะผ่านเนื้อเยื่อหลายชั้น จนสามารถเข้าช่องท้องได้ง่าย การลงแผลแนวตั้งจะช่วยแหวกกล้ามเนื้อได้โดยไม่ฉีกขาด

ผ่าคลอดแนวตั้ง ดีอย่างไร

  • เป็นแนวแผลมาตรฐานสามารถผ่าตัดอวัยวะอื่นในช่องท้องได้ด้วย
  • ใช้เวลาในการผ่าตัดเพื่อเข้าสู่ช่องท้องได้เร็วกว่า เหมาะสมในรายที่ต้องการความเร่งด่วนในการคลอด
  • สามารถขยายแผลได้ง่ายหากมีกรณีจำเป็น
  • ผ่าตัดได้ง่ายสะดวกกว่า
  • สามารถช่วยคลอดทารกได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะกรณีที่ทารกอยู่ผิดท่าหรือตัวใหญ่กว่าปกติ
  • มีภาวะแทรกซ้อนจากแผลผ่าตัดน้อยกว่าเช่นก้อนเลือดในผนังหน้าท้อง

ผ่าคลอดแนวตั้ง เสียอย่างไร

  • เจ็บแผลผ่าตัดมากกว่าเนื่องจากมีบาดแผลในแนวตั้ง ทำให้เวลาลุกขยับตัวยาก
  • ฟื้นตัวช้ากว่า
  • มีแผลเป็นมากกว่า
  • เห็นรอยแผลได้ชัดเจนไม่สามารถใส่เสื้อเปิดพุงได้

ผ่าคลอดแนวนอนหรือบิกินีไลน์

เมื่อเทียบกับแบบแรกแล้วจะดีกว่าตรงที่ แผลเป็นน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า เนื่องจาก หน้าท้องของแม่ท้องจะมีความหย่อนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น แพทย์ก็จะลงแผลแนวนอนเพื่อเปิดผิวหนังเข้าไปข้างใน เมื่อถึงบริเวณชั้นของกล้ามเนื้อ ก็จะเปลี่ยนไปลงแนวตั้งเหมือนปกติ วิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ช้ำ และแผลบริเวณผิวหนังสวยกว่าแบบแนวตั้ง

ผ่าคลอดแนวนอน ดีอย่างไร            

  • เจ็บแผลผ่าตัดน้อยกว่าเนื่องจากมีบาดแผลแนวนอนตามรอยพับของหน้าท้อง ทำให้เจ็บแผลน้อยกว่าเวลาขยับลุก
  • มีแผลเป็นน้อยกว่าเพราะลงมีดตามแนวของรอยพับผิวหนัง
  • สามารถปิดบังแผลได้ดีในกรณีที่ใส่เสื้อเปิดพุง

ผ่าคลอดแนวนอน เสียอย่างไร

  • ใช้เวลาในการผ่าตัดเข้าสู่ช่องท้องนานกว่า เหมาะสมกับการผ่าตัดคลอดที่ไม่เร่งด่วนมาก
  • ผ่าตัดได้ยากกว่าโดยเฉพาะกรณีที่มีพังผืดในช่องท้องร่วมด้วย
  • ช่วยคลอดทารกได้ยากกว่า เนื่องจากรอยแผลอยู่ต่ำ เพิ่มการใช้อุปกรณ์ช่วยคลอดศีรษะทารก
  • หากมีการผ่าตัดอื่นในช่องท้องร่วมด้วยจะทำได้ยากกว่า

แผลผ่าคลอดจะเจ็บนานไหม

หลังผ่าตัดคลอด วันที่ 1 – 2 จะมีอาการเจ็บแผลและปวดมดลูกที่มีการหดรัดตัว และอาจจะรู้สึกปวดมากหน่อย เวลาที่ปวดมากถ้าให้แจ้งพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่เพื่อขอยาระงับปวด พอวันที่ 3 ส่วนใหญ่ก็จะเริ่มเคลื่อนไหวตัวได้เหมือนกับคุณแม่ที่คลอดทางช่องคลอดปกติ ส่วนอาการปวดจะต่อเนื่องไปถึงเมื่อไรนั้นมีความแตกต่างของแต่ละคน

แผลผ่าคลอดจะหายเมื่อไหร่

คุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดโดยส่วนใหญ่ จะฟื้นตัวได้ภายใน 24 ชั่วโมง และออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 3 วัน แต่ใช้เวลาประมาณ 6  สัปดาห์เพื่อให้รอยแผลจากการผ่าตัดคลอดหายดี ดังนั้น คุณแม่จะต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษเมื่อกลับไปพักฟื้นที่บ้านเพื่อที่จะได้พักผ่อนและใช้เวลาอยู่กับลูกน้อยได้อย่างเต็มที่จะใช้เวลาประมาณ  2 – 4  สัปดาห์ แผลที่เย็บไว้จึงจะสมานเข้าด้วยกัน แต่ก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน

แผลผ่าคลอดดูแลอย่างไรให้ถูกวิธี

แผลผ่าคลอดสามารถถูกน้ำได้หลังผ่าตัดประมาณ  7  วัน รักษาความสะอาดและคอยดูแลให้แผลแห้ง ต้องระวังอย่าให้ผ้าอนามัยไปขูดสีกับแผลที่เย็บไว้ และควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ เพื่อรักษาความสะอาดแผลผ่าคลอด และป้องกันการติดเชื้อ ไม่ยกของหนักหรือทำกิจกรรมที่เป็นการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องมากจนเกินไป และควรอยู่ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพราะอากาศร้อนจะทำให้เหงื่อออกมากและเกิดการอับชื้นได้ การขยับตัวมากๆ จะไม่ส่งผลกระทบกับแผลหากการขยับนั้นไม่ทำให้แผลมีการยืดขยาย สังเกตง่าย ๆ คือ ขยับตัวได้เท่าที่ไม่รู้สึกเจ็บ หากเจ็บหรือรู้สึกตึง ๆ แสดงว่า แผลมีการยืดขยายออกแล้ว การทาครีมซึ่งมีส่วนผสมของเสตียรอยด์อ่อน ๆ หรือครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินอี ก็สามารถช่วยลดการเกิดแผลเป็นได้ สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่ให้นมลูกอยู่ก็ไม่ต้องกังวลใจไปว่าครีมที่ทาจะส่งผลต่อน้ำนม เพราะการทายาเป็นเพียงการใช้ยาภายนอก และเฉพาะที่ ไม่เหมือนการกินที่ตัวยาจะแทรกซึมไปทั่วร่างกาย

 

บทความเกี่ยวข้อง

อาหารสําหรับแม่หลังคลอด เริ่มตั้งแต่มื้อแรกควรกินอะไร?

ร่างกายแม่หลังคลอดจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน ลองเช็คดู!

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Weerati

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • ผ่าคลอด ไม่เครียด!นี่เลยวิธีเตรียมก่อนผ่าและดูแลแผลผ่าคลอดให้หายไวไม่นูนแดง
แชร์ :
  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • เจาะลึก 7 เครื่องปั๊มนมตัวท็อป รุ่นไหนเหมาะกับเราที่สุด?

    เจาะลึก 7 เครื่องปั๊มนมตัวท็อป รุ่นไหนเหมาะกับเราที่สุด?

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • เจาะลึก 7 เครื่องปั๊มนมตัวท็อป รุ่นไหนเหมาะกับเราที่สุด?

    เจาะลึก 7 เครื่องปั๊มนมตัวท็อป รุ่นไหนเหมาะกับเราที่สุด?

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว