TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ทำไมลูกป่วยบ่อย เริ่มไปเนอร์สเซอรี่หรืออนุบาลเมื่อไหร่ ป่วย ติดไข้ ติดหวัดติดโรคมาทุกที

บทความ 3 นาที
ทำไมลูกป่วยบ่อย เริ่มไปเนอร์สเซอรี่หรืออนุบาลเมื่อไหร่ ป่วย ติดไข้ ติดหวัดติดโรคมาทุกที

พอลูกเริ่มไปเนอร์สเซอรี่หรืออนุบาลเมื่อไหร่ ป่วย ติดไข้ ติดหวัดติดโรคมาทุกที ทำไงดีให้ลูกไม่ป่วย

เมื่อถึงวัยที่ลูกต้องเข้าโรงเรียน เนอร์สเซอรี่ หรืออนุบาล คุณพ่อคุณแม่อาจจะเจอกับปัญหาที่ว่า ทำไมลูกป่วยบ่อย ลูกน้อยที่เคยแข็งแรง กลับกลายเป็นเจ็บป่วยอยู่ตลอด ทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลเป็นอย่างมาก วันนี้ theAsianparent จึงจะพาคุณพ่อคุณแม่มาดูกันว่า ปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

ทำไมลูกป่วยบ่อย ตอนเริ่มไปเนอร์สเซอรี่ หรืออนุบาล

รศ.พญ. รวีรัตน์ สิชณรังษี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ได้ให้คำแนะนำถึงเรื่องที่ลูกเข้าโรงเรียนแล้วป่วยบ่อย ๆ ไว้ว่า การที่เด็ก ๆ จะเจ็บป่วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญ 2 อย่าง นั่นก็คือ

  • ภูมิคุ้มกันของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรค

โดยปกติแล้ว เด็กเล็กจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ ทำให้เด็ก ๆ มีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่าย จึงทำให้ป่วยได้ง่ายบ่อย ๆ

  • สิ่งแวดล้อม รวมถึงการเลี้ยงดู

สภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด หรือเอื้อต่อการเติบโตของเชื้อโรค เช่น ฝุ่นในห้องนอน หรือ ห้องเรียน อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกน้อย เช่น ของเล่น ผ้าห่ม ปลอกหมอน หรือขวดนม เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า การที่ลูกไปโรงเรียน ซึ่งมีเด็กหลาย ๆ คนมาอยู่รวมกันในบริเวณที่จำกัด ย่อมมีโอกาสที่จะสัมผัสกับเชื้อโรคและสามารถติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่ายดายอยู่แล้ว

ทำไมลูกป่วยบ่อย

นอกจากนี้ สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ลูกน้อยเกิดอาการป่วยบ่อย อาจเกิดจาก

  • ลูกน้อยยังไม่รู้จักเกี่ยวกับเรื่องสุขอนามัย การที่ลูกออกไปเล่น หยิบจับสิ่งของต่าง ๆ การกระทำเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงให้ลูกป่วยได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสได้รับเชื้อโรคมาจากเพื่อนที่โรงเรียนได้สูงอีกด้วย
  • ในบางครั้ง เด็ก ๆ อาจไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนที่เล่นกับเพื่อน เพราะอาจหายใจไม่สะดวกขึ้น เด็ก ๆ จึงอาจถอดหน้ากากอนามัยออก ซึ่งหลังจากถอดหน้ากากออก ก็อาจทำให้สูดอากาศที่มีเชื้อหวัดปนอยู่เข้าไป
  • การเว้นระยะห่าง Social distancing โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ที่ชอบวิ่งเล่น สัมผัสถูกตัวกัน ทำให้มีโอกาสสูงที่เชื้อจะแพร่กระจายเชื้อโรค จากคนหนึ่งไปสู่เด็กอีกคนหนึ่งได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม เราสามารถลดความเสี่ยงนี้ลงได้ด้วยการ

ควบคุมปัจจัยด้านภูมิคุ้มกันของร่างกาย

สาเหตุหนึ่งที่ทำไม ทำไมลูกป่วยบ่อย มาจากภูมิคุ้มกันที่ต่ำ การทำให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง เริ่มต้นด้วยอาหาร ซึ่งเด็กควรจะได้ทานอาหารที่เหมาะสม ครบ 5 หมู่ คุณพ่อคุณแม่สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของลูกน้อยได้ โดยการให้ลูกทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีประโยชน์ เช่น แครอท ถั่วฝักยาว ส้ม หรือบล็อคโคลี่

และนอกจากเรื่องอาหารแล้ว การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็เป็นอีกปัจจัยที่สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ สำหรับเด็กวัยเตาะแตะนั้น ควรนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมง และเด็กช่วงก่อนวัยเรียนควรนอนอย่างน้อยวันละ 10 ชั่วโมง

ฉีดวัคซีนป้องกัน

นอกจากนี้ การได้รับวัคซีนป้องกันโรคให้ครบถ้วนตามวัยถือเป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ ซึ่งตั้งแต่แรกเกิด ไปจนถึงช่วงเด็กเล็กจะมีวัคซีนหลายชนิดที่ต้องได้รับตามแต่ละช่วงอายุ และในบางกรณีอาจได้รับการพิจารณารับวัคซีนเสริมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ลูกมีร่างกายที่แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์ พร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคตัวร้ายได้ครับ

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย เป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้ลูกมีร่างกายที่แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กที่อยู่กับสมาร์ทโฟน หรือแท็ปเล็ต เป็นเวลานาน ๆ คุณพ่อคุณแม่ควรรู้จักแบ่งเวลา และพาลูกน้อยไปออกกำลังกายนอกบ้านบ้าง นอกจากร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการเรียนรู้ที่สนุกสนานจากโลกภายนอก นอกเหนือจากการจ้องหน้าจออีกด้วย

ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ

การล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอจะช่วยลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ดีในระดับหนึ่ง โดยคุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังให้ลูกรู้จักรักษาความสะอาด และให้เค้ารู้จักล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นหลังเข้าห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง โดยฝึกสอนให้เขาทำแบบนี้เป็นประจำตั้งแต่ยังเล็ก ๆ นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องไม่ลืมที่จะล้างมือของตัวเองให้สะอาดก่อนจับลูกทุกครั้งนะครับ

สอบถามโรงเรียนเรื่องการรักษาความสะอาด

นอกจากการเสริมสร้าภูมิคุ้มกัน หรือการฝึกให้ลูกรู้จักรักษาความสะอาดแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามถึงมาตรการรักษาความสะอาดในโรงเรียนด้วย ว่าเป็นอย่างไร และสอบถามคุณครูว่าที่โรงเรียนมีระบบการคัดกรองแยกเด็กที่ป่วยและการดำเนินการในกรณีมีโรคติดเชื้อระบาดในโรงเรียนอย่างไรบ้าง เพราะการที่เด็กหลาย ๆ คนต้องมาอยู่รวมกัน หากไม่มีมาตรการรักษาความสะอาดที่ดี ก็อาจทำให้มีการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ รวมทั้งถ้าลูกป่วยก็ไม่ควรจะไปโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่เพื่อน ๆ เช่นกันนะครับ

การเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์นั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก การดูแลเรื่องโภชนาการ สภาพแวดล้อม และการเคร่งครัดเรื่องวัคซีน เป็นสิ่งที่สามารถช่วยปกป้องลูกจาดเหล่าเชื้อโรคได้เป็นอย่างดีแน่นอน เพราะร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ย่อมหมายถึงความพร้อมในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการที่ดีต่อไป


ส่วนหนึ่งของบทความจาก babyment.com, Samitivej

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

รักลูกให้ตี รู้ไหมว่าการโดนตีตอนเด็กๆ ส่งผลต่อบุคลิกภาพตอนโตยังไงบ้าง

คุณแม่แชร์ประสบการณ์ สอนลูกเข้าสังคม อย่างไรให้สำเร็จ

เลี้ยงลูกสาวอย่างไร ให้ปลอดภัยจากสังคม

บทความจากพันธมิตร
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

P.Veerasedtakul

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • ทำไมลูกป่วยบ่อย เริ่มไปเนอร์สเซอรี่หรืออนุบาลเมื่อไหร่ ป่วย ติดไข้ ติดหวัดติดโรคมาทุกที
แชร์ :
  • ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

    ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

    4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

  • ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

    ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

    4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว