TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

คำแนะนำจากกุมารแพทย์ 5 เรื่องที่พ่อแม่ป้ายแดงอาจ ดูแลลูกน้อย แบบผิดวิธี

บทความ 3 นาที
คำแนะนำจากกุมารแพทย์ 5 เรื่องที่พ่อแม่ป้ายแดงอาจ ดูแลลูกน้อย แบบผิดวิธี

พ่อแม่ป้ายแดงมักจะเริ่มต้น ดูแลลูกน้อย ด้วยการลองผิดลองถูก จากการเรียนรู้เองหรือฟังคำบอกเล่าของผู้มีประสบการณ์มาก่อน จนบางเรื่องที่นำมาใช้กับลูกนั้นอาจจะผิดวิธี มาลองดูคำแนะนำจากกุมารแพทย์เพื่อให้แน่ใจกันค่ะ

ดูแลลูกน้อย สำหรับพ่อแม่มือใหม่อาจจะเริ่มด้วยการลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากพฤติกรรมของลูกน้อย แต่เรื่องบางอย่างหากรู้ไว้ก็ดีกว่าที่จะเข้าใจหรือดูแลลูกแบบผิด ๆ กันไปนะคะ

คำแนะนำจากกุมารแพทย์ 5 เรื่องที่พ่อแม่ป้ายแดงอาจ ดูแลลูกน้อย แบบผิดวิธี

ดูแลลูกน้อย

#1 การให้ยาลดไข้แบบผิดวิธี

พ่อแม่บางคนเริ่มสังเกตเห็นอาการว่าลูกคล้ายจะเป็นหวัด ตาซึม ๆ แต่ยังไม่เป็นไข้ เข้าใจผิดไปว่าการให้ลูกได้กินยาลดไข้สามารถป้องกันการเกิดไข้ได้ แต่จริง ๆ แล้วไม่ถูกต้อง การให้ยาลดไข้ควรให้ลูกกินเฉพาะตอนมีไข้เท่านั้น และการกินยาดลดไข้อย่างต่อเนื่อง ติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็อาจจะเกิด ระดับยาสะสม ทำให้เกิดพิษต่อตับได้เช่นกัน หากลูกตัวรุม ๆ มีอาการไข้ต่ำควรเช็ดตัวลูกก่อนให้กินยาลดไข้ เมื่อลูกไข้ลดอาจไม่จำเป็นต้องกินยาลดไข้ได้

ดูแลลูกน้อย

#2 อยากให้ลูกหายไวๆ ให้ฉีดยาดีกว่ากินยา

จริง ๆ แล้วยากินหรือยาฉีด ถ้าเป็นกลุ่มยาเดียวกันก็จะให้ผลลัพธ์ได้เท่ากัน เพียงแต่ว่ายากินต้องดูดซึมและมีการเมตาบอลิสซึ่ม แต่สุดท้ายก็จะกลายเป็นระดับยาในเลือดเช่นเดียวกันกับยาฉีด แต่ถ้าเป็นยาคนละกลุ่มก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้

แคะหู ลูก

#3 กลัวลูกขี้หูตันเลยใช้คอตต้อนบัดแคะหูลูก

การใช้ไม้พันสำลีหรือ cotton bud ไปแคะหูลูกอันตรายมากกว่าที่คิดนะคะ เพราะเสี่ยงที่จะทำให้ลูกหูหนวก แก้วหูทะลุ เนื่องจากการใช้ไม้คอตตอนบัดปั่นลึก หรือกลับมีขี้หูอุดตันเนื่องจากการใช้คอตต้อนบัดแคะหูจะเป็นการดันขี้หูให้ย้อนกลับ สะสมเป็นก้อน ขวางการไหลของผิวตามปกติ ส่งผลทำให้ขี้หูมากขึ้นและใหญ่จนไปตันได้ รวมไปถึงอาจทำให้เป็นแผลถลอกในหู เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ นำเชื้อโรคเข้าไปส่งผลทำให้เป็นหูน้ำหนวกได้

การมีขี้หูหรือ ear wax ผลิตออกมาเป็นเรื่องปกติ เพื่อเคลือบในช่องหูและจะค่อยเคลื่อนออกมาด้านนอกกลายเป็นขี้ไคล ซึ่งพ่อแม่สามารถใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบ ๆ ก็พอ การที่ไปปั่นหรือแคะหูให้ลูกบ่อยครั้งจะทำให้เด็กรู้สึกคุ้นเคยและไปกระตุ้นเส้นประสาท ทำให้มีพฤติกรรม “ติด” และลูกจะหาอะไรไปแคะหูปั่นหูด้วยตัวเอง จนอาจทำให้อักเสบหรือติดเชื้อขึ้นได้อีกทางนะคะ

ป้อนน้ำทารก, ภาวะน้ำเป็นพิษ

#4 หลังลูกดูดนมเสร็จแล้วให้ดูดน้ำตาม

การให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวสำหรับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน ไม่จำเป็นต้องป้อนน้ำทารกตามหลังดูดนมนะคะ เพราะในนมแม่มีน้ำเพียงพออยู่แล้ว การให้ทารกดูดน้ำตามจะทำให้ลูกได้รับสารอาหารจากนมแม่น้อยลงและส่งผลให้ทารกทานนมได้น้อยอีกด้วย แถมส่งผลต่อการผลิตน้ำนมของคุณแม่ ทำให้นมแม่ลดลงอีกด้วย อีกทั้งเพิ่มโอกาสการสำรอกของทารกหากได้รับน้ำมากเกินที่กระเพาะจะรับได้ สำหรับคุณแม่ที่กลัวว่าจะเกิดคราบนมหรือเชื้อราภายในช่องปากลูก ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำสะอาดพันนิ้ว เช็ดเหงือกและลิ้น ให้ลูกวันละ 1-2ครั้ง เหมือนการแปรงฟันก็จะช่วยป้องกันเชื้อราในปากได้ค่ะ สำหรับทารกที่กินนมชง ในนมชงก็มีน้ำมากเพียงพอ คุณแม่อาจป้อนน้ำตามเพียงแค่ล้างปากหรือทำความสะอาดในช่องปากลูกได้ด้วยวิธีเดียวกันค่ะ

ดูแลลูกน้อย

#5 การใช้มือวัดไข้ลูก

การใช้มือจับศรีษะ รักแร้ คอ หรือหน้าผาก แล้วรู้สึกว่าลูกตัวร้อน อาจบอกได้ว่าลูกมีไข้ต่ำ ๆ หรืออาจมีอุณหภูมิที่ปกติก็ได้ แต่การวัดไข้ด้วยมือเพียงอย่างเดียวอาจประเมินอุณหภูมิร่างกายที่ไม่แน่นอน การสัมผัสด้วยหน้าผากของพ่อแม่สัมผัสกับหน้าผากของลูกจะรับรู้ถึงอุณหภูมิได้มากกว่าการใช้มือ แต่อย่างไรก็ตามการใช้ปรอทวัดไข้นั้นเป็นอุปกรณ์วัดไข้เมื่อลูกมีอาการไม่สบายได้ดีที่สุด การรู้อุณหภูมิไข้ของลูกที่มีค่าแม่นยำจะช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจในการให้ลูกกินยาลดไข้ หรือรีบพาลูกมาหาหมอเมื่อพบว่าลูกมีไข้สูง

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถตัดสินใจดูแลลูกอย่างถูกวิธีได้มากขึ้นกว่าเดิม และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลี้ยงดูทารก ก็สามารถแชร์คำถามเพื่อให้เราช่วยกันหาคำตอบมาให้นะคะ


ที่มา : www.pantip.com

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

บทความจากพันธมิตร
ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้
ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้
โรงเรียนที่ดีที่สุด คือโรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ: มาร่วมค้นหาโรงเรียนประจำในสหรัฐอเมริกาที่เหมาะกับพวกเขา
โรงเรียนที่ดีที่สุด คือโรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ: มาร่วมค้นหาโรงเรียนประจำในสหรัฐอเมริกาที่เหมาะกับพวกเขา
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ส่องนมรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตัวช่วยเด็ดที่แม่ต้องมีติดกระเป๋า
ส่องนมรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตัวช่วยเด็ดที่แม่ต้องมีติดกระเป๋า

5 ความเชื่อเกี่ยวกับทารกที่เกิดได้กับพ่อแม่ป้ายแดง

ดูแลลูกน้อยหลังคลอด คู่มือที่จะช่วยให้คุณแม่เอาตัวรอดในสัปดาห์แรก

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Napatsakorn .R

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • คำแนะนำจากกุมารแพทย์ 5 เรื่องที่พ่อแม่ป้ายแดงอาจ ดูแลลูกน้อย แบบผิดวิธี
แชร์ :
  • SISB ฉลองครบรอบ 25 ปีแห่งความเป็นเลิศทางการศึกษา

    SISB ฉลองครบรอบ 25 ปีแห่งความเป็นเลิศทางการศึกษา

  • ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้
    บทความจากพันธมิตร

    ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้

  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน  10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

    น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

  • SISB ฉลองครบรอบ 25 ปีแห่งความเป็นเลิศทางการศึกษา

    SISB ฉลองครบรอบ 25 ปีแห่งความเป็นเลิศทางการศึกษา

  • ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้
    บทความจากพันธมิตร

    ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้

  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน  10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

    น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว