ทำไมลูกนอนกรน เป็นปัญหาที่พบค่อนข้างจะบ่อย และพบได้โดยเด็กทั่ว ๆ ไปทั่วโลก แล้วมักจะถูกละเลยจาก คุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งอาจจะคิดว่ามันไม่สำคัญ และไม่อันตราย ในประเทศไทยของเราได้ทำการวิจัยพบแล้วว่า เด็กที่นอนกรนพบได้ราว ๆ ร้อยละ 10 และในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 1 เป็นเด็กก่อนวัยเรียน หรือวัยประถม
เด็กนอนกรนจะมีอาการ เช่น ลูกนอนหายใจลำบาก ลูกหายใจติดขัด ลูกนอนหายใจทางปาก ลูกนอนกรนแล้วกัดฟัน หรือแม้แต่เหงื่อของลูกออกเวลานอน ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาต่อพัฒนาการของลูก ๆ ได้ในหลายด้าน ดังนั้น คุณพ่อ คุณแม่ ควรศึกษาปัญหาเกี่ยวกับเด็กนอนกรน สาเหตุมาจากอะไร เรามาหาคำตอบกันที่บทความนี้ได้เลย
ปัญหาเด็กนอนกรน ทำไมลูกนอนกรน สาเหตุเกิดจากอะไร?
ปัญหาของการนอนกรนในเด็ก ก็จะคล้าย ๆ กันกับการนอนกรนของผู้ใหญ่ คือ เสียงที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ จากการที่อากาศไหลผ่าน ทางเดินหายใจส่วนบนที่แคบลง เกิดการสั่นสะเทือนของโครงสร้างระบบทางเดินหายใจ เช่น ลิ้นไก่และเพดานอ่อน จึงทำให้เกิดเสียงกรน และปัญหาที่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุด และพบบ่อยที่สุดสำหรับอาการกรนในเด็ก คือ การที่มีต่อมทอนซิล หรือต่อมอะดีนอยด์ ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของจมูกที่โตผิดปกติ ภาวะที่จมูกอักเสบเรื้อรังจากภูมิแพ้ เด็กที่มีน้ำหนักเกินมาตราฐาน จนทำให้ไขมันบริเวณคอกดทับทางเดินหายใจ และอาจจะมีสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย
เด็กนอนกรน อาจมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ
ในกรณีที่ลูก ๆ ของท่าน มีอาการที่นอนกรนในทุก ๆ วันเป็นประจำนั้น หรือนอนกระสับกระส่ายหายใจลำบาก มีอาการคัดจมูกเป็นประจำต้องอ้าปากหายใจอยู่บ่อยครั้ง ปัสสาวะรดที่นอนอยู่เป็นประจำ หรือการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าวัยอันควร ท่านก็ควรที่จะพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อปรึกษาปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับลูก ๆ ของท่าน เพราะหากท่านปล่อยละเลยตามเลยอาจเกิดอันตรายขึ้นมากกว่าเดินนะคะ
เด็กนอนกรน กับปัญหาสุขภาพที่ต้องดูแลรักษา
ปัญหาของอาการนอนกรนแม้ว่าจะพบได้ไม่บ่อย และเป็นปัญหาที่ คุณพ่อ คุณแม่ หลายคนมองข้ามอยู่ เพราะคิดว่าไม่มีอันตรายอะไรร้ายแรง แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นปัญหาที่อันตรายต่อสุขภาพของเด็กถึงขั้นอาจจะเสียชีวิตได้ ภาวะนอนกรนจะพบได้ในเด็กที่มีอายุระหว่าง 2-6 ปี เนื่องจากในเด็กวัยนี้จะมีต่อมทอนซิล และ ต่อมอะดีนอยด์ ที่ทำให้เกิดการอุดกั้นของระบบทางเดินหายใจ จนทำให้เกิดเสียงกรนขึ้นมา
ในปัจจุบันนี้ยังพบอีกว่าเด็กที่มีอาการนอนกรนจากปัญหาทางเดินหายใจอุดกั้น ที่มีปัญหาของต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์อุดตัน หรือทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง ซึ่งหากการอุดกั้นทางเดินหายใจนั้นเกิดอย่างสมบูรณ์อาจะทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น หรือ obstructive sleep apnea (OSA) ซึ่งมีความอันตรายและส่งผลต่อสุขภาพของเด็กเป็นอย่างมาก
บทความที่เกี่ยงข้อง : เด็กทารก 1 เดือน ติดโควิด-19 จากแม่ ส่งตัวไปรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร
อันตราย และผลข้างเคียงต่อเด็กที่นอนกรน
- เด็กที่มีอาการนอนกรน อาจเป็นสาเหตุสำคัญทำให้มีความผิดปกติทางพัฒนาการด้านสมอง ร่างกาย และสติปัญญา
- เสี่ยงต่อการเป็นเด็กที่มีสมาธิสั้น มีการเรียนรู้ที่ช้ากว่าปกติ
- เด็กที่นอนกรนมักเกิดจากระบบทางเดินหายใจถูกปิดกั้น อาจมีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าเด็กทั่ว ๆ ไป และอาจจะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ซุกซนมากกว่าปกติ เป็นพฤติกรรมที่แตกต่างจากเด็กทั่ว ๆ ไป
- เด็กที่นอนกรน ทำให้มีปัญหาทางด้านการนอนหลับในบางครั้งอาจจะนอนหลับในห้องเรียน เพราะตอนกลางคืนนั้นนอนหลับได้ไม่สนิท ทำให้มีอารามณ์หงุดหงิด และอาจจะมีปัญหากับเพื่อนร่วมชั้นเชียน เป็นเด็กที่ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง
- อาการที่รุนแรง อาจจะทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจในขณะที่กำลังนอนหลับ เมื่อหยุดหายใจแล้วออกซิเจนในเลือดก็จะลดลง หากว่าไม่ได้รับการดูแลรักษา และปล่อยให้เด็กมีอาการนอนกรนในระยะที่ยาวนาน เด็กอาจมีผลกระทบต่อหัวใจและหลอดเลือดได้ เช่น ความดันโลหิตสูง
- หัวใจห้องซ้ายหนาตัวขึ้น หรือทำให้การทำงานของหัวใจผิดปกติและหัวใจวายได้
- เด็กที่มีอาการนอนกรน ในบางคนอาจจะปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน หรืออาจจะปัสสาวะรดที่นอนอยู่เป็นประจำ
วิธีการสังเกต ความผิดปกติจากเด็กนอนกรน
- คุณพ่อ คุณแม่ อาจจะสังเกตได้ง่าย ๆ เลยในช่วงที่ลูกนอนหลับ เช่น มีเสียงหายใจกรนคล้ายผู้ใหญ่ หายใจเหนื่อยหอบตอนหลับ มีเหงื่อออกเป็นจำนวนมาก หน้าอกบุ๋ม และท้องโป่ง
- ลูกมีการปัสสาวะรดที่นอนอยู่บ่อยครั้ง พฤติกรรมมีการเปลี่ยนไปในช่วงกลางวัน ลูกจะมีอาการง่วงนอน เนื่อจากการนอนที่ไม่เพียงพอ หงุดหงิดง่าย เป็นเด็กที่ชอบเอาแต่ใจตนเอง ไม่ค่อยเชื่อฟังผู้ใหญ่
- นอนกรนเสียงดัง และเสียงกรนมีดังเฮือก เหมือนคนที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ และมีอาการสะดุ้งตื่นหลังเสียงกรน
- หมั่นสังเกตหากลูกมีอาการนอนกรน ฟังเสียงกรนว่ามีเสียงกรนแบบขาด ๆ หาย ๆ อยู่หรือไม่ หรือหยุดหายใจไปในชั่วขณะหรือเปล่า
บทความที่เกี่ยวข้อง : โรคชิคุนกุนยาระบาด โรคติดต่อที่มากับยุง เตือนพ่อแม่ให้ระวังลูกน้อยในช่วงนี้!!
เครดิตรูปจาก :Wanana Inkaew
ลูกนอนกรน มีวิธีแก้ไหม
มีค่ะ โดยวิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้ลูกกรน ซึ่งพ่อแม่ควรสังเกตอาการร่วมและพาลูกไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดก่อน
แนวทางการรักษาตามสาเหตุ
- หากเกิดจากคัดจมูก/ภูมิแพ้ แพทย์อาจแนะนำการรักษาโรคภูมิแพ้หรือดูแลความสะอาดของโพรงจมูกให้โล่งขึ้น
- หากเกิดจากน้ำหนักเกิน ควรปรับพฤติกรรมการกินและส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกายเพื่อลดไขมันบริเวณลำคอ
- หากเกิดจากต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์โต ในกรณีที่จำเป็นวิธีที่เป็นมาตรฐานและได้ผลดีมากที่สุดคือการผ่าตัดต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง มีความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่ำ และไม่มีผลต่อภูมิต้านทานหรือการติดเชื้อภายหลัง
- การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการตรวจ Sleep test เพื่อวิเคราะห์คุณภาพการนอนหลับ ตรวจจับช่วงหยุดหายใจ และค้นหาสาเหตุของการกรนอย่างละเอียด
เมื่อไหร่ที่พ่อแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์
การนอนกรนแบบธรรมดา (primary snoring) มักไม่เป็นอันตราย แต่หากปล่อยไว้ในกรณีที่รุนแรงจนเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกได้ โดยควรพาลูกไปพบแพทย์เฉพาะทาง ได้แก่ กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจ หรือแพทย์ หู คอ จมูก หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับทันที หากสังเกตเห็นสัญญาณต่อไปนี้ร่วมด้วย
- นอนกรนเสียงดังมากเป็นประจำ สลับกับช่วงหยุดหายใจเป็นพัก ๆ
- หายใจติดขัด หายใจลำบาก อ้าปากหายใจ หรือสำลักขณะหลับ
- นอนกระสับกระส่าย สะดุ้งตื่นบ่อย เหงื่อออกมากเวลานอน
- ปัสสาวะรดที่นอนทั้งที่เคยควบคุมได้มาก่อน
- ตื่นมาไม่สดชื่น ง่วงเหงาหาวนอนตอนกลางวัน หรือมีปัญหาด้านการเรียน
หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจทำให้เด็กมีสติปัญญาต่ำ ระดับการเรียนรู้ต่ำลง มีสมาธิสั้น ง่วงเหงาหาวนอนในเวลากลางวัน และในรายที่รุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจทำงานล้มเหลวได้
สรุปคือ ลูกนอนกรนสามารถแก้ไขได้ แต่วิธีที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริง คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรวินิจฉัยหรือรักษาด้วยตัวเอง หากลูกนอนกรนเสียงดังต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรพาไปพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไปค่ะ
ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สุธิดา ชินธเนศ
กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต
แหล่งที่มา : nksleepcenter , โรงพยาบาลวิมุต
บทความอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใข
โรคคาวาซากิ Kawasaki Disease คืออะไร อาการเป็นยังไง มีวิธีรักษาอย่างไร
ทารกนอนนาน ต้องปลุกไหม ทารกนอนนานเกินไป เสี่ยงปัญญาอ่อนจริงหรือเปล่า
อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ทำลูกไข้สูง เป็นหวัด ตาแดง พ่อแม่ต้องระวัง!