TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ให้ลูกนอนด้วยจนถึงกี่ขวบดี ? 4 สัญญาณบอก ถึงเวลาแยกห้องนอนแล้ว

บทความ 5 นาที
ให้ลูกนอนด้วยจนถึงกี่ขวบดี ? 4 สัญญาณบอก ถึงเวลาแยกห้องนอนแล้ว

การให้ลูกนอนด้วยเป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายคนนิยมทำ เพราะสะดวกต่อการให้นม ดูแลลูก และสร้างความอบอุ่นให้กับลูก แต่ควร ให้ลูกนอนด้วยจนถึงกี่ขวบดี ?

การให้ลูกนอนด้วยนั้น เป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายคนนิยมทำ เพราะสะดวกต่อการให้นม ดูแลลูก และสร้างความอบอุ่นให้กับลูก แต่การนอนร่วมกับลูกนั้น ให้ลูกนอนด้วยจนถึงกี่ขวบดี ?

ให้ลูกนอนด้วยจนถึงกี่ขวบดี ? ไม่มีคำตอบตายตัว

การให้ลูกนอนด้วยนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทั้งลูกและพ่อแม่ โดยทั่วไปแล้ว เด็กทารกแรกเกิดจนถึงวัย 6 เดือน แนะนำให้ให้ลูกนอนร่วมกับพ่อแม่ เพื่อสะดวกต่อการให้นม ดูแลลูก และสร้างความอบอุ่นให้กับลูก

เมื่อลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไป พ่อแม่สามารถเริ่มฝึกให้ลูกนอนคนเดียว หรือแยกห้องนอนลูกได้ โดยค่อยๆ ปรับเปลี่ยนบรรยากาศการนอนของลูก เช่น แยกเปลนอนลูกไว้ใกล้ๆ เตียงพ่อแม่ หรือจัดห้องนอนให้ลูกแยกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม การฝึกให้ลูกนอนแยกห้องนั้น ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และใจเย็นๆ ไม่ควรบังคับลูกจนเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกเกิดความเครียด กลัว และนอนหลับยาก หรือหลายบ้านอาจให้ลูกนอนด้วยจนกว่าลูกจะบอกเองว่าขอแยกห้องก็ได้

ให้ลูกนอนด้วยจนถึงกี่ขวบดี

4 สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกพร้อมที่จะนอนแยกห้อง

การตัดสินใจแยกห้องนอนลูก ฝึกให้ลูกนอนคนเดียว เป็นก้าวสำคัญหนึ่งในพัฒนาการของเด็ก หลายครอบครัวอาจกังวลว่าลูกจะยังไม่พร้อม แต่จริงๆแล้ว สังเกตสัญญาณง่ายๆ เหล่านี้ บอกได้ว่าถึงเวลาแล้วที่ลูกน้อยของคุณพร้อมนอนห้องเดี่ยว

  • ลูกนอนหลับยาวนานขึ้น 

เมื่อลูกโตขึ้น พัฒนาการด้านการนอนหลับก็ดีขึ้นเช่นกัน สังเกตได้โดย ลูกนอนหลับได้ 5-6 ชั่วโมงติดต่อกันโดยไม่ตื่นกลางดึกตื่นเช้าขึ้นโดยสดชื่น ไม่ง่วงเหงา แสดงว่า ร่างกายของลูกผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินมากขึ้น ช่วยให้ควบคุมวงจรการนอนหลับ

  • ลูกนอนหลับโดยไม่ต้องให้นมหรือกล่อม 

ลูกเริ่มเรียนรู้การนอนหลับเองโดยไม่ต้องพึ่งพาการกล่อม ให้นม หรือดูดนมขวด ไม่งอแงหรือร้องไห้เรียกหาพ่อแม่ตอนกลางคืน แสดงว่า ลูกเริ่มมีทักษะการกล่อมตัวเองให้นอนหลับ และสามารถแยกแยะกลางวันและกลางคืนได้ดีขึ้น

  • ลูกตื่นนอนกลางดึกน้อยลง

เมื่อลูกนอนหลับยาวนานขึ้น นอนหลับต่อเนื่องจนถึงเช้า ตื่นนอนกลางดึกน้อยลง หรือไม่ตื่นเลย แสดงว่า นาฬิกาชีวิตของลูกเริ่มปรับตัว และลูกนอนหลับเต็มอิ่ม พักผ่อนอย่างเพียงพอ

  • ลูกแสดงท่าทีอยากนอนคนเดียว

เมื่อลูกเริ่มขอผ้าห่ม หมอน หรือตุ๊กตาตัวโปรดไว้กอดนอน หรือชี้ไปที่เตียงของตัวเอง บอกให้อุ้มไปนอน หรือแม้กระทั่ง พูดว่าอยากนอนคนเดียว แสดงว่าลูกเริ่มมีความเป็นส่วนตัว และพร้อมที่จะแยกจากพ่อแม่

 

นอนแยกห้อง ดีอย่างไร? 5 ข้อดีที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

การนอนแยกห้อง จริงๆแล้ว มีข้อดีมากมาย ดังนี้

  1. ลูกมีพื้นที่ส่วนตัว

ห้องนอนเปรียบเสมือนโลกส่วนตัวของลูก ลูกน้อยจะได้ตกแต่งห้องตามสไตล์ที่ชอบ เก็บของเล่น หนังสือ หรือของสะสม มีพื้นที่สำหรับเล่น วาดรูป หรืออ่านหนังสือ

  1. ลูกนอนหลับสบายขึ้น

การนอนแยกห้องช่วยให้ลูก ควบคุมแสง เสียง และอุณหภูมิในห้องได้เอง นอนหลับโดยไม่ถูกรบกวนจากเสียงกรน หรือพฤติกรรมการนอนของผู้อื่น นอนหลับยาวนานและสบายขึ้น

  1. พ่อแม่มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น

เมื่อลูกนอนแยกห้อง พ่อแม่จะได้มีเวลาพักผ่อน นอนหลับเต็มอิ่ม ใช้เวลากับคู่ครองโดยไม่มีลูกคั่นกลาง ทำกิจกรรมส่วนตัว เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง หรือทำงาน

  1. ฝึกให้ลูกมีความเป็นอิสระ

การนอนแยกห้องเป็นการฝึกให้ลูกดูแลตัวเอง รับผิดชอบต่อสิ่งของของตัวเอง กล้าเผชิญกับความมืด หรือความกลัว มีความเป็นส่วนตัว และมีความมั่นใจ

  1. ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ

การนอนหลับที่ดีส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูก ช่วยให้สมองเจริญเติบโต ส่งเสริมการเรียนรู้ รู้จักควบคุมอารมณ์ และมีสมาธิ

นอนแยกห้อง : ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

การนอนแยกห้อง แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

  1. ลูกอาจรู้สึกเหงา

โดยเฉพาะในช่วงแรกลูกอาจร้องไห้ งอแง หรือกลัวความมืด รู้สึกเหงา คิดถึงพ่อแม่ นอนไม่หลับ และตื่นกลางดึกบ่อย

  1. ลูกอาจตื่นนอนกลางดึกบ่อย

เมื่อลูกนอนแยกห้อง ลูกอาจไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ ตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้าย เจ็บป่วยหรือไม่สบายตัว

  1. พ่อแม่ต้องลุกขึ้นมาดูแลลูกบ่อย:

ในช่วงแรกพ่อแม่อาจต้องลุกขึ้นมาดูแลลูกบ่อย อาจนอนหลับไม่เพียงพอ รู้สึกเครียดและกังวล

ให้ลูกนอนด้วยจนถึงกี่ขวบดี

ฝึกให้ลูกนอนแยกห้อง : 5 เทคนิคเด็ด พาเจ้าตัวน้อยนอนหลับสบาย

การฝึกให้ลูกนอนแยกห้อง ด้วยเทคนิคต่อไปนี้ จะช่วยให้การฝึกราบรื่น และลูกน้อยนอนหลับสบาย

  1. สร้างบรรยากาศการนอนที่ดี

  • จัดห้องนอนให้มืด สงบ และเย็นสบาย แสงสว่างที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายหลั่งเมลาโทนิน ฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ อุณหภูมิที่เย็นสบาย ช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น
  • เลือกที่นอน หมอน และผ้าห่มที่นุ่มสบาย สัมผัสที่สบาย ช่วยให้ลูกผ่อนคลาย และนอนหลับสบาย
  • ใช้ไฟฉายหรือโคมไฟหัวเตียง แสงไฟสลัวๆ ช่วยให้ลูกไม่กลัวความมืด
  • วางของเล่นหรือตุ๊กตาตัวโปรดไว้บนเตียง สิ่งของคุ้นเคย ช่วยให้ลูกอบอุ่นใจ
  1. กำหนดเวลานอนและตื่นให้ชัดเจน

  • ให้ลูกนอนและตื่นนอนเป็นเวลา ร่างกายจะจดจำเป็นนาฬิกาชีวิต ช่วยให้นอนหลับเป็นเวลา
  • ปรับเวลานอนก่อน 1-2 ชั่วโมงก่อนนอนจริง กิจกรรมผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ เล่นดนตรีเบาๆ ช่วยให้ลูกผ่อนคลายก่อนนอน
  • หลีกเลี่ยงการให้นม กินอาหาร หรือเล่นหนักๆ ก่อนนอน ร่างกายจะตื่นตัว ไม่พร้อมนอน
  1. ให้ลูกทำกิจกรรมผ่อนคลายก่อนนอน

  • อาบน้ำอุ่นๆ ให้ลูกน้ำอุ่นช่วยให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
  • อ่านนิทานให้ลูกฟัง เสียงบรรยายที่ผ่อนคลาย ช่วยให้ลูกง่วงนอน
  • ร้องเพลงกล่อมลูก เสียงร้องเพลงและสัมผัสจากพ่อแม่ ช่วยให้ลูกอบอุ่นใจ
  • นวดเบาๆ ให้ลูก การสัมผัสช่วยให้ลูกผ่อนคลาย
  1. อยู่ใกล้ๆ ลูกจนกว่าลูกจะหลับ

  • นอนข้างๆ ลูกในช่วงแรก การมีพ่อแม่อยู่ใกล้ๆ ช่วยให้ลูกอุ่นใจ และกล้าเข้านอนคนเดียว
  • ค่อยๆ ลดระยะเวลาการอยู่เป็นเพื่อน เริ่มจากนั่งข้างเตียง ปิดไฟ เล่าเรื่องราว ค่อยๆ ลุกออกจากห้อง แต่ยังอยู่ในระยะสายตา ค่อยๆ ห่างออกไป จนกว่าลูกจะหลับ
  1. ใจเย็นๆ และอดทน

  • การฝึกอาจต้องใช้เวลา ใจเย็นๆ อดทน ค่อยๆ ฝึก
  • ให้กำลังใจลูก ชมเชยเมื่อลูกนอนหลับเองได้
  • อย่าดุ หรือลงโทษลูก หากลูกงอแงให้ใจเย็นๆ พูดจาโน้มน้าว และอธิบายให้ลูกเข้าใจ

ให้ลูกนอนด้วยจนถึงกี่ขวบดี? การให้ลูกนอนด้วยหรือแยกห้องนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทั้งลูกและพ่อแม สิ่งสำคัญคือ พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณจากลูก และค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนของลูกอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากลูกนอนแยกห้องแล้ว พ่อแม่ก็ควรหมั่นไปดูแลลูกเป็นระยะๆ เพื่อให้ลูกอุ่นใจ และรู้สึกปลอดภัย

ที่มา :

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023

https://pantip.com/topic/30580444

https://pantip.com/topic/30595289

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ย้ายลูกจากเปลไปใช้เตียง ได้ตอนไหน เมื่อไหร่ที่เด็กควรย้ายไปนอนเตียง?

วิธีจัดห้องนอนลูก จัดอย่างไรให้ถูกใจและหลับสบาย

ลูกน้อยนอนกับพ่อแม่ดียังไง โดยเฉพาะเด็กขวบปีแรก

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • การเลี้ยงลูก
  • /
  • ให้ลูกนอนด้วยจนถึงกี่ขวบดี ? 4 สัญญาณบอก ถึงเวลาแยกห้องนอนแล้ว
แชร์ :
  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว