มารู้จักวัคซีนเสริมสำหรับเด็กกันดีกว่า ตอนที่ 2

มารู้จักวัคซีนเสริมสำหรับเด็กกันดีกว่า ตอนที่ 2

สืบเนื่องจากบทความเรื่อง “มารู้จักวัคซีนเสริมสำหรับเด็กกันดีกว่า ตอนที่ 1” หมอได้กล่าวถึงวัคซีนเสริม 3 ชนิด คือ วัคซีนฮิบ วัคซีนโรต้า และวัคซีนนิวโมคอคคัสไปแล้ว ครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับวัคซีนเสริมอีก 4 ชนิด คือ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนตับอักเสบเอ วัคซีนสุกใส (อีสุกอีใส) และวัคซีนมะเร็งปากมดลูก กันนะคะ

วัคซีนเสริมสำหรับเด็ก

(วัคซีนเสริมสำหรับเด็ก ตอนที่ 1 คลิกที่นี่)

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือ influenza virus ซึ่งก่อให้เกิดอาการมีไข้สูงอาจถึง 40 องศาเซลเซียส หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ร่วมกับมีอาการหวัดคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บคอ โดยอาการมักเป็นมากจนเด็กจะซึมลง นอนทั้งวัน ไม่สามารถเล่นหรือไปโรงเรียนได้ตามปกติ โดยเฉพาะเด็กเล็กมักมีอาการรุนแรงและมีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนเช่นปอดอักเสบติดเชื้อ ชักจากไข้สูง ได้มากกว่าเด็กโต จึงแนะนำให้ฉีดในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 4 ปี และในเด็กที่มีโรคประจำตัวเช่น โรคหืด หรือมีคุ้มกันต่ำกว่าปกติ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ในปัจจุบันผลิตจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั้งสายพันธุ์ A และ B สามารถเริ่มฉีดเข็มแรกได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ซึ่งในเด็กอายุน้อยกว่า 9 ปี ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนชนิดนี้มาก่อนควรได้รับวัคซีน 2 เข็มในปีแรกที่ฉีด โดยห่างกัน 1-2 เดือน หลังจากนั้นควรฉีดปีละ 1 เข็ม

วัคซีนตับอักเสบเอ เป็นวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งติดต่อโดยปนเปื้อนกับอาหารและน้ำดื่ม ทำให้เกิดอาการ มีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ตาเหลือง ตัวเหลือง อาการติดเชื้อในเด็กเล็กมักไม่รุนแรง แต่ในเด็กโตและผู้ใหญ่อาจมีอาการรุนแรงจนตับวายได้ แนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิดนี้ในเด็กทั่วไปโดยเฉพาะถ้าต้องไปสถานเลี้ยงเด็กเป็นประจำ วัคซีนตับอักเสบเอสามารถเริ่มฉีดได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปี โดยฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน

วัคซีนสุกใส เป็นวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส varicella-zoster อันก่อให้เกิดโรคสุกใส มีอาการไข้ ออกผื่นผิวหนังที่มีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสทั่วตัวและอาจมีภาวะแทรกซ้อนเช่น ติดเชื้อที่ผื่นแล้วลามเข้ากระแสเลือด ปอดอักเสบติดเชื้อ วัคซีนสุกใสสามารถฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เคยเป็นโรค สำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นสุกใสมาก่อนควรได้รับวัคซีนเช่นกันเพราะหากเป็นโรคจะมีอาการรุนแรงกว่าเด็กเล็ก แนะนำให้ฉีด 2 ครั้ง เข็มแรกฉีดที่อายุ 12-18 เดือน และเข็มที่ 2 ที่อายุ 4-6 ปี แต่ในช่วงที่มีการระบาดอาจฉีดเข็มที่ 2 ก่อนอายุ 4 ปีได้ โดยให้มีระยะห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน สำหรับการฉีดในเด็กโตอายุ 13 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ แนะนำให้ฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก เป็นวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสแปปปิโลมา (Human Papilloma virus หรือ HPV) อันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับสองในหญิงไทยรองจากมะเร็งเต้านม และไวรัสชนิดนี้ยังเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่บริเวณอวัยวะเพศเช่นหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนัก ซึ่งเกิดได้ในผู้ชาย เนื่องจากไวรัสชนิดนี้ติดต่อทางการมีเพศสัมพันธ์จึงควรฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก คือในช่วงอายุ 9-26 ปี ทั้งผู้หญิงและผู้ชายโดยเฉพาะที่อายุ 11-12 ปี ฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง ที่ 0, 1-2 และ 6 เดือนถัดมา

หลังจากอ่านบทความนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่คงจะได้รู้จักวัคซีนเสริมกันมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าวัคซีนเสริมก็มีความสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับเด็ก ๆ เช่นกันนะคะ ส่วนการพิจารณาฉีดว่าจะให้กับลูกหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในการได้รับเชื้อโรคนั้น ๆ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถปรึกษาคุณหมอเด็กก่อนการตัดสินใจได้ค่ะ

ตารางวัคซีนตั้งแต่เกิดจนโต

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner