ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้องได้ไหม? จะได้เจ็บทีเดียว หุ่นเป๊ะทันที

คุณแม่ที่คิดจะ ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง เพื่อหุ่นเป๊ะทันใจ ต้องอ่าน! ศัลยแพทย์เตือนอาจได้ไม่คุ้มเสีย แล้วทำตอนไหนถึงจะปลอดภัย? มาดูกัน

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เชื่อว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่หลายท่านที่กำลังวางแผนคลอดลูก คงเคยมีความคิดแวบเข้ามาในหัวว่า “ไหนๆ ก็จะต้องเจ็บตัวขึ้นเขียงผ่าคลอดอยู่แล้ว ถ้าจะให้คุณหมอช่วย ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง ส่วนเกินออกไปพร้อมกันเลยได้ไหม?” จะได้เจ็บทีเดียว หุ่นเป๊ะทันที ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจกับหน้าท้องย้วยๆ หลังคลอด

แต่ช้าก่อนค่ะแม่! ในความเป็นจริงทางการแพทย์ แนวคิดที่เรียกว่า “C-Tuck” หรือการทำศัลยกรรมหน้าท้องทันทีหลังผ่าคลอดนี้ อาจไม่ใช่ทางลัดสู่ความสวยอย่างที่คิด แต่อาจเป็นทางลัดสู่ความเสี่ยง ที่คุณแม่คาดไม่ถึง 

 

ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง คืออะไร?

ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Abdominoplasty (Tummy Tuck) คืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นเทรนด์ศัลยกรรมยอดฮิตของคุณแม่หลังคลอด

ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง คือ วิธีที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหารูปร่างช่วงเอวและหน้าท้อง โดยการผ่าตัดเพื่อนำไขมันส่วนเกินและผิวหนังที่หย่อนคล้อย เหี่ยวย่น หรือแตกลายออกไป และจุดเด่นสำคัญคือ การเย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้อง ที่แยกตัวออกจากกันให้กลับมากระชับชิดกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าท้องแบนราบ เรียบเนียน เอวคอด และกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในแบบที่การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจทำไม่ได้

ทำไม Tummy Tuck ถึงเป็นเทรนด์ใหม่ของคุณแม่หลังคลอด?

  1. แก้ไขปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยถาวร: ไม่ว่าจะเกิดจากการขยายตัวตอนตั้งครรภ์ การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรืออายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น
  2. ตัดไขมันหน้าท้อง: ช่วยกำจัดไขมันดื้อด้าน บริเวณหน้าท้องล่างที่พยายามคุมอาหารและออกกำลังกายเท่าไหร่ก็ไม่หายไป
  3. กระชับกล้ามเนื้อหน้าท้อง: คุณแม่หลังคลอดมักเจอภาวะ กล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (Diastasis Recti) การผ่าตัดนี้จะช่วยเย็บตรึงกล้ามเนื้อให้กลับมาแข็งแรง หน้าท้องจึงแบนราบจริง
  4. เพิ่มความมั่นใจ: ช่วยให้คุณแม่กลับมาสวมใส่เสื้อผ้าชุดเก่ง บิกินี่ หรือกางเกงเอวต่ำได้อย่างมั่นใจเหมือนสมัยสาวๆ
  5. แก้ไขปัญหาสุขภาพ: ช่วยลดอาการปวดหลังเรื้อรัง และปรับปรุงท่าทาง (Posture) ให้ดีขึ้นจากการที่กล้ามเนื้อหน้าท้องกลับมาพยุงกระดูกสันหลังได้ดีอีกครั้ง

การทำศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่มีผิวหนังส่วนเกิน หรือมี “พุงย้อย” เป็นถุงกาแฟบริเวณท้องน้อย
  • คุณแม่ที่มีปัญหาหน้าท้องแตกลายและหย่อนคล้อยรุนแรงหลังคลอด
  • ผู้ที่ลดน้ำหนักมาเยอะจนผิวหนังหดตัวกลับไม่ทัน
  • สำคัญที่สุด: ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีน้ำหนักตัวคงที่แล้ว

 

ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง เลยได้ไหม?

เมื่อ Tummy Tuck มันดีขนาดนี้ คุณแม่หลายคนจึงเกิดคำถามว่า “งั้นทำไมไม่ทำไปพร้อมตอนผ่าคลอดเลยล่ะ? จะได้ไม่ต้องดมยาสลบสองรอบ”

แม้ว่าแนวคิดเรื่อง ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง (C-Tuck) จะฟังดูน่าสนใจในแง่ของความสะดวกสบาย แต่ในมุมมองของศัลยแพทย์ตกแต่งที่เชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่มักจะ “ไม่แนะนำ” ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ความสวยงามที่ไม่เต็มร้อย ดังนี้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

 

1. “หมอสูติฯ” ไม่ใช่ “หมอศัลยกรรมตกแต่ง” ความเชี่ยวชาญคนละด้าน

นี่คือประเด็นแรกที่คุณแม่ต้องตระหนัก แพทย์ที่ทำหน้าที่ผ่าตัดคลอด (C-section) คือ สูตินรีแพทย์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมมาอย่างเชี่ยวชาญเพื่อดูแลความปลอดภัยของแม่และเด็ก การผ่าตัดมดลูก และการทำคลอดให้ปลอดภัยที่สุด ท่านไม่ได้ถูกฝึกมาเฉพาะทางสำหรับการทำศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความงาม

ดังนั้นการ ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง โดยทั่วไปมักจะเป็นเพียงการตัดเล็มผิวหนังส่วนเกิน บริเวณแผลผ่าคลอดออกไปเล็กน้อย หรือตัดรอยแผลเป็นเก่าออกเท่านั้น ไม่ใช่การทำ Tummy Tuck แบบเต็มรูปแบบ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • ข้อจำกัด: การผ่าตัดแบบแถมนี้ มักจะไม่มีการเลาะพังผืดกว้าง ไม่มีการดูดไขมันจัดทรงเอว และที่สำคัญ ไม่ได้มีการเย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้อง
  • ผลลัพธ์: คุณแม่จะเจ็บแผลยาวขึ้น แต่หน้าท้องอาจจะยังป่องเหมือนเดิมเพราะกล้ามเนื้อข้างในยังแยกตัวอยู่ กลายเป็นว่าเจ็บตัวฟรีแต่ไม่ได้หุ่นที่เป๊ะปังอย่างที่หวัง

2. ร่างกายของคุณแม่ ยังไม่พร้อมที่จะสวย

เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้การ ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง เป็นไอเดียที่ไม่ค่อยดีนัก คือ สรีรวิทยาของแม่หลังคลอดทันทีนั้น ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำศัลยกรรมตกแต่งเลย

  • มดลูกยังบวมเป่ง: ทันทีหลังคลอดลูก มดลูกของคุณแม่จะยังมีขนาดใหญ่ประมาณผลส้มโอหรือลูกแตงโมขนาดย่อม การจะทำศัลยกรรมดึงหนังหน้าท้องให้ตึงเป๊ะบนมดลูกที่ยังบวมอยู่นั้นทำได้ยากมาก เหมือนเราพยายามห่อของขวัญให้เรียบกริบในขณะที่ของข้างในยังบวมๆ ยุบๆ
  • การกะปริมาณผิวหนังทำได้ยาก: เมื่อมดลูกยุบตัวลง (ใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์) ผิวหนังหน้าท้องจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกมาก หากหมอตัดหนังออกไปตอนที่ท้องยังบวม เมื่อทุกอย่างยุบลง แผลอาจจะบิดเบี้ยว รอยแผลไม่สวย หรือตำแหน่งสะดือผิดเพี้ยนไปได้
  • น้ำหนักตัวไม่ใช่ของจริง: ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ทั้งจากตัวลูก น้ำคร่ำ และอาการบวมน้ำ แต่หลักการสำคัญของการทำ Tummy Tuck คือ “ผู้ป่วยควรมีน้ำหนักตัวคงที่” การผ่าตัดตอนที่น้ำหนักยังสวิงจากฮอร์โมน จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ดีที่สุด

3. การฟื้นตัว ยากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ลำพังแค่การพักฟื้นจากแผลผ่าคลอดปกติ ก็ถือเป็นงานหินสำหรับคุณแม่มือใหม่แล้ว การที่มีแผล ตัดหนังหน้าท้อง เพิ่มเข้ามา จะทำให้ชีวิตยากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

  • ความเจ็บปวด: หากมีการเย็บกล้ามเนื้อหน้าท้องร่วมด้วย คุณแม่จะรู้สึกตึงและเจ็บที่หน้าท้องมาก การขยับตัว ลุกนั่ง หรือแม้แต่การไอและจาม จะสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก
  • อุปสรรคในการเลี้ยงลูก: ความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นจะทำให้คุณแม่ลุกมาอุ้มลูก ให้นมลูก หรือเปลี่ยนผ้าอ้อมได้ลำบากมาก อาจทำให้พลาดช่วงเวลาสำคัญในการสร้างสายใยผูกพัน (Bonding) กับเจ้าตัวเล็กในช่วงแรกเกิด
  • ความเสี่ยงต่อสุขภาพ: การที่ร่างกายอ่อนแอ อ่อนเพลียจากการคลอด และเจ็บแผลจนไม่อยากขยับตัว จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน (Blood Clots) เพราะร่างกายไม่ได้ขยับเขยื้อนเพียงพอ

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ถ้าอยากตัดหนังหน้าท้องจริงๆ ควรทำตอนไหน?

หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้ คุณแม่อาจจะเริ่มถอดใจ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณแม่สามารถทำได้ แต่ควรทำในจังหวะเวลาที่เหมาะสม

ศัลยแพทย์ตกแต่งทั่วโลกแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่า การรอคอยให้ร่างกายพร้อม จะมอบผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและปลอดภัยกว่าการฝืนทำ ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง อย่างแน่นอน โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ รออย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี หลังคลอด

หรือรอจนกว่าคุณแม่จะเลิกให้นมบุตร และฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งการรอคอยนี้มีข้อดีมากมาย

  1. มดลูกเข้าอู่สมบูรณ์: มดลูกหดรัดตัวกลับไปมีขนาดเท่าเดิม ทำให้หมอสามารถประเมินโครงสร้างหน้าท้องที่แท้จริงได้
  2. น้ำหนักตัวคงที่: เมื่อคุณแม่ลดน้ำหนักหลังคลอดจนนิ่งแล้ว หมอจะสามารถคำนวณปริมาณไขมันและหนังส่วนเกินที่ต้องตัดออกได้อย่างแม่นยำ ทำให้ได้หน้าท้องที่เรียบเนียนที่สุด
  3. ร่างกายแข็งแรงพร้อมพักฟื้น: เมื่อลูกเริ่มโต คุณแม่จะมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถพักฟื้นจากการผ่าตัดใหญ่ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการอุ้มลูกเล็กตลอดเวลา
  4. ได้ทำกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง: คุณแม่สามารถเลือก “ศัลยแพทย์ตกแต่ง” ที่มีฝีมือ เข้ามาดูแลเรื่องความสวยงามโดยเฉพาะ มีการออกแบบตำแหน่งสะดือใหม่ และเย็บซ่อมกล้ามเนื้อให้เอวคอดสวยงาม ซึ่งเป็นงานละเอียดประณีตที่ต้องใช้เวลา ไม่ใช่การทำรีบๆ ในห้องคลอด

 

ความสวยรอได้ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ถึงแม้ว่าเทรนด์การตัดหนังหน้าท้องหลังคลอด จะถูกพูดถึงบ่อยๆ แต่สำหรับการผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้องเลยนั้น ความเสี่ยงและผลลัพธ์ดูจะไม่คุ้มค่าเลย เมื่อเทียบกับการรอเวลาที่เหมาะสม

การรอจนกว่าคุณแม่จะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในการเลี้ยงลูกอ่อน และรอให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติจนเต็มที่ จะทำให้การผ่าตัด Tummy Tuck ในภายหลัง กลายเป็นการให้รางวัลตัวเองที่แท้จริง

คำแนะนำจาก theAsianparent ในช่วงนี้ขอให้คุณแม่โฟกัสไปที่เจ้าตัวเล็กและการดูแลตัวเองเบื้องต้นก่อน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การใช้ผ้ารัดหน้าท้อง เพื่อพยุงแผลผ่าคลอด และเริ่มออกกำลังกายเบาๆ เมื่อแผลหายดี เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายพร้อมจริงๆ ค่อยเดินเข้าปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่ง รับรองว่าคุณจะได้หน้าท้องที่สวย เป๊ะ ปัง สมใจ และปลอดภัยหายห่วงแน่นอนค่ะ

 

บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ หากคุณแม่มีความกังวลเรื่องรูปร่างหรือสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคลนะคะ

 

ที่มา : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ , Beth Collins M.D.

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

10 สิ่งจำเป็นหลังผ่าคลอด: เช็กลิสต์เพื่อแม่ฟื้นตัวไว เจ็บแผลน้อยลง

ผ่าคลอดกินข้าวเหนียวได้ไหม? จะทำให้แผลเป็นหนอง จริงหรือเปล่า?

7 อาการผิดปกติของแผลผ่าคลอด แบบไหนคืออักเสบข้างใน แบบไหนคือใกล้หาย