การได้เดินทางท่องเที่ยว พักผ่อน หย่อนใจ และคลายความเครียดนับเป็นสิ่งที่ดีต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์อย่างยิ่งคะ อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวอย่างละเอียดรอบคอบและการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนออกเดินทางให้แน่ใจว่า ตั้งครรภ์ช่วงไหนเที่ยวได้ รวมถึงมีข้อปฏิบัติการเดินทางสำหรับคนท้องอย่างไรบ้าง จะช่วยทั้งคุณแม่ตั้งครรภ์และคนที่รักใกล้ชิดได้ท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยค่ะ
สารบัญ
ตั้งครรภ์ช่วงไหนเที่ยวได้? ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการท่องเที่ยวสำหรับคนท้อง
- ไตรมาสที่ 1 (1–12 สัปดาห์): ควรระวังเป็นพิเศษ ร่างกายกำลังปรับตัว มีอาการแพ้ท้อง เหนื่อยล้า และมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรสูงตามธรรมชาติ
- ไตรมาสที่ 2 (13–27 สัปดาห์): ช่วงเวลาทอง (Golden Period) ปลอดภัยและดีที่สุดในการเดินทาง อาการแพ้ท้องลดลง มีพลังกระฉับกระเฉง และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่ำที่สุด
- ไตรมาสที่ 3 (28 สัปดาห์ขึ้นไป): ควรระวังความเหนื่อยล้า ท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้อึดอัดและเคลื่อนไหวไม่สะดวก ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไกล
คนท้องเดินทางไกลได้ไหม? ข้อปฏิบัติการเดินทางอย่างปลอดภัย
คนท้องขึ้นเครื่องบินได้ไหม
- เกณฑ์เบื้องต้น: คนท้องขึ้นเครื่องบินได้อย่างปลอดภัยจนถึงก่อนอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ (สำหรับครรภ์เดี่ยวที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน)
- ข้อกำหนดสายการบิน: หลังอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ (Fit to Fly) และมักไม่อนุญาตให้บินหลัง 36 สัปดาห์ (หรือ 32 สัปดาห์สำหรับครรภ์แฝด)
- กลุ่มเสี่ยงที่ควรงดบิน: คุณแม่ที่มีประวัติเลือดออกทางช่องคลอด แท้งบุตร โลหิตจางรุนแรง ครรภ์เป็นพิษ ความดัน/เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือตั้งครรภ์แฝด
ข้อปฏิบัติบนเครื่อง:
- คาดเข็มขัดนิรภัยไว้ใต้หน้าท้อง (บริเวณกระดูกเชิงกราน) ตลอดเวลา
- ดื่มน้ำสะอาดสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊ส (เช่น น้ำอัดลม, บรอกโคลี)
- ป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน (DVT): หากบินเกิน 4 ชั่วโมง ให้ลุกเดินหรือขยับข้อเท้าทุก 30–60 นาที สวมเสื้อผ้าสบายๆ และใส่ถุงน่องพยุงครรภ์
คนท้องเดินทางไกลด้วยรถยนต์
- คาดเข็มขัดนิรภัยให้สายคาดตักอยู่ต่ำกว่าหน้าท้อง (ห้ามพาดทับหน้าท้องเด็ดขาด)
- จอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตเป็นระยะ
- ไม่ควรเดินทางไกลเพียงลำพัง ควรมีผู้ร่วมเดินทางดูแลเสมอ
คนท้องเดินทางด้วยเรือ
- เรือเฟอร์รี่/เรือเร็ว: ตรวจสอบข้อห้ามของบริษัทเรือก่อนเดินทาง (มักงดรับหลังอายุครรภ์ 28–32 สัปดาห์)
- เรือสำราญ: เลือกลำที่มีห้องพยาบาลพร้อมดูแลสตรีมีครรภ์และเทียบท่าใกล้สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
คำแนะนำเพิ่มเติม
- อาหารและน้ำ: ดื่มเฉพาะน้ำบรรจุขวดที่ปิดสนิท ทานอาหารสุกสะอาด เพื่อป้องกันท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ
- พื้นที่เสี่ยง: หลีกเลี่ยงพื้นที่ระบาดของ ไวรัสซิกา (Zika) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองของทารก
- ยาและวัคซีน: ฉีดได้เฉพาะวัคซีนชนิดเชื้อตาย งดเว้นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น และปรึกษาแพทย์ก่อนทานยาป้องกันมาลาเรีย
- เอกสารและประกัน: พกสำเนาประวัติฝากครรภ์ติดตัวเสมอ และเลือกทำประกันเดินทางที่ครอบคลุมการรักษาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคลอดก่อนกำหนด
ตรวจความพร้อมก่อนเดินทาง
ตรวจประเมินสุขภาพ & ออกใบรับรองแพทย์: ให้บริการตรวจความพร้อมและออกใบรับรองแพทย์ ตั้งครรภ์ ขึ้นเครื่องบิน Fit to Fly / Fit to Travel โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
บริการตรวจโควิด-19 (รับผลพร้อมใบรับรอง Fit to Fly):
- แบบ RT-PCR (5,000 บาท): รู้ผลภายใน 4–6 ชั่วโมง (เมื่อเก็บตัวอย่างก่อน 15.00 น.)
- แบบ Fit to Fly Express (6,000 บาท): ตรวจด้วยระบบด่วนพิเศษ รู้ผลรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง (เมื่อเก็บตัวอย่างก่อน 18.00 น.)
บทความโดย พญ. วันวิสาข์ ไชยชนะ
สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลรามคำแหง
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ความเครียดตอนท้อง 14 สัปดาห์ นอนไม่หลับ ร้องไห้ทุกคืน อันตรายต่อลูกในท้องไหม?
ท้องมีเส้นดำ เส้นเลือดชัด รอยแตก น้ำนมไหล สรุปมาสัปดาห์ไหน และไม่ปวดฉี่บ่อยผิดปกติไหม?
ท้อง 25 สัปดาห์ หายใจไม่ค่อยออก เหนื่อย ใจสั่น อาการแบบนี้ปกติไหม
แหล่งอ้างอิง
- โรงพยาบาลรามคำแหง. (2569, 15 มิถุนายน). Fit to Fly ตรวจหาเชื้อโควิด-19 พร้อมใบรับรองแพทย์สำหรับผู้เดินทาง
- Mayo Clinic. (2022, December 29). Air travel during pregnancy: Is it safe?.
- National Health Service. (2022, August 17). Travelling in pregnancy.
บทความอัปเดตล่าสุด กันยายน 2569