TAP top app download banner
theAsianparent Thailand Logo
theAsianparent Thailand Logo
คู่มือสินค้า
เข้าสู่ระบบ
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
    • ระยะการตั้งครรภ์
    • โภชนาการเเม่ท้อง
    • โภชนาการแม่ให้นม
    • ตั้งชื่อลูก
    • พัฒนาการสมอง
  • แม่ผ่าคลอด
    • พัฒนาการเด็กผ่าคลอด
    • เตรียมตัวผ่าคลอด
    • สุขภาพเด็กผ่าคลอด
    • คู่มือคุณแม่ผ่าคลอด
    • การดูแลหลังผ่าคลอด
    • โภชนาการเด็กผ่าคลอด
  • หลังคลอด
    • คลอดธรรมชาติ
    • ผ่าคลอด
    • การให้นมลูก
  • สุขภาพและโภชนาการ
    • โภชนาการ
    • สุขภาพ
  • ลูก
    • ทารกแรกเกิด
    • ทารก
    • เด็กวัยหัดเดิน
    • เด็กก่อนวัยเรียน
    • เด็ก
    • เด็กก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่น
  • ชีวิตครอบครัว
    • ความรักและความสัมพันธ์
    • การเลี้ยงลูก
    • มุมคุณพ่อ
    • ประกันชีวิต
    • การวางแผนการเงิน
    • ความรัก และ เซ็กส์
    • #สอนลูกเรื่องเงิน ฉบับพ่อแม่
    • TAPpedia
  • การศึกษา
    • เด็กวัยประถม
    • โรงเรียนประถม
    • มัธยมศึกษา
    • แบบฝึกหัดและข้อสอบ
    • แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ
  • ผู้หญิง
    • แฟชั่น
    • ความงาม
    • ฟิตเนส
  • ไลฟ์สไตล์
    • ที่เที่ยว
    • ที่กิน
    • ดวง
    • ทำนายฝัน
    • สีมงคล
    • บทสวดมนต์
    • ข่าว
    • ดูแลบ้าน
    • แนะนำโดย TAP
    • อีเว้นท์
  • วิดีโอ
    • การตั้งครรภ์
    • ทารก
    • คำแนะนำในการเลี้ยงลูก
    • การให้นมบุตร
    • อาหารเสริมทารก & โภชนาการ
    • เด็กเล็ก
  • ชอปปิง
  • VIP

เสพข่าวสะเทือนใจ มากเกินไป เสี่ยง! โรค PTSD

4 Oct, 2024
เสพข่าวสะเทือนใจ มากเกินไป เสี่ยง! โรค PTSD

โรค PTSD คืออะไร เสพข่าวมากเกินไป เสี่ยงต่อการเกิดโรค PTSD อย่างไร ตามมาดูกันค่ะ

จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสนักเรียนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความสะเทือนใจและกำลังสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วสังคมไทยในเวลานี้ ส่วนหนึ่งเพราะปัญหาต่าง ๆ ที่ถูกซุกไว้ใต้พรมกำลังค่อย ๆ ถูกตีแผ่ กับอีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทุกช่องทางและทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียล้วนเกาะติดสถานการณ์ความคืบหน้าของข่าว และรายงานกันแทบทุกชั่วโมง แน่นอนว่า… ข่าวหรือข้อมูลเหล่านี้ทำให้เกิดผลกระทบกับจิตใจกับคนทั่วไปที่ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ได้เสพข่าวที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งได้หากมีการ เสพข่าวสะเทือนใจ มากเกินไป เสี่ยงต่อการเกิด โรค PTSD ตามมาภายหลังจากการรับสื่อที่กระตุ้นเร้าอย่างมากได้

เสพข่าวสะเทือนใจ มากเกินไป เสี่ยง โรค PTSD

 

โรค PTSD คืออะไร

หากกล่าวง่าย ๆ อาจบอกได้ว่า PTSD คือ โรคทางใจ ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการประสบภัยรุนแรงในชีวิตค่ะ ซึ่ง PTSD (Post-traumatic Stress Disorder) เป็นภาวะทางจิตเวชอย่างหนึ่ง เป็นความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ หรือภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังพบเห็น เผชิญ หรือรับรู้เหตุการณ์ความรุนแรง สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ เกิดขึ้นกับผู้ที่ประสบพบเหตุร้ายด้วยตัวเอง หรือเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์และเห็นเหตุการณ์สะเทือนใจนั้นโดยตรง หรือเป็นญาติใกล้ชิดกับผู้ประสบเหตุและได้รับรู้รายละเอียดข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนเกิดความเครียด และมีพฤติกรรมบางอย่างที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตตามมา และจำเป็นต้องได้รับการรักษา

 

โรค PTSD

อาการของโรค PTSD

ในกรณีของผู้ที่ประสบเหตุรุนแรงจนได้รับความสะเทือนใจ หรือแม้กระทั่งบุคคลอื่น ๆ ที่ เสพข่าวสะเทือนใจ มากเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรค PTSD เช่นกัน จะมีอาการของโรค PTSD ออกมา 2 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 เกิดขึ้นภายใน 1 เดือนหลังเหตุการณ์ เรียกว่า Acute Stress Disorder (ASD) หรือ โรคเครียดฉับพลัน ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะ ASD สามารถหายเองได้ หรือไม่เป็นอะไรเลยในเดือนแรก แต่หลังเกิดเหตุการณ์มาแล้ว 1 เดือนหากอาการนี้ยังไม่หายไป จะเรียกว่า PTSD
  • ระยะที่ 2 หลังเกิดเหตุการณ์มาแล้ว 1 เดือน ที่เรียกว่า PTSD อาจแสดงลักษณะอาการออกมาได้ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่

 

ลักษณะสำคัญ 3 ด้าน ของโรค PTSD

1. “หลอน”(re-experiencing) คือการที่เหตุการณ์นั้นตามมาหลอกมาหลอน รู้สึกถึงประสบการณ์ หรือเสมือนอยู่ในเหตุการณ์รุนแรงที่ประสบมาซ้ำ ๆ เช่น ภาพเหตุการณ์ในข่าว รูปต่าง ๆ ที่เห็น ผุดขึ้นในความคิดซ้ำ ๆ แบบหยุดไม่ได้ ฝันร้ายถึงเรื่องนั้น ๆ ตกใจกลัว หรือหลับตาทีไรก็ยังเห็นภาพนั้น
2. “เร้า”(Hyperarousal) คืออาการตื่นตัวมากเกินไป มีอาการตกใจ ตื่นตัวง่าย อาจมีอารมณ์หงุดหงิด ระแวดระวัง สมาธิไม่ดี นอนหลับยากขึ้น แม้ว่าเหตุการณ์น่ากลัวจะผ่านไปแล้ว แต่ร่างกายก็ยังไม่ยอมเลิกตื่นตัว ทำให้ยังรู้สึกกระวนกระวาย ผุดลุกผุดนั่ง ใจสั่น สะดุ้งง่าย ไม่มีสมาธิ เครียดง่ายกับเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะเมื่อมีอะไรมาสะกิดให้นึกถึงเหตุการณ์สะเทือนใจนั้น
3. “หลบ”(Avoidance) คือการที่คอยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเตือนให้นึกถึงเหตุการณ์ หรือมีอารมณ์เฉยชา (emotional numbing) พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูด หรือนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้หวาดกลัว เช่น ประสบภัยพิบัติมาจึงไม่กล้าดูข่าวนี้ในโทรทัศน์ หรือไม่กล้าไปในสถานที่ประสบเหตุ เพราะเมื่อเห็นแล้วจะรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาอีก

ทั้งนี้ PTSD ยังอาจมีอาการอื่นได้อีก เช่น ซึมเศร้า โทษตัวเองว่ามีส่วนทำให้เกิดเหตุร้าย หรือรู้สึกผิดที่หนีเอาตัวรอด วิตกกังวล ย้ำคิดย้ำทำ ดื่มเหล้าเบียร์มากกว่าเดิมเพื่อดับความกระวนกระวายใจ หงุดหงิดง่าย ทำร้ายตัวเอง หรือพยายามฆ่าตัวตาย

 

เด็กที่เสี่ยงเป็นโรค PTSD

เด็กที่เสี่ยง ! โรค PTSD มีอาการอย่างไร

โรค PTSD ในเด็ก และผู้ใหญ่ นั้นมีความแตกต่างกันในเรื่องของ การสื่อสารและการแสดงออก ผู้ใหญ่ที่ เสพข่าวสะเทือนใจ มากเกินไป หรือเป็นผู้สูญเสียและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โดยตรงจนมีภาวะของโรค PTSD จะแสดงอาการที่ตรงไปตรงมาซึ่งสามารถสังเกตจากพฤติกรรมได้อย่างชัดเจน ทั้งยังสามารถอธิบายอาการได้ว่ามีความคิดอย่างไร เห็นภาพอะไร หรือกำลังรู้สึกอะไรอยู่

แต่กรณีโรค PTSD เกิดขึ้นในเด็ก แม้บางคนจะมีการแสดงออกทางกายที่เหมือนกับผู้ใหญ่ แต่การสื่อสารและการอธิบายอาการอย่างเข้าใจได้จะค่อนข้างจำกัด เนื่องจากยังไม่มีความเข้าใจต่อโรค ไม่เข้าใจสภาวะของตัวเอง และไม่รู้จะสื่อสารอาการออกไปอย่างไร โดยอาการที่อาจแสดงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ

  • เด็กจะรู้สึกเหมือนประสบเหตุการณ์นั้นอยู่เรื่อย ๆ เช่น นึกถึง เห็นภาพในข่าวที่ดู อาจได้ยินเสียง ทำให้ไม่สบายใจอย่างมาก แต่ก็หยุดนึกถึงไม่ได้
  • ในเด็กเล็กที่พูดบอกไม่ได้อย่างชัดเจน อาจแสดงออกผ่านการเล่น วาดรูป เด็กอาจจะเล่นซ้ำ ๆ โดยอาจมีความเกี่ยวโยงถึงเหตุการณ์ที่เจอมา
  • เด็กบางคนฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์ ฝันร้ายถึงการพลัดพราก ความตาย หรือเรื่องน่ากลัวต่าง ๆ
  • หากมีคน หรือสิ่งของที่ทำให้คิดถึงเหตุการณ์ เด็กก็จะกลัวมากขึ้น
  • เด็กบางคนอาจแสดงอาการทางกาย เช่น ปวดท้อง ปวดหัว ใจสั่น อาเจียน เวลามีปัจจัยที่ทำให้คิดถึงเหตุการณ์นั้น ๆ
  • อาจแสดงอาการเฉยชา ไม่สนใจ ไม่ร่าเริง ไม่เล่นอะไรที่เคยชอบ เพราะช็อกกับเหตุการณ์ หรือบางคนจะร้องไห้งอแงมากกว่าปกติ แต่ที่พบบ่อยคือ เด็กจะกลัวการแยกจาก ติดคนที่ดูแลมากขึ้น ร่วมกับมีพฤติกรรมถดถอย เหมือนกลายเป็นเด็กอีกครั้ง หรือบางคนมีภาวะปัสสาวะรดที่นอน
  • พฤติกรรมเปลี่ยนไป หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าวมากขึ้น หรือไม่มีสมาธิในการเรียน ระดับการเรียนตกลง

 

ทำอย่างไรเมื่อเสี่ยง ! โรค PTSD

อย่างแรกที่ทุกคนควรทำกรณีไม่อยากให้เกิดความเสี่ยง โรค PTSD จากการเสพข่าวสะเทือนใจ มากเกินไป คือ หยุดรับสื่อหรือข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่มากเกินไปค่ะ เพราะการดูซ้ำ ๆ ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้มีอาการมากขึ้นได้ ควรหากิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียดเข้ามาในกิจวัตรประจำวัน อย่างการฟังเพลง การออกกำลังกาย ฯลฯ

นอกจากนี้ หากเด็ก ๆ ในบ้านไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ หรือเป็นเด็กที่ เสพข่าวสะเทือนใจ มากเกินไป ก็ตาม มีอาการที่เสี่ยงว่าจะเกิดภาวะ PTSD คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองจะต้องทำความเข้าใจปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ว่าเป็นผลกระทบจากเหตุการณ์ ไม่ควรดุหรือตีเมื่อลูกงอแงเพราะจะยิ่งทำให้มีอาการมากขึ้น

หากลูกบอกว่ากลัวให้แสดงความรักความเข้าใจอย่างการกอด แล้วบอกลูกว่า พ่อแม่อยู่ตรงนี้ ไม่มีใครมาทำอะไรลูกได้ และคุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาทำกิจกรรมและเล่นกับลูก รวมถึงต้องตั้งสติอย่าให้ข่าวรุนแรงมาทำให้เกิดความเครียดได้ ควรจัดการกับความกังวล และดูแลตัวเองให้แข็งแรง เพื่อเป็นเกราะที่แข็งแกร่งให้กับลูก

อ้อมกอดแม่ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัย

วิธีรักษาและเยียวยาเด็กที่มีภาวะโรค PTSD

  • การบำบัดทางจิตใจ

ด้วยการให้ความรู้สุขภาพจิต การผ่อนคลายร่างกายและอารมณ์ ให้เด็กได้เผชิญกับสิ่งที่กลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยที่ได้รับการฝึกวิธีสร้างความมั่นคงทางจิตใจด้วย แล้วปรับเปลี่ยนความคิดที่ทำให้เกิดความกังวล และฝึกการจัดการกับอารมณ์ ซึ่งในผู้ป่วยเด็กอาจจะใช้วิธีวาดภาพระบายสี หรือใช้งานศิลปะเป็นสื่อใช้แสดงความรู้สึกต่าง ๆ ออกมา

ทั้งนี้ เด็กสามารถเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ให้ฟังได้หากต้องการเล่าเอง ไม่พยายามกระตุ้นให้เด็กเล่าเรื่องซ้ำ ๆ หากยังไม่รู้สึกปลอดภัยเพียงพอ อย่างไรก็ตาม เด็กที่มีภาวะโรค PTSD มักมีอาการหลีกเลี่ยงเพื่อปกป้องตนเองจากความรู้สึกเจ็บปวดและไม่สบายใจ ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต จึงดูเหมือนไม่มีอาการ และไม่เข้ารับการบำบัด คุณพ่อคุณแม่จึงต้องสังเกตและพาลูกเข้ารับการรักษาด้วย

นอกจากนี้ จะมีการจัดให้ผู้ปกครองเข้าร่วมการบำบัดด้วย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการเหล่านี้ เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนสำคัญที่จะทำให้เด็กหายจากอาการ PTSD ซึ่งจะช่วยเด็กในเรื่องการปรับตัว ทำให้เกิดความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย ลดตัวกระตุ้นความเครียด และเป็นที่ปรึกษาในสถานการณ์ที่ลูกอาจกังวลและต้องการความช่วยเหลือ

  • การรักษาด้วยยา

จิตแพทย์อาจให้ยาในกลุ่มยาแก้ซึมเศร้าร่วมกับการบำบัดทางจิตใจด้วย โดยยากลุ่มดังกล่าวต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์จึงจะเริ่มออกฤทธิ์ และต้องกินยาต่อเนื่องควบคู่กับการทำจิตบำบัดไปด้วย

จิตบำบัด วิธีรักษาโรค PTSD

ภาวะ PTSD นั้นมีต้นเหตุมาจากเหตุการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ ผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ที่กระทบต่อความรู้สึกอย่างรุนแรง จึงควรเข้าพบจิตแพทย์เพื่อวินิจฉัยและขอคำปรึกษา รวมถึงหากิจกรรมเพื่อบรรเทาความเครียด ส่วนกรณีที่เราไม่ได้เป็นผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ แต่เป็นผู้ติดตามข่าวสาร ควรหยุด เสพข่าวสะเทือนใจ มากเกินไป เพราะคือบันไดขั้นแรกที่จะทำให้โอกาสเกิดภาวะ PTSD น้อยลงตามไปด้วยค่ะ

… เราจะผ่านเรื่องน่าเศร้านี้ไปด้วยกันนะคะ

 

ที่มา : เพจ เข็นเด็กขึ้นภูเขา , www.phyathai.com , www.petcharavejhospital.com

 

บทความจากพันธมิตร
โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
สุดยอดตัวช่วยลูกรัก! Master Rabbit Iron With Folic + Vit D  คว้ารางวัล 'Parents' Choice Best Kids Supplemental' จาก theAsianparent Awards 2025
สุดยอดตัวช่วยลูกรัก! Master Rabbit Iron With Folic + Vit D คว้ารางวัล 'Parents' Choice Best Kids Supplemental' จาก theAsianparent Awards 2025
สูตรลับลูกแข็งแรง! มาสเตอร์แรบบิท ไอรอน วิท โฟลิค พลัส วิตดี ฟอส "ไอเทมดูแลสุขภาพลูก" ที่แม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
สูตรลับลูกแข็งแรง! มาสเตอร์แรบบิท ไอรอน วิท โฟลิค พลัส วิตดี ฟอส "ไอเทมดูแลสุขภาพลูก" ที่แม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
Master Rabbit Propolis Spray สเปรย์โพรโพลิสสำหรับเด็ก  คว้ารางวัล 'Proudly Local' จาก theAsianparent Awards 2025
Master Rabbit Propolis Spray สเปรย์โพรโพลิสสำหรับเด็ก คว้ารางวัล 'Proudly Local' จาก theAsianparent Awards 2025

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

10 เกมเด็กอนุบาล กระตุ้นสมองและพัฒนาการ พาลูกห่างจอ

กิจกรรมเด็ก 2 ขวบ เล่นอะไรดี สร้างความสนุก ส่งเสริมพัฒนาการลูกรอบด้าน

5 เพลงอนุบาล สนุก ร้องตามง่าย มีประโยชน์กว่าที่คิด !

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

จันทนา ชัยมี

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • เสพข่าวสะเทือนใจ มากเกินไป เสี่ยง! โรค PTSD
แชร์ :
  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอดบุตรเพิ่ม" เท่าไหร่ เช็กสิทธิใหม่ด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอดบุตรเพิ่ม" เท่าไหร่ เช็กสิทธิใหม่ด่วน!

  • โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
    บทความจากพันธมิตร

    โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว

  • สุดยอดตัวช่วยลูกรัก! Master Rabbit Iron With Folic + Vit D  คว้ารางวัล 'Parents' Choice Best Kids Supplemental' จาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    สุดยอดตัวช่วยลูกรัก! Master Rabbit Iron With Folic + Vit D คว้ารางวัล 'Parents' Choice Best Kids Supplemental' จาก theAsianparent Awards 2025

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอดบุตรเพิ่ม" เท่าไหร่ เช็กสิทธิใหม่ด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอดบุตรเพิ่ม" เท่าไหร่ เช็กสิทธิใหม่ด่วน!

  • โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
    บทความจากพันธมิตร

    โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว

  • สุดยอดตัวช่วยลูกรัก! Master Rabbit Iron With Folic + Vit D  คว้ารางวัล 'Parents' Choice Best Kids Supplemental' จาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    สุดยอดตัวช่วยลูกรัก! Master Rabbit Iron With Folic + Vit D คว้ารางวัล 'Parents' Choice Best Kids Supplemental' จาก theAsianparent Awards 2025

ลงทะเบียนรับคำแนะนำเรื่องการตั้งครรภ์พัฒนาการลูกในท้องได้ที่นี่
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • พัฒนาการลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • โภชนาการ
  • ไลฟ์สไตล์
  • TAP สังคมออนไลน์
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา
  • Influencer Marketing (KOL)
  • มาเข้าร่วมกับเรา


  • Singapore flag Singapore
  • Thailand flag Thailand
  • Indonesia flag Indonesia
  • Philippines flag Philippines
  • Malaysia flag Malaysia
  • Vietnam flag Vietnam
© Copyright theAsianparent 2026. All rights reserved
เกี่ยวกับเรา |ทีม|นโยบายความเป็นส่วนตัว |ข้อกำหนดการใช้ |แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว