วิธีฝึกลูกให้ขอโทษและให้อภัย จุดเริ่มต้นของทักษะทางสังคมที่พ่อแม่สร้างได้

วิธีฝึกลูกให้ขอโทษและให้อภัย คือรากฐานทักษะทางสังคมที่พ่อแม่ปลูกฝังได้ตั้งแต่เล็ก มาดูวิธีสอนลูกให้เข้าใจอารมณ์ และเรียนรู้การให้อภัย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เมื่อเห็นลูกทะเลาะกับเพื่อน แย่งของเล่น หรือทำให้อีกฝ่ายร้องไห้ หลายครั้งพ่อแม่รีบพูดทันทีว่า “รีบไปขอโทษเขาเดี๋ยวนี้” แต่สิ่งที่ได้กลับมา อาจเป็นคำว่า “ขอโทษ” ที่ไม่มีความหมาย เพราะเด็กพูดไปเพียงเพื่อตามคำสั่ง ไม่ได้เข้าใจว่าทำไมต้องพูด และไม่รู้สึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายจริง ๆ ความจริงแล้ว “การขอโทษ” และ “การให้อภัย” ไม่ใช่เพียงมารยาทสังคม แต่คือรากฐานสำคัญ ของการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในอนาคต และเป็นทักษะที่ต้องได้รับการฝึกฝนตั้งแต่เล็ก ๆ บทความนี้จะพาพ่อแม่ไปเข้าใจ วิธีฝึกลูกให้ขอโทษและให้อภัย อย่างจริงใจ พร้อมแนวทางที่จะช่วยให้ลูกเติบโตเป็นคนที่มีความเข้าใจผู้อื่น และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีไปตลอดชีวิต

จุดเริ่มต้นของทักษะทางสังคม: ทำไมการ “ขอโทษ” และ “ให้อภัย” จึงสำคัญ

  • การขอโทษ: คือการยอมรับว่าตัวเองทำบางสิ่งที่กระทบต่อคนอื่น พร้อมแสดงความรับผิดชอบ และความตั้งใจที่จะปรับปรุง การขอโทษอย่างจริงใจ ช่วยลดความตึงเครียด และซ่อมแซมความสัมพันธ์

  • การให้อภัย: คือการยอมรับว่าคนเราผิดพลาดได้ และเลือกที่จะไม่แบกความโกรธ หรือความเจ็บปวดไว้นานเกินไป เด็กที่เรียนรู้การให้อภัยตั้งแต่เล็ก จะเข้าใจการจัดการอารมณ์ของตัวเอง และรู้วิธีรักษาความสัมพันธ์

งานวิจัยจาก Harvard University พบว่า เด็กที่ได้รับการสอนให้เข้าใจอารมณ์ และการให้อภัย จะมีแนวโน้มที่จะสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืน กว่าเด็กที่ไม่เคยถูกสอนเรื่องนี้ เพราะพวกเขาเข้าใจความผิดพลาด และไม่กลัวที่จะยอมรับผิด

ดังนั้น การฝึกลูกเรื่อง “ขอโทษ” และ “ให้อภัย” จึงเป็นมากกว่าการสอนมารยาท แต่คือการปูพื้นฐานความสามารถทางสังคม (Social Skills) และความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence: EQ) ที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในสังคม

เด็กเรียนรู้เรื่องความผิด ความรับผิดชอบ และอารมณ์อย่างไร

เด็กไม่ได้เข้าใจความหมายของคำว่า “ผิด–ถูก” ตั้งแต่แรก แต่เรียนรู้จากประสบการณ์ และแบบอย่าง ที่พ่อแม่และคนรอบตัวแสดงให้เห็น

  • ช่วงเล็ก ๆ เด็กอาจยังไม่เข้าใจว่า การแย่งของเล่น คือการทำร้ายความรู้สึกเพื่อน เขามองว่า เป็นเพียงการทำสิ่งที่อยากทำ แต่หากพ่อแม่ช่วยสะท้อนอารมณ์ เช่น “เพื่อนร้องไห้ เพราะลูกเอาของเล่นไปนะ” เด็กจะเริ่มเรียนรู้ว่า การกระทำของตนเองมีผลต่อผู้อื่น

  • เมื่อโตขึ้น เด็กเริ่มเข้าใจว่า การทำผิดต้องมีความรับผิดชอบ และคำพูด หรือการกระทำ สามารถซ่อมแซมความรู้สึกได้ การเรียนรู้ตรงนี้ เป็นการปูพื้นฐานให้เด็กเข้าใจอารมณ์ ของทั้งตนเอง และคนอื่น

    Loading...
    You got lucky! We have no ad to show to you!
    ติดต่อโฆษณา

พ่อแม่ควรช่วยชี้ให้เห็นอารมณ์ของทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่สอนว่า “ห้ามทำ” แต่ให้เด็กเข้าใจผลลัพธ์ เช่น “เวลาเราแย่งของเล่น เพื่อนเสียใจ แต่ถ้าเราขออนุญาต เพื่อนอาจยินดีแบ่งปัน” นี่คือขั้นตอนแรก ที่ทำให้ลูกเรียนรู้ความรับผิดชอบ และเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น (Empathy) ซึ่งเป็นรากฐานของการ “ขอโทษ” และ “ให้อภัย”

วิธีฝึกลูกให้ขอโทษและให้อภัย

วิธีฝึกลูกให้ “ขอโทษ” อย่างจริงใจ

การบังคับให้ลูกพูดว่า “ขอโทษ” โดยไม่เข้าใจ เด็กจะพูดเพียงเพื่อให้เรื่องจบ ไม่ได้เรียนรู้จริง พ่อแม่จึงควรใช้วิธีดังนี้

  1. อธิบายอารมณ์ เช่น “เพื่อนร้องไห้ เพราะลูกผลักเขา” เพื่อให้เด็กเชื่อมโยงการกระทำ กับผลลัพธ์ทางอารมณ์

  2. ชวนให้คิดกลับด้าน “ถ้าเป็นลูก แล้วเพื่อนทำแบบนี้กับเรา จะรู้สึกยังไง” วิธีนี้ช่วยสร้างความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจ

    Loading...
    You got lucky! We have no ad to show to you!
    ติดต่อโฆษณา
  3. สอนคำพูด และท่าทางประกอบ เด็กเล็กอาจยังไม่รู้วิธีพูด พ่อแม่สามารถแนะนำว่า “หนูลองบอกเพื่อนว่า ขอโทษนะ แล้วคืนของเล่นให้เพื่อนด้วยดีไหม”

  4. ใช้บทสนทนาตัวอย่าง

    • พ่อแม่: “หนูคิดว่าเพื่อนรู้สึกยังไงตอนถูกแย่งของเล่น”

    • ลูก: “เขาเสียใจ”

      Loading...
      You got lucky! We have no ad to show to you!
      ติดต่อโฆษณา
    • พ่อแม่: “งั้นเราลองพูดว่า ‘ขอโทษนะ’ แล้วให้ของเล่นคืนเขาดีไหม”

การฝึกเช่นนี้จะทำให้คำว่า “ขอโทษ” ของลูกมีความหมาย และเป็นการสร้างนิสัยรับผิดชอบ ไม่ใช่การพูดเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

วิธีสอนให้ลูก “ให้อภัย” และปล่อยวางความโกรธ

การให้อภัย คือ ทักษะที่ยากกว่า “การขอโทษ” เพราะเด็กต้องเรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์ของตัวเอง และเข้าใจว่าคนเราทำผิดได้

  • ใช้นิทาน หรือเรื่องเล่า: เล่านิทานที่มีตัวละครทำผิด และได้รับการให้อภัย เช่น นิทานเพื่อนทะเลาะกัน แล้วกลับมาคืนดีกัน

  • แนะนำคำพูดง่าย ๆ: เช่น “ไม่เป็นไร” หรือ “คราวหน้าระวังหน่อยนะ”

  • ชี้ให้เห็นประโยชน์ของการให้อภัย: “ถ้าเรายังโกรธอยู่ เราจะไม่สนุกกับการเล่นต่อเลย แต่ถ้าให้อภัย เราจะกลับมาเล่นกับเพื่อนได้อีก”

การปล่อยวางความโกรธ

เด็กเล็กมักโกรธแรง แต่ไม่นาน พ่อแม่สามารถช่วยสะท้อนว่า “หนูกำลังโกรธ แต่ถ้าเราให้อภัย เพื่อนก็จะดีใจกับเรา” การสอนแบบนี้ จะทำให้ลูกเห็นว่า การให้อภัยไม่ใช่การเสียเปรียบ แต่คือการทำให้ตัวเองมีความสุขมากขึ้นค่ะ

บทบาทของพ่อแม่ และผลลัพธ์ระยะยาว

1. พ่อแม่ คือแบบอย่างที่ชัดเจนที่สุด

  • การขอโทษลูก: หากพ่อแม่ทำผิด เช่น ตะคอกลูกเมื่อเหนื่อย ควรขอโทษ และอธิบายว่า “เมื่อกี้แม่เหนื่อย เลยเผลอเสียงดัง ขอโทษนะ” ลูกจะเรียนรู้ว่าผู้ใหญ่ก็ทำผิด และสามารถขอโทษได้

  • สอนผ่านการใช้ชีวิตจริง: เช่น หากทำผิดกับคนในครอบครัว พ่อแม่ควรขอโทษต่อหน้าลูก เพื่อให้เห็นแบบอย่างจริง

2. ไม่บังคับ แต่ให้แนะนำ

การบังคับลูกให้พูด หรือให้อภัย อาจทำให้เด็กต่อต้าน แต่หากพ่อแม่ใช้การอธิบาย ชี้แนะ และให้ลูกเลือกเอง เด็กจะเรียนรู้ด้วยความเข้าใจมากกว่า

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

3. ผลลัพธ์ระยะยาว

  • เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ เข้าใจผู้อื่น และมีความเห็นอกเห็นใจ

  • รู้จักสื่อสาร และแก้ปัญหาในความสัมพันธ์

  • มีความสามารถทางอารมณ์ (EQ) ที่ช่วยทั้งชีวิตส่วนตัว และการทำงานในอนาคต

การเลี้ยงลูกให้เป็นคนที่รู้จักขอโทษและให้อภัย ไม่ได้หมายถึงการฝึกให้เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย หรือมีมารยาทดีเพียงอย่างเดียว แต่คือการปูพื้นฐานทักษะทางสังคม และทางอารมณ์ ที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต พ่อแม่สามารถเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ช่วยสะท้อนอารมณ์ให้ลูก เข้าใจว่าการกระทำส่งผลต่อคนอื่นอย่างไร สอนให้พูดขอโทษอย่างจริงใจ และเรียนรู้ที่จะให้อภัย เมื่อคนอื่นทำผิดพลาด ท้ายที่สุด วิธีฝึกลูกให้ขอโทษและให้อภัย ก็คือการสอนลูกให้เข้าใจโลกของผู้อื่น และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรง และมีความสุข

ที่มา: harvard

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกเอาแต่เล่นของเดิม ทำไมถึงดีต่อสมอง? เข้าใจ “การเล่นซ้ำ” ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ลูกชายติดแม่ ลูกสาวติดพ่อ จริงไหม? มุมมองทางจิตวิทยาพัฒนาการสมัยใหม่

เลี้ยงลูกอย่างไรให้รู้สึกว่า พ่อแม่คือ Safe Zone ที่ลูกปลอดภัยและไว้ใจได้เสมอ

บทความโดย

PP.