TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

น้ำตาล: ภัยร้ายใกล้ตัวลูก

บทความ 3 นาที
น้ำตาล: ภัยร้ายใกล้ตัวลูก

เราเคยได้ยินมาว่าน้ำตาลมีข้อเสียต่อร่างกายมากมาย ที่แน่ ๆ น้ำตาลทำให้อ้วน แล้วมันมีอะไรอย่างอื่นอีกมั้ย? มาดูกันว่าน้ำตาลส่งผลเสียต่อร่างกายของลูกคุณอย่างไร

ข้อเสียของการกินน้ำตาล

น้ำตาล: ภัยร้ายใกล้ตัวลูก

น้ำตาลไม่ดีต่อร่างกายจริงหรือ?

ขนมหวานนิดหน่อยอาจดูไร้พิษภัยสำหรับเด็ก แต่รู้หรือไม่ว่าในความเป็นจริงมีอาหารมากมายที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม และทำให้เด็กติดนิสัยกินหวาน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเด็กทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในฐานะผู้ปกครอง เราควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไร?

น้ำตาล: หวานเป็นลม

อย่าบอกลูกแค่เพียงว่า “น้ำตาลไม่ดีต่อร่างกาย” แต่ลองพยายามอธิบายให้เขาฟังว่าการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปจะเป็นผลเสียต่อร่างกายอย่างไร ดังต่อไปนี้:

ไขมันพอก: อาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาลมักเป็นอาหารที่มีแคลอรีสูงแต่ไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการ ซึ่งจะทำให้เรากินของหวาน ๆ มากเกินไป ไม่ใช่เพราะของหวานนั้นอร่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะของหวานมักไม่ทำให้เรารู้สึกอิ่ม เราจึงสามารถกินเข้าไปได้เรื่อย ๆ และแน่นอนว่าทุกแคลอรีที่เรากินเข้าไปจะถูกสะสมไว้ในรูปของไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

บทความใกล้เคียง: 20 อาหารแคลอรี่ต่ำ

เสี่ยงเป็นเบาหวาน: น้ำตาลไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน แต่การบริโภคของหวานมากเกินไปจะทำให้เกิดไขมันสะสมมากขึ้น และไขมันเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบอินซูลินในร่างกายผิดปกติและโรคเบาหวาน

ต้นเหตุโรคหลอดเลือดหัวใจ: การบริโภคน้ำตาล (และคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว) มากเกินไปจะทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจสูงขึ้น

ขาดสารอาหาร: เด็กที่ได้รับแคลอรีจากน้ำตาลมากเกินไปมักจะไม่ได้ค่อยรับสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ อย่างวิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ อย่างเพียงพอ ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหารและพัฒนาการที่ช้าลง

ฟันผุ: อย่าลืมให้ลูกแปรงฟันทุกครั้งหลังกินของหวาน เพราะน้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุ

น้ำตาลทำให้เด็กไฮเปอร์ จริงหรือ? อ่านหน้าถัดไป >>>

ข้อเสียของน้ำตาล: ทำให้เด็กอยู่ไม่สุขจริงหรือ?

น้ำตาลทำให้เด็ก “อยู่ไม่สุข” จริงหรือ?

แม้ว่าจะไม่มีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าการบริโภคน้ำตาลจะทำให้เด็กเป็นไฮเปอร์โดยตรง แต่ร่างกายของเด็กแต่ละคนมีการตอบสนองต่อระดับน้ำตาลแตกต่างกัน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เรามักเห็นเด็กจดจ่อกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีกว่าเมื่อลดการบริโภคน้ำตาลลง

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่าง:

1. การกินอาหารเช้าที่มีน้ำตาลมากเกินไปและช่วงสมาธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

2. การดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลในปริมาณมากและความเครียด ภาวะไฮเปอร์ และปัญหาอื่น ๆ ในวัยรุ่น

3. วัตถุแต่งสีกลิ่นรส เช่น ทาร์ทราซีน, Red 3 และ 40, Blue 1 และ 2, Green 3, Orange B และเบนโซเอท ซึ่งมักพบในอาหารที่มีน้ำตาลสูง กับปัญหาด้านพฤติกรรม

เราเสพติดน้ำตาลได้หรือไม่?

น้ำตาลสามารถกระตุ้นให้สมองเกิดอาการเสพติดได้ ผลการสแกนสมองแสดงให้เห็นว่าร่างกายจะหลั่งสารโดพามีนและโอปิออยด์เมื่อมีการบริโภคน้ำตาล ในกรณีของคนที่ร่างกายไวต่อน้ำตาล อาจทำให้เกิดอาการ “ติดน้ำตาล” ได้

กินน้ำตาลเท่าไหร่ถึงเหมาะสม หน้าถัดไป>>>

ลูกกินน้ำตาลมากไปรึเปล่า?

กินหวานไปหรือเปล่า?

เรามีปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมสำหรับเด็กในแต่ละช่วงอายุมาแนะนำ

บทความจากพันธมิตร
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ: ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เติมน้ำตาล นี่จะช่วยป้องกันไม่ให้ลูกของคุณติดกินหวาน

เด็กอายุ 2-8 ปี: ไม่ควรกินอาหารที่ใส่น้ำตาลมากกว่า 3 ช้อนชา

เด็กอายุ 8-18 ปี: ไม่ควรกินอาหารที่ใส่น้ำตาลมากกว่า 5-8 ช้อนชา

เคล็ดลับในการลดน้ำตาลสำหรับเด็ก

  • ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน อย่างน้ำอัดลม น้ำเกลือแร่ หรือน้ำผลไม้ที่ผสมน้ำตาล
  • ดื่มนมที่ไม่แต่งรส หรือน้ำผลไม้สด
  • ให้เด็กกินธัญพืชใส่ผลไม้สด แทนซีเรียลที่อุดมไปด้วยน้ำตาลเป็นอาหารเช้า
  • กินอาหารที่ปรุงสดใหม่ด้วยกันทั้งครอบครัว ให้ลูกได้ช่วยเตรียมอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพซึ่งไม่เติมน้ำตาล
  • อ่านฉลากอาหารและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล หรือน้ำเชื่อมสูง
  • จำกัดการบริโภคอาหารสำเร็จรูป เช่น ธัญพืชแท่ง คุ้กกี้ ขนมหวาน ลูกกวาด แยม น้ำเชื่อม และผลไม้กระป๋อง
  • มีอาหารหวานตามธรรมชาติติดบ้านไว้ เช่น ผลไม้สด เด็ก ๆ จะได้กินแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ
  • อย่าใช้อาหารหรือขนมเป็นเครื่องล่อใจหรือรางวัล

หากคุณมีข้อสงสัยหรือปัญหาเกี่ยวกับอาหารการกินของลูก ลองปรึกษากุมารแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • น้ำตาล: ภัยร้ายใกล้ตัวลูก
แชร์ :
  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

    กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

    กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว