การ์ตูนอะไรดีให้ลูกดู? ปัจจุบันการเลือกการ์ตูนสำหรับเด็กเล็กเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะบ้านที่ลูกอายุ 2–6 ขวบ เพราะเด็กวัยนี้จำเก่งมาก ซึมซับเร็ว และเลียนแบบพฤติกรรมจากหน้าจอแทบทุกอย่าง การเลือก การ์ตูนเด็ก ที่พูดเพราะ ไม่มีคำหยาบ ไม่มีความรุนแรง และมีจังหวะภาพไม่เร็วจนเกินไป จึงช่วยให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้โลกอย่างนุ่มนวลและปลอดภัย
บทความนี้รวบรวม 10 การ์ตูนเด็ก ที่แม่ ๆ แนะนำว่าดี ดูได้ทั้งครอบครัว อบอุ่น ปลอดภัย และเหมาะกับพัฒนาการของลูกค่ะ
10 การ์ตูนเด็ก ที่แม่แนะนำ พูดเพราะ ปลอดภัย ให้แง่คิดดี
1) Bing – กระต่ายน้อยผู้พูดเพราะที่สุดและเรียนรู้อารมณ์อย่างอ่อนโยน
หลายบ้านรัก Bing มาก เพราะเป็นการ์ตูนที่พูดเพราะที่สุด ตัวละครทุกตัวใช้ภาษาที่สุภาพ ชัดเจน และมีจังหวะภาพที่ช้า ทำให้เหมาะกับเด็กเล็กที่ต้องการจังหวะภาพไม่เร็วจนเกินไป
สิ่งที่โดดเด่นของ Bing คือการเล่าเรื่องผ่านประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น รอคิว เล่นไม่เป็นไปตามที่หวัง ทำของตก หรือรู้สึกอารมณ์ล้น พอเด็กรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในเหตุการณ์ ก็จะเรียนรู้วิธีจัดการอารมณ์ได้ตามแบบ Bing
แม่ ๆ หลายบ้านแชร์ว่า “ลูกจำเนื้อเรื่องทุกตอนแล้วนำไปใช้จริง เช่น วิธีขอของ วิธีรอ และวิธีอธิบายอารมณ์ของตัวเอง”
นี่คือหนึ่งในการ์ตูนที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นโลกการเรียนรู้ของลูก และจัดอยู่ในหมวด การ์ตูนเด็ก ที่พูดเพราะและอ่อนโยนที่สุดเรื่องหนึ่งค่ะ
2) นายอำเภอลาบราดอร์ – การ์ตูนสอนความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
อีกหนึ่งเรื่องที่แม่ไทยแนะนำเยอะมาก เพราะสอนเรื่องความปลอดภัยแบบเข้าใจง่ายเด็กดูแล้วจำได้ เช่น ไม่เปิดประตูให้คนแปลกหน้า ระวังเรื่องของมีคม ข้ามถนนอย่างไรให้ปลอดภัย รวมไปถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เด็กเจอในชีวิตจริง
สิ่งที่พ่อแม่ชอบคือ ไม่มีคำหยาบ ตัวละครสุภาพและใจดี แทรกข้อคิดท้ายตอน ถ้าภาพตัดเร็วไป แค่ลดสปีดเหลือ 0.75x ก็ดูสบายตาแล้ว เป็น การ์ตูนเด็ก ที่ช่วยให้ลูกรู้จักแยกแยะสถานการณ์ ถ้าแม่อยากให้ลูกเข้าใจ ความปลอดภัยรอบตัว นี่คือเรื่องที่ต้องดูเลยค่ะ
3) BabyBus – การ์ตูนเรื่องพฤติกรรมและนิสัยที่เด็กควรรู้
BabyBus โด่งดังในหมวดการ์ตูนสอนเด็กมานานมาก ด้วยจุดเด่นคือการผสมผสานระหว่างเพลงและสถานการณ์ในชีวิตจริง เช่น วิธีขอความช่วยเหลือ การรักษาความปลอดภัยในที่สาธารณะ การรู้จักกฎจราจร การดูแลสุขอนามัย หรือการแบ่งปัน
แม่ ๆ ชอบเพราะ คำพูดสุภาพ เพลงจำง่าย เด็กเอาไปพูดในชีวิตจริง มีทั้งตอนสนุก ตอนสอน และตอนผจญภัยแบบไม่รุนแรง เหมาะกับเด็ก 2–6 ขวบ ถือเป็น การ์ตูนเด็กเสริมพัฒนาการ ที่เด็กไทยดูเยอะที่สุดเรื่องหนึ่งเลยค่ะ
4) Masha and the Bear – การ์ตูนอบอุ่นที่สอนเรื่องมิตรภาพและการจัดการอารมณ์
แม้ Masha จะดูซุกซน แต่นี่คือการ์ตูนที่สอนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กได้ดีมาก เพราะหมีเป็นเหมือนผู้ใหญ่ใจดีที่คอยชี้แนะอย่างอ่อนโยน ลูกจะได้เรียนรู้เรื่องการรับมือกับความผิดหวัง ความใจดี การลองผิดลองถูก การหาจุดสมดุลในกิจกรรม
แม่หลายบ้านบอกว่าควรนั่งดูด้วย เพื่ออธิบายบางเหตุการณ์ให้เด็กเข้าใจมุมดี–ไม่ดีให้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
5) Paw Patrol – ทีมฮีโร่สุนัขผู้มีความรับผิดชอบ
Paw Patrol เป็นการ์ตูนที่เด็กทุกบ้านรู้จัก เพราะเป็นเรื่องทีมฮีโร่สุนัขที่ช่วยเหลือเมืองต่าง ๆ แบบสนุกและปลอดภัย ตัวละครทุกตัวพูดเพราะและมีบุคลิกชัดเจน เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องความกล้าหาญ การร่วมมือกัน และการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล
ข้อดีคือ ไม่มีฉากรุนแรงหรือภาพตัดเร็วแบบไฮเปอร์เกินไป เหมาะกับช่วงวัย 3–6 ขวบมากค่ะ
6) Robocar Poli – การ์ตูนอันดับหนึ่งเรื่อง กฎจราจรสำหรับเด็ก
แม่ ๆ ชอบ Robocar Poli มากเพราะสอนความปลอดภัยบนท้องถนน แบบเข้าใจง่ายที่สุด เช่น หยุด–มอง–ฟัง ก่อนข้ามถนน ระวังรถถอย สวมหมวกกันน็อก ไม่วิ่งออกถนน ทุกตอนจบด้วยการสรุปแง่คิดสั้น ๆ เพื่อให้เด็กจำได้จริง เป็น การ์ตูนเด็ก ที่ช่วยสร้างนิสัยความระมัดระวังในชีวิตประจำวันได้ดีมากค่ะ
7) Little Angel (ไทย) – เพลงเพราะ พูดสุภาพ เด็กพูดตามได้
Little Angel เวอร์ชันภาษาไทยเป็นที่นิยมมาก เพราะมีเพลงเกี่ยวกับมารยาท การเข้าห้องน้ำ การยอมรับความแตกต่าง การช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวัน และเรื่องพี่น้องที่เข้าใจง่ายมาก
ข้อดีคือ เพลงจังหวะไม่เร็วเกินไป เสียงพูดชัด เด็กสามารถเลียนแบบคำพูดที่สุภาพได้ และยังช่วยเสริมพัฒนาการด้านภาษาอีกด้วยค่ะ
8) Bebefinn – เพลงน่ารัก ๆ ที่สอนกิจวัตรประจำวัน
อีกหนึ่งรายการที่แม่หลายบ้านเปิดระหว่างกิจวัตร เช่น อาบน้ำ กินข้าว แต่งตัว เพราะ Bebefinn ใช้เพลงสั้น ๆ ช่วยให้เด็กจดจำขั้นตอนและพฤติกรรมดี ๆ ได้ง่ายขึ้น
เป็น การ์ตูนเด็ก ที่ช่วยเรื่องระเบียบชีวิตให้ลูกมาก เช่น แปรงฟัน ล้างมือ เปลี่ยนผ้าอ้อม กินผัก การเล่นกับครอบครัว เหมาะกับเด็กๆ ที่กำลังเริ่มเรียนรู้กิจวัตรประจำวันค่ะ
9) Numberblocks / StoryBots – การ์ตูนความรู้ที่สนุกสุด ๆ สำหรับเด็ก
สองเรื่องนี้เป็นตัวแทนของ การ์ตูนเด็ก สายเรียนรู้ที่สอดแทรกทักษะอย่างแนบเนียนมาก:
- Numberblocks สอนคณิตศาสตร์แบบนุ่มนวล เด็กเข้าใจจำนวนแบบเป็นภาพ เหมาะกับวัยอนุบาล–ประถมต้น แม่ ๆ บอกว่า “ลูกจำตัวเลขได้เร็วเพราะ Numberblocks เลย”
- StoryBots สอนความรู้รอบตัว เช่น ดาว อวัยวะ รถยนต์ คำถาม–คำตอบสนุก ๆ ทำให้เด็กอยากรู้ต่อ คุณภาพภาษาอังกฤษดีมาก เป็นการ์ตูนที่ทั้งเสริม IQ และภาษาในเวลาเดียวกันค่ะ
10) Bluey – การ์ตูนสอน EQ แห่งยุค
Bluey เป็นการ์ตูนที่แม่หลายประเทศยกให้เป็น การ์ตูนยอดเยี่ยมเรื่องการสอนอารมณ์ เพราะเน้นเรื่องการเล่น การจินตนาการ และความสัมพันธ์ในครอบครัว เด็กได้เรียนรู้ empathy (ความเข้าใจผู้อื่น) การรอคอย การตั้งกฎการเล่น และการสื่อสารแบบนุ่มนวล
พ่อแม่ก็สนุก เพราะเรื่องราวใกล้เคียงกับชีวิตจริงมาก ทำให้เป็นหนึ่งใน การ์ตูนเด็กปลอดภัย ที่ให้ทั้งความสุขและบทเรียนชีวิตค่ะ
เคล็ดลับเลือก การ์ตูนเด็ก ให้ลูกแบบปลอดภัยและส่งเสริมพัฒนาการ
แม้ว่าการ์ตูนหลายเรื่องจะดีมาก แต่การดูอย่างมีคุณภาพสำคัญกว่าเสมอ
1) เลือกการ์ตูนภาพช้า ไม่ตัดเร็ว
ถ้าภาพเร็วหรือเปลี่ยนฉากไวจนเกินไป อาจกระตุ้นสมองเด็กมากเกินจำเป็น แนะนำให้ลดสปีดลง แต่ไม่ช้าจนเด็กดูไม่รู้เรื่อง
2) ฟังน้ำเสียงตัวละคร
ถ้าการ์ตูนพูดเพราะ เด็กก็จะพูดเพราะตาม เหมือน Bing หรือ Little Angel
3) เนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของเด็ก
จะช่วยให้ลูกจำและนำไปใช้จริงได้ เช่น การรอคิว การขอความช่วยเหลือ หรือการจัดการความผิดหวัง
4) พ่อแม่ดูด้วยและพูดคุยไปด้วย
งานวิจัยยืนยันว่าการที่พ่อแม่นั่งดูไปพร้อมกับลูก ช่วยให้เด็กเข้าใจบทเรียนมากขึ้น เช่น บ้านที่ดู Bing พร้อมกัน ลูกจะเล่าเหตุการณ์และประยุกต์ใช้ได้ดีมาก
5) จำกัดเวลาให้เหมาะสมตามวัย
เด็กเล็กเน้นคุณภาพ มากกว่า ปริมาณของหน้าจอค่ะ โดยมีคำแนะนำเวลาหน้าจอที่เหมาะสมของเด็กแต่ละวัย ดังนี้
- ต่ำกว่า 1 ปี: งดหน้าจอ ควรเน้นเล่านิทาน ร้องเพลง เล่นกับลูก เพื่อสร้างสายสัมพันธ์และกระตุ้นพัฒนาการพื้นฐาน
- วัย 1–2 ปี: ยัง ไม่ควรใช้หน้าจอ เพราะเป็นช่วงพัฒนาภาษาและการสื่อสาร ควรเล่นร่วมกับผู้ปกครอง เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปอาจเริ่มดูได้บ้าง แต่ไม่เกิน 60 นาทีต่อวัน
- วัย 3–4 ปี: ไม่ควรใช้หน้าจอเกิน 60 นาทีต่อวัน วัยนี้ต้องการการเล่นที่มีกติกา เรื่องราว และการเคลื่อนไหวหลากหลาย เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน
- 5 ปีขึ้นไป: ไม่ควรเกิน 120 นาทีต่อวัน เป็นวัยที่เริ่มค้นหาความชอบของตัวเอง ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมที่หลากหลายตามความสนใจ ไม่พึ่งหน้าจอมากเกินไป
การเลือก การ์ตูนเด็กปลอดภัย ต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ความสุภาพของตัวละคร จังหวะภาพ แง่คิดท้ายตอน และความเหมาะสมกับช่วงวัย เพราะสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานของนิสัยลูกในอนาคต และไม่ใช่แค่เปิดให้ลูกดู แต่การที่แม่ดูด้วย คุยด้วย ช่วยลูกเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นกับชีวิตจริง นั่นแหละคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กค่ะ
ที่มา: ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
15 ช่องยูทูป การ์ตูนฝึกลูกเก่งภาษาอังกฤษ สนุก+ได้ความรู้ ไปพร้อมกัน
10 การ์ตูนที่เด็กควรดู สนุกสดใส ช่วยส่งเสริมพัฒนาการสมอง
7 หนังการ์ตูน อนิเมชั่น หนังครอบครัว Disney สนุกครบรส อบอุ่นหัวใจ ดูได้ทั้งบ้าน
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!