แม่ปรี๊ดแตก ทำไงดี? ใช้ 3 สเต็ปนี้ ซ่อมแซมความสัมพันธ์กับลูก!

แม่ปรี๊ดแตก เผลอตะคอกลูก ทำยังไงดี? ชวนแม่ๆ มาฮีลใจและเรียนรู้วิธี "ซ่อมแซมความสัมพันธ์" แบบครอบครัวธรรมดาที่ไม่ต้องเพอร์เฟกต์

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

แม่เคยไหมคะที่ตื่นเช้ามาพร้อมความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า “วันนี้ฉันจะเป็นแม่ที่ใจดี” “วันนี้ฉันจะ เลี้ยงลูกเชิงบวก” แต่พอเจอฤทธิ์ลูกงอแงไม่ยอมกินข้าว งานที่ออฟฟิศก็รัดตัว บ้านก็รกจนแทบไม่มีทางเดิน สุดท้ายความอดทนที่ตุนมาก็ขาดสิ้น กลายเป็น แม่ปรี๊ดแตก เผลอตะคอกลูกจนได้ พอเสียงตวาดจบลง สิ่งที่ตามมาคือ ความรู้สึกผิด โทษตัวเองซ้ำๆ ว่าเราเป็นแม่ที่แย่เหลือเกิน

วันนี้ theAsianparent ขออธิบายจิตวิทยาเบื้องหลังวันที่แม่ปรี๊ดแตก พร้อมแจกกฎทองในการ “ซ่อมแซมความสัมพันธ์กับลูก” ให้กลับมาแข็งแรงกว่าเดิมค่ะ

 

1. “ตะคอกลูก” vs “ทำร้ายจิตใจลูก”  

เวลาที่เราอ่านเจอคำเตือนเรื่องการตะคอกลูกทำร้ายสมองเด็ก เราต้องแยกแยะบริบทให้ออกก่อนค่ะ เพื่อไม่ให้แม่ๆ ตื่นตระหนกจนเกินไป สอดคล้องกับบทความ “The Truth About Parents Who Yell at Kids” (ความจริงเกี่ยวกับพ่อแม่ที่ตะคอกลูก) โดย ดร.เอมิลี เอ็ดลินน์ (Emily Edlynn, Ph.D.) นักจิตวิทยาคลินิกเด็กชื่อดัง ที่ได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า การเหมารวมว่าการขึ้นเสียงทุกรูปแบบคือภัยคุกคามร้ายแรงต่อสมองเด็กนั้น เป็นการตีความที่เกินจริงไปสักนิด และสร้างตราบาปให้พ่อแม่โดยไม่จำเป็น

ดร.เอมิลี ชี้ให้เห็นว่า ในทางพฤติกรรมศาสตร์ การขึ้นเสียงมีหลายระดับ ซึ่งส่งผลกระทบต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

  • สิ่งที่พอรับได้: การเผลอขึ้นเสียงเพราะหงุดหงิด เหนื่อยล้า หรือเรียกแล้วลูกไม่ฟัง ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายลูก หากเกิดขึ้นนานๆ ครั้งในครอบครัวที่ปกติมีความรักความอบอุ่นให้กันเต็มที่ ไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าส่งผลเสียต่อระบบประสาทเหมือนการถูกทารุณกรรม
  • สิ่งที่เป็นอันตราย: คือการทำร้ายทางวาจา เช่น การด่าทอ ใช้คำหยาบคาย ดูถูก เหยียดหยาม หรือข่มขู่ให้หวาดกลัวอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง สิ่งนี้ต่างหากที่เป็นอันตราย ไม่ว่าจะพูดด้วยเสียงดังหรือเสียงเบาก็ทำลายจิตใจเด็กได้ทั้งสิ้น

จุดสังเกตสำคัญ: ดร.เอมิลี แนะนำให้ดูปฏิกิริยาของลูกเป็นหลักค่ะ ถ้าลูกมีอาการหวาดกลัว ตัวสั่น แปลว่าสมองส่วนความกลัว (Amygdala) ของลูกถูกกระตุ้นให้เข้าสู่โหมดต่อสู้หรือหนี ซึ่งทำงานหนักเกินไปแล้ว แบบนี้คือสัญญาณเตือนฉุกเฉินว่า แม่ต้องหยุดและ จัดการอารมณ์ตัวเอง ด่วนที่สุดค่ะ!

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

2. ทำไมถึงเกิดภาวะ แม่ปรี๊ดแตก? 

เชื่อไหมคะว่า พ่อแม่ส่วนใหญ่ร้อยทั้งร้อย ไม่ได้ตั้งใจตวาดลูกเพราะเชื่อว่ามันคือ เทคนิคการสอนที่ยอดเยี่ยม เราทุกคนรู้ดีว่า เลี้ยงลูกเชิงบวก ดีกว่า แต่ที่เราทำไปคือ ภาวะอารมณ์ที่ท่วมท้น เมื่อแม่พักผ่อนไม่พอ ภาระรอบตัวรัดแน่น ฮอร์โมนความเครียดในร่างกายจะพุ่งสูงขึ้น สมองส่วนเหตุผลจะทำงานลดลง และสมองส่วนสัญชาตญาณอารมณ์จะเข้ายึดพื้นที่แทน พอเจอตัวกระตุ้นเล็กๆ น้อยๆ สวิตช์อารมณ์ก็พร้อมระเบิดตู้มทันที

ดังนั้น เมื่อ เผลอตะคอกลูก ไปแล้ว แทนที่จะเอาแต่ตำหนิตัวเอง แม่ๆ ควรหันมาใจดีกับตัวเองให้มากขึ้น การยอมรับว่าเราเหนื่อย และการหาเวลาพักเบรก แม้เพียง 10-15 นาที เพื่อ จัดการอารมณ์ตัวเอง คือก้าวแรกของการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่พยายามกดทับอารมณ์เอาไว้ค่ะ

 

3. เทคนิค ซ่อมแซมความสัมพันธ์

ดร.เอมิลี เอ็ดลินน์ เน้นย้ำว่า เราควรเลิกตามหา “No Yelling Utopia” หรือครอบครัวในอุดมคติที่ไม่มีการขึ้นเสียงเลย เพราะการพยายามเก็บกดอารมณ์ทุกอย่างไว้ อาจทำให้แม่เครียดสะสมจนกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่กว่าเดิม ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กแนะนำว่า “การซ่อมแซมความสัมพันธ์” หลังเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง สำคัญกว่าการพยายามเป็นพ่อแม่ที่ไม่เคยทำพลาดเลย

เมื่อ วันที่แม่ปรี๊ดแตก ผ่านไป และพายุอารมณ์สงบลง นี่คือ 3 สเต็ปฮีลใจและ วิธีขอโทษลูก ที่ทำได้จริง:

1) ขอโทษและรับผิดชอบ อย่างจริงใจและไม่อ้างลูก

ลดอีโก้ของความเป็นผู้ใหญ่ลง แล้วเข้าไปหาลูกด้วยความอ่อนโยน ยอมรับผิดแบบตรงไปตรงมา โดย ห้ามมีคำว่า “แต่” เด็ดขาดค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • ไม่ควรพูด: “แม่ขอโทษที่เสียงดัง แต่ก็เพราะหนูดื้อไม่ยอมฟังแม่ก่อนไง!”
  • ควรพูด: “แม่ขอโทษนะลูก ที่เมื่อกี้แม่ตวาดและเสียงดังใส่หนู แม่ทำไม่ถูกเองค่ะ”

2) อธิบายความรู้สึก สอนให้รู้จักอารมณ์

บอกลูกว่าเกิดอะไรขึ้นกับอารมณ์ของเรา เพื่อให้ลูกเข้าใจว่า “ความโกรธเป็นเรื่องธรรมชาติ” แต่ “การแสดงออกที่รุนแรงเป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุง”

  • ควรพูด: “ตอนนั้นแม่ทำงานมาเหนื่อยมากๆ แล้วแม่ก็จัดการความหงุดหงิดของตัวเองไม่ได้ เลยเผลอใช้อารมณ์โกรธไปลงที่หนู คราวหน้าแม่จะพยายามหายใจลึกๆ ก่อนพูดนะคะ”

3) กอดเชื่อมความสัมพันธ์

เด็กๆ มักมีความกลัวลึกๆ ว่าถ้าแม่โกรธ แปลว่าแม่ไม่รักเขาแล้ว การดึงลูกเข้ามากอด สบตา และยืนยันความสัมพันธ์ คือขั้นตอนการ ซ่อมแซมความสัมพันธ์กับลูก ที่ทรงพลังที่สุด

  • ควรพูด: “ถึงเมื่อกี้เราจะทะเลาะกัน แต่แม่ก็อยากให้หนูรู้ไว้ว่า แม่ยังรักหนูที่สุดเหมือนเดิม และความรักของแม่ไม่เคยลดลงเลยนะลูก เรามาดีกันนะคะ”

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

4. ข้อควรระวังพิเศษ

เราเข้าใจดีว่า แม่ๆ บางท่านอาจเติบโตมาในครอบครัวที่มีการใช้ความรุนแรงทางวาจา และมีบาดแผลในใจ จากการถูกผู้ใหญ่ตะคอกอย่างรุนแรงในวัยเด็ก สำหรับคุณแม่กลุ่มนี้ เสียงตะโกนของตัวเองหรือเสียงร้องไห้ของลูก อาจไปกระตุ้นความทรงจำที่เจ็บปวด ทำให้รู้สึกแย่ทวีคูณ

หากเป็นกรณีนี้ การพยายามตั้งเป้าหมายเพื่อลดการตะคอกให้เหลือน้อยที่สุด อาจมีความจำเป็นเพื่อปกป้องสุขภาพจิตของคุณแม่เองค่ะ หากรู้สึกว่าอารมณ์มันหนักหนาเกินกว่าจะรับมือไหวเพียงลำพัง การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาครอบครัว ถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม และเป็นความกล้าหาญที่สุดที่แม่คนหนึ่งจะทำเพื่อลูกได้ค่ะ

 

ไม่ต้องเพอร์เฟกต์ ก็เป็นแม่ที่ยอดเยี่ยมได้

การเป็นแม่ไม่ใช่การเข้าแข่งขันที่เราต้องทำคะแนนให้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ความผูกพันที่แข็งแรงระหว่างแม่และลูก ไม่ได้เกิดจากการเป็นพ่อแม่ที่ “ไม่เคยทำพลาดเลย” แต่เกิดจากการที่เราเรียนรู้ที่จะโอบกอดความไม่สมบูรณ์แบบ ยอมรับผิด ซ่อมแซมความรู้สึก แล้วเติบโตไปพร้อมๆ กับลูกต่างหาก

วันไหนที่ แม่ปรี๊ดแตก ไปแล้ว ก็ปล่อยให้มันผ่านไป ให้อภัยตัวเอง เข้าไปกอด ซ่อมแซมความสัมพันธ์กับลูก แล้วพรุ่งนี้เช้าเราค่อยเริ่มต้นกันใหม่นะคะ บีบมือให้กำลังใจแม่ๆ ทุกบ้านค่ะ คุณคือแม่ที่เก่งและยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับลูกเสมอ! 

 

อ้างอิง

  • The Truth About Parents Who Yell at Kids (โดย Emily Edlynn, Ph.D.), Psychology Today https://www.psychologytoday.com/us/blog/parenting-is-not-a-fad/202401/the-truth-about-yelling
  • เผลอดุลูก เผลอตีลูก คำแนะนำจากกุมารแพทย์เรื่องการขอโทษและการซ่อมแซมความสัมพันธ์, คลินิกเด็กพัทยา Bambini Baby Wellness
    https://www.bambinibabywellness.com/scolding-the-child/
  • โปรแกรมการส่งเสริมพัฒนาการ และสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วม, กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
    https://dmh.go.th/

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

10 เคล็ดลับการเป็นพ่อแม่ที่เก่งขึ้น ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่เข้าใจลูกมากขึ้น

ลูกพร้อมจะมีมือถือหรือยัง? ผู้เชี่ยวชาญแนะ เช็กลิสต์ 5 ข้อ พ่อแม่ต้องดูอะไรบ้าง?

Harvard ชี้ อยากให้ลูกประสบความสำเร็จ ต้อง ฝึกลูกช่วยงานบ้าน ตั้งแต่เล็ก