นิสัยง่ายๆ ของคนท้องที่ช่วย ลดความเสี่ยง ออทิสติก ให้ลูกได้

undefined

การศึกษาวิจัยใหม่พบว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสริมกรดโฟลิกและวิตามินรวม ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถ ลดความเสี่ยง ออทิสติก ในเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญ

Advertisement

การศึกษาวิจัยใหม่พบว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสริมกรดโฟลิกและวิตามินรวมตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถ ลดความเสี่ยง ออทิสติก ในเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญ

โรคออทิสติกสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder – ASD) เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทและพัฒนาการที่ซับซ้อน ซึ่งส่งผลต่อการสื่อสาร พฤติกรรม และความสัมพันธ์ทางสังคม จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่ามีเด็กประมาณ 1% ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากภาวะนี้ และสถิติจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ปี 2566 แสดงให้เห็นว่าอัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 1 ใน 36 คน เลยทีเดียวค่ะ

แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของ ASD จะยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด และเป็นผลจากปัจจัยร่วมระหว่างพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม แต่ข่าวดีคือ มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า คุณแม่สามารถช่วย ลดความเสี่ยง ออทิสติก ให้ลูกได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเสริมในช่วงเวลาสำคัญ!

 

เปิดผลวิจัยใหม่ โอกาส ลดความเสี่ยง ออทิสติก ถึง 30%

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคอร์ติน ประเทศออสเตรเลีย ได้ทำการวิเคราะห์งานวิจัยขนาดใหญ่ มากกว่า 101 ชิ้น ซึ่งครอบคลุมข้อมูลผู้คนกว่า 3 ล้านคน นักวิจัยสรุปผลการค้นพบนี้ไว้ว่า:

“คุณแม่ที่เสริมกรดโฟลิกและวิตามินรวมอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์และในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคออทิสติกสเปกตรัมในบุตรหลังคลอดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีโอกาสลดความเสี่ยงได้มากถึง 30%”

นี่จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า นิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคุณแม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพพัฒนาการของลูกค่ะ

 

ลดความเสี่ยง ออทิสติก

 

เจาะลึกกลไกและช่วงเวลาสำคัญในการบำรุงสุขภาพ

การเสริมกรดโฟลิก ตั้งครรภ์ และวิตามินรวม ไม่ใช่แค่การบำรุงสุขภาพโดยรวม แต่คือสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างสมองและระบบประสาทของลูกน้อย

1. กรดโฟลิก (Folic Acid)

กรดโฟลิก หรือวิตามิน B9 สังเคราะห์ เป็นหนึ่งในวิตามินที่แพทย์และสูตินรีแพทย์ทั่วโลกแนะนำอย่างเข้มงวดสำหรับผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์

  1. โฟลิกช่วยลดความเสี่ยง ออทิสติก

ป้องกันภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (NTDs): หน้าที่หลักที่เรารู้จักกันดีคือ การป้องกันความพิการแต่กำเนิดที่ร้ายแรงซึ่งส่งผลกระทบต่อสมองและไขสันหลัง เช่น ภาวะไม่มีเนื้อสมอง (Anencephaly) หรือไขสันหลังไม่ปิด (Spina Bifida)

กลไกที่เชื่อมโยงกับ ASD: กรดโฟลิกมีบทบาทสำคัญในกระบวนการพัฒนาและการทำงานที่เหมาะสมของระบบประสาท การขาดโฟลิกในช่วงวิกฤตนี้เชื่อว่าอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมและพัฒนาการของสมองที่เกี่ยวข้องกับ ASD

  1. กินให้ถูกเวลา เพื่อให้มีประสิทธิภาพ

งานวิจัยจำนวนมากชี้ชัดว่า ประสิทธิภาพของการลดความเสี่ยงออทิสติก ด้วยกรดโฟลิกนั้น ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่กินอย่างเคร่งครัด

คุณแม่ควรเริ่มกินกรดโฟลิก อย่างน้อย 1 – 3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ และรับประทานต่อเนื่องตลอดช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะช่วง 4 สัปดาห์ก่อนถึง 8 สัปดาห์หลังการปฏิสนธิ)

เหตุผลคือ หลอดประสาทของทารกจะปิดสมบูรณ์ในช่วงเดือนแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งบ่อยครั้งคุณแม่ยังไม่ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ การกินกรดโฟลิกตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นการรับประกันว่าร่างกายมีปริมาณโฟลิกสำรองที่เพียงพอในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดนี้ หากเริ่มกินล่าช้าหลังไตรมาสแรก อาจไม่ช่วยในเรื่องการป้องกัน ASD ได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

2. วิตามินรวม (Multivitamins)

วิตามินรวมสำหรับคนท้อง (Prenatal Multivitamins) ประกอบด้วยสารอาหารที่ทำงานร่วมกับกรดโฟลิกอย่างมีประสิทธิภาพ

สารอาหารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสมอง:

  • วิตามิน B12: ทำงานประสานกับกรดโฟลิกในกระบวนการเมทาบอลิซึมของเซลล์ประสาท
  • วิตามิน D: การศึกษาบางส่วนเชื่อมโยงระดับวิตามิน D ที่ต่ำในครรภ์กับการเพิ่มความเสี่ยง ASD และภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้
  • ไอโอดีน (Iodine): จำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาสมองและระบบประสาทของทารก
  • ธาตุเหล็ก (Iron) และสังกะสี (Zinc): สารอาหารเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ควบคุมการอักเสบ และสนับสนุนการเผาผลาญกรดอะมิโน ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงออทิสติก และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของเด็ก

 

โฟลิก ลดความเสี่ยง ออทิสติก

 

คำแนะนำสำหรับคุณแม่ตามหลักสากล

เมื่อเราทราบแล้วว่าการเสริมวิตามินช่วย ลดความเสี่ยง ออทิสติก ได้ การปฏิบัติตามคำแนะนำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

  1. ปริมาณกรดโฟลิกที่แนะนำ

ตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) และสมาคมแพทย์สากล:

  • สำหรับผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์: ควรเสริมกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัม (mcg) ต่อวัน
  • สำหรับคุณแม่ครรภ์: ควรเสริม 600 ไมโครกรัม (mcg) ต่อวัน
  • กรณีพิเศษ: หากคุณแม่เคยมีบุตรที่ป่วยเป็น NTDs หรือมีความเสี่ยงสูงอื่น ๆ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ปริมาณที่สูงขึ้น (เช่น 5 มิลลิกรัม) ในกรณีนี้ คุณแม่ต้องปรึกษาแพทย์โดยเฉพาะเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง
  1. แหล่งอาหารธรรมชาติของโฟเลต

แม้ว่าการเสริมอาหารจะเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุด แต่การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยโฟเลตก็ช่วยได้มาก

แหล่งอาหารโฟเลตสูง ตัวอย่างอาหาร
ผักใบเขียวเข้ม ผักโขม, คะน้า, บรอกโคลี
ผลิตภัณฑ์จากถั่ว ถั่วดำ, ถั่วเลนทิล, ถั่วลิสง
ผลไม้ ส้ม, มะม่วง, อะโวคาโด
อื่น ๆ ไข่, ตับ (ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม)

เนื่องจากโฟเลตในอาหารจะถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน และร่างกายดูดซึมได้ไม่ดีเท่ากรดโฟลิกสังเคราะห์ที่อยู่ในรูปแบบอาหารเสริม แพทย์จึงยังคงแนะนำให้รับประทานกรดโฟลิก ในรูปแบบอาหารเสริมควบคู่ไปกับอาหารหลัก

  1. ข้อควรระวังและการปรึกษาแพทย์

การรับประทานอาหารเสริมมากเกินไปโดยไม่จำเป็นอาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินบางชนิด เช่น วิตามิน A การที่ร่างกายได้รับกรดโฟลิกในปริมาณที่สูงมากอาจทำให้การวินิจฉัยภาวะขาดวิตามิน B12 ถูกบดบังได้

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ:

“ก่อนที่คุณแม่จะเริ่มโปรแกรมเสริมวิตามินใด ๆ ควรนัดปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพร่างกาย และสั่งจ่ายวิตามินรวมและกรดโฟลิกในปริมาณที่เหมาะสมกับสุขภาพและความเสี่ยงส่วนบุคคลของคุณแม่แต่ละคน”

การวางแผนโภชนาการที่ดีภายใต้การดูแลของแพทย์ คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นคุณแม่ที่แข็งแรงและปลอดภัย การเสริม กรดโฟลิก ตั้งครรภ์ และวิตามินรวม ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์สุขภาพ แต่เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้คุณแม่สามารถจัดการกับปัจจัย ลดความเสี่ยง ออทิสติก ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิตลูกได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเสริมวิตามินจะช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกัน ASD ได้ 100% นะคะ เนื่องจาก ASD มีสาเหตุที่ซับซ้อนหลายประการ

ที่มา: vietnam.vn , National Library of Medicine

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นักวิทยาศาสตร์พบ ปัจจัยเสี่ยงออทิสติก อาจมาจากสิ่งแวดล้อมขณะตั้งครรภ์

เปิดผลวิจัยล่าสุด! แม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงลูกเป็นออทิสติก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!