คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตไหมคะว่า ลูกน้อยของเราชอบเล่นอะไรในตอนกลางวัน? บ้านไหนที่มีลูกสาวแต่ชอบลุย ๆ ชอบเล่นรถ ของเล่นตัวต่อ ของเล่นกลไก หรือเล่นสมมติแนวต่อสู้และผจญภัย หรือบ้านไหนที่มีลูกชายแล้วชอบกิจกรรมท้าทายโลดโผน ล่าสุดมีงานวิจัยระยะยาวจากอังกฤษค้นพบว่า พฤติกรรมการเล่นของเด็ก ๆ ในช่วงวัยเพียง 3 ขวบครึ่ง สามารถทำนายทักษะสมองของพวกเขาในอีก 10 ปีข้างหน้าได้ โดยพบว่าเด็กที่ เล่นเหมือนเด็กผู้ชาย ในช่วงก่อนวัยเรียน มีแนวโน้มที่จะแสดงความสามารถด้านมิติสัมพันธ์และการคิดเชิงพื้นที่ (Spatial Abilities) ได้ดีกว่าเมื่อเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง
ทั้งนี้ รูปแบบการเล่นในวัยเด็กส่งผลต่ออนาคตของลูกได้อย่างไร และเราจะสนับสนุนให้ลูกมีทักษะสมองที่ยอดเยี่ยมผ่านการเล่นได้อย่างไรบ้าง มาติดตามกันเลยค่ะ
ทำความรู้จัก “ทักษะการหมุนภาพในใจ” หัวใจสำคัญของความฉลาดเชิงพื้นที่
ก่อนจะไปดูผลวิจัย เรามาทำความเข้าใจคีย์เวิร์ดสำคัญอย่าง “ความสามารถในการหมุนภาพในใจ” (Mental Rotation) กันก่อนค่ะ สิ่งนี้คือความเร็วและความแม่นยำที่สมองของเราสามารถจินตนาการ หมุน หรือตัดสินวัตถุที่อยู่ในอวกาศหรือในความคิดได้ เช่น เมื่อเรามองวัตถุชิ้นหนึ่งจากมุมหนึ่ง สมองเราสามารถนึกภาพออกทันทีว่าถ้าหมุนวัตถุนั้นไปอีกด้านจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
ทักษะนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยนะคะ เพราะมันเป็นส่วนสำคัญของพฤติกรรมการรับรู้ของมนุษย์ และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการเรียนรู้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น:
- การอ่านแผนที่และการนำทาง
- ทักษะการออกแบบทางวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และศิลปะ
- การอ่านภาพถ่ายทางการแพทย์ (สำหรับอนาคตคุณหมอ)
- การเล่นกีฬาประเภทต่าง ๆ ที่ต้องใช้เหตุผลเชิงพื้นที่
โดยทั่วไปแล้ว งานวิจัยในอดีตมักชี้ว่าผู้ชายมักจะทำคะแนนด้านการหมุนภาพในใจได้ดีกว่าผู้หญิง ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยทางชีวภาพ (เช่น ฮอร์โมน) และอีกส่วนสำคัญคือ ประสบการณ์ทางสังคมที่เด็กผู้ชายมักได้รับโอกาสให้เล่นหรือฝึกฝนกิจกรรมที่ใช้ความคิดเชิงพื้นที่มากกว่า แต่งานวิจัยชิ้นล่าสุดนี้ได้มองข้ามเรื่องเพศกำเนิด แล้วหันมาโฟกัสที่ “รูปแบบการเล่น” แทนค่ะ

เจาะลึกงานวิจัยระยะยาว 10 ปี จากประเทศอังกฤษ
ทีมนักวิจัยชื่อดังอย่าง คาร์สัน ทีเอฟ คุง (Karson TF Kung) และ เมลิสซา ไฮนส์ (Melissa Hines) ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการ Archives of Sexual Behavior โดยทีมวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษาติดตามระยะยาวของพ่อแม่และเด็กในเมืองเอวอน (ALSPAC) ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ในสหราชอาณาจักรที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างมารดาและเด็กกว่า 14,000 คน
นักวิจัยเจาะลึกไปที่ข้อมูลของเด็กเมื่ออายุ 3.5 ปี โดยให้ผู้ปกครองทำแบบประเมินกิจกรรมก่อนวัยเรียนเพื่อจำแนกพฤติกรรมการเล่น และตามไปทดสอบเด็กกลุ่มเดิมอีกครั้งในอีก 10 ปีต่อมา เมื่อเด็ก ๆ มีอายุได้ 13 ปี (วัยรุ่น) เพื่อทำแบบทดสอบความสัมพันธ์เชิงพื้นที่
ผลการวิเคราะห์พบสิ่งที่น่าสนใจมากว่า เด็กที่มีลักษณะพฤติกรรมเล่นเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป เมื่ออายุ 3.5 ปี เช่น ชอบเล่นรถ ของเล่นตัวต่อ ของเล่นกลไก หรือเล่นสมมติแนวต่อสู้และผจญภัย จะสามารถทำคะแนนในแบบทดสอบการหมุนภาพในใจเมื่ออายุ 13 ปีได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลลัพธ์นี้ ไม่คำนึงถึงเพศกำเนิดของเด็ก (หมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง หากชอบเล่นสไตล์นี้ ก็จะมีทักษะมิติสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเช่นกัน) และคะแนนนี้ยังคงอยู่แม้ว่านักวิจัยจะคำนวณหักลบตัวแปรด้านภูมิหลังครอบครัว ผลการเรียน ทักษะด้านคำศัพท์ หรือแม้กระทั่งทักษะการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมือออกไปแล้วก็ตาม

ทำไมการที่เด็ก “เล่นเหมือนเด็กผู้ชาย” ถึงช่วยลับคมสมองในอนาคต?
นักวิจัยได้อธิบายสรุปว่า “พฤติกรรมการเล่นตามเพศในวัยก่อนเข้าเรียนมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการหมุนภาพในใจเมื่อ 10 ปีต่อมาในวัยรุ่น พฤติกรรมการเล่นตามเพศในวัยก่อนเข้าเรียนอาจมีผลกระทบระยะยาวต่อการพัฒนาทักษะเชิงพื้นที่นอกเหนือจากวัยเด็ก”
การที่เด็ก ๆ เล่นเหมือนเด็กผู้ชาย มักจะเกี่ยวข้องกับการหยิบจับวัตถุสามมิติ การคำนวณทิศทางด้วยสายตา การกะระยะ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทางกายภาพ ประสบการณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนการฝึกสมองให้เด็ก ๆ ตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้เส้นใยประสาทที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลเชิงพื้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและแข็งแรงขึ้นเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น
อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้าน ทีมนักวิจัยเตือนว่างานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสหสัมพันธ์ จึงยังไม่สามารถสรุปเป็นเหตุและผลได้ 100% ว่าการเล่นแบบเด็กผู้ชายเป็น “สาเหตุ” ที่ทำให้เรียนเก่งด้านมิติสัมพันธ์ หรือจริง ๆ แล้ว เด็กที่มีพรสวรรค์และสมองด้านมิติสัมพันธ์ดีมาตั้งแต่เกิด ต่างหากที่เลือกที่จะชอบ เล่นเหมือนเด็กผู้ชาย เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
พ่อแม่ควรส่งเสริมการเล่นของลูกอย่างไร?
จากงานวิจัยชิ้นนี้ theAsianparent มีข้อแนะนำดี ๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ในการนำไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของลูกกันค่ะ
1. ทลายกำแพงเรื่องเพศในการเลือกของเล่น
ไม่จำเป็นต้องจำกัดว่าลูกสาวต้องเล่นตุ๊กตาหรือชุดเครื่องครัวเท่านั้น หากลูกสาวอยากเล่นรถบรรทุก ต่อเลโก้ หรือปีนป่าย ชวนให้ปล่อยอิสระเลยค่ะ เพราะพฤติกรรม เล่นเหมือนเด็กผู้ชาย เหล่านี้กำลังช่วยสร้างทักษะสถาปนิกหรือวิศวกรตัวน้อยในสมองของเธออยู่
บทความที่เกี่ยวข้อง ลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา พ่อแม่ควรปล่อยให้ลูกเล่นต่อ หรือควรหยุดไม่ให้ลูกเล่นดี?

2. ชวนลูกทำกิจกรรมกระตุ้นมิติสัมพันธ์
สำหรับบ้านไหนที่มีลูกสาวหรือลูกชายที่ค่อนข้างเรียบร้อย คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเสริมทักษะนี้ได้ด้วยการชวนเล่นกิจกรรมชวนคิด เช่น:
- การต่อบล็อกไม้ตามจินตนาการ หรือตัวต่อเลโก้ (LEGO)
- การเล่นพับกระดาษ (โอริกามิ) ที่ช่วยให้เด็กได้จินตนาการการเปลี่ยนรูปทรง
- การเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ เกมเขาวงกต หรือการตามหาขุมทรัพย์จากแผนที่จำลอง
3. เปิดโอกาสให้ลูกเล่นอย่างอิสระและสมบุกสมบันบ้าง
การเล่นกลางแจ้ง การปีนป่าย เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น หรือการวิ่งไล่จับ ช่วยให้เด็กได้ใช้สายตากะระยะทางและความเร็ว ซึ่งเป็นการฝึกสมองในส่วนของการรับรู้พื้นที่จริงได้เป็นอย่างดี
การเล่นของเด็กไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่คือ การทำงานเพื่อพัฒนาสมอง การที่เด็กคนหนึ่งจะ เล่นเหมือนเด็กผู้ชาย หรือเลือกเล่นแบบเด็กผู้หญิง ล้วนส่งผลต่อการเติบโตและทักษะเฉพาะด้านในอนาคต หน้าที่ของเราในฐานะพ่อแม่คือการเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้กว้างที่สุด ไม่ตีกรอบ และคอยสนับสนุนทุกจินตนาการของลูกอย่างเหมาะสมค่ะ
ที่มา: PsyPost
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
เตือนพ่อแม่ระวัง! ทอยพอต บุหรี่ไฟฟ้า หน้าตาเหมือนของเล่น หาซื้อง่าย เข้าถึงเด็กวัยประถม
งานวิจัยเผย เด็กที่ชอบเล่นสมมติ มีปัญหาพฤติกรรมน้อยกว่า ในอนาคต
ฮาร์วาร์ดชี้ 3 กิจกรรมนี้ กระตุ้นพัฒนาการสมอง เล่นแล้วฉลาด กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!