TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ภาวะรกงอกติด คืออะไร อาการ รกงอกติด เป็นแบบไหน มีอะไรบ้าง ?

บทความ 5 นาที
ภาวะรกงอกติด คืออะไร อาการ รกงอกติด เป็นแบบไหน มีอะไรบ้าง ?

รกงอกติดเป็นอีกหนึ่งภาวะผิดปกติทางสูติกรรม เป็นภาวะที่รกเกาะแน่นกับกล้ามเนื้อมดลูก เพราะโดยปกติแล้วรกต้องเกาะที่ชั้นเยื่อบุมดลูกและจะมีการลอกตัวหลังคลอดทารกภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที แต่ถ้าเกิดว่ารกมันเกาะลึกมากเกินไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก ก็จะทำให้รกไม่สามารถลอกตัวได้ตามปกติ เพราะรกไปติดอยู่ในโพรงมดลูกทำให้เกิดภาวะตกเลือดหลังคลอดซึ่งเป็นอันตรายต่อมารดาจนถึงตายได้ แต่อุบัติการณ์ รกงอกติด ไม่ได้พบบ่อย สามารถพบได้ประมาณ 1-3 รายใน 1,000 รายในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

 

รกงอกติด

 

ใครเสี่ยงต่อการมีภาวะ รกงอกติด ?

  • คนที่เคยมีภาวะรกเกาะต่ำ คือ ปกติรกจะต้องเกาะติดที่ส่วนบนของโพรงมดลูก แต่ถ้าเกิดว่ามันไปเกาะผิดที่อย่างบริเวณส่วนล่างของโพรงมดลูก ก็จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดรกงอกติดได้ง่าย เพราะมีโพรงมดลูกมีชั้นเยื่อบุโพรงมดลูก และชั้นกล้ามเนื้อที่บางกว่าส่วนมดลูกนั่นเอง
  • คนที่เคยผ่าตัดคลอด เพราะมีรอยแผลผ่าตัดที่โพรงมดลูกทำให้มดลูกบาง ทำให้รกที่มาเกาะส่วนนี้ก็ลึกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก และที่เสี่ยงมากที่สุดคือมีรกเกาะต่ำในรายที่เคยผ่าตัดคลอดร่วมด้วย
  • คนที่เคยมีภาวะรกงอกติดในครรภ์ก่อน
  • คนเคยขูดมดลูกจากการแท้งบุตร หรือคนที่มีเลือดออกผิดปกติตรงโพรงมดลูก ทำให้เยื่อบุของโพรงมดลูกบาง รกจึงเกาะเข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก
  • คนที่เคยผ่านการผ่าตัดเนื้องอกมดลูก
  • คนที่เคยแท้งแล้วมีการติดเชื้อทำให้โพรงมดลูกอักเสบ

 

อาการของรกงอกติดเป็นแบบไหน มีอะไรบ้าง ?

1. ระยะก่อนคลอด

ในระยะก่อนคลอดส่วนใหญ่ยังไม่มีอาการอะไร นอกจากกรณีที่รกเกาะลึกจนทะลุเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะที่อาจทำให้ถ่ายเป็นเลือดได้ หรือบางรายก็อาจจะปวดท้อง เจ็บท้องแบบเฉียบพลัน เพราะว่ารกเกาะลึกมากจนทะลุกล้ามเนื้อมดลูกจนมาในช่องท้องนั่นเอง

 

2. หลังคลอดทารก

หากรกงอกติดแล้วรกจะลอกตัวได้ไม่หมดและหลังคลอดทารกได้ภายใน 30 นาที จะทำให้เกิดเลือดออกจากโพรงมดลูกมากผิดปกติหรือที่เรียกว่า ‘ตกเลือดหลังคลอด’ แบบเฉียบพลัน ซึ่งมีความเสี่ยงถึงตายได้

 

3. รกงอกติด บางส่วน

หากมีรกติดค้างในโพรงมดลูกจะทำให้เกิดเลือดออกระยะหลังคลอดแบบช้า (Delayed postpartum hemorrhage) จนทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูกหรือเยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ

 

รกงอกติด สามารถป้องกันได้หรือไม่ ?

อีกหนึ่งคำถามที่มักพบบ่อย ซึ่งถามว่ามันป้องกันได้ไหมก็อาจจะสามารถป้องกันได้บ้าง อย่างเช่นหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ อย่างเช่นลดการผ่าตัดคลอดบุตรที่ไม่จำเป็น และอีกคำถามยอดนิยมไม่ต่างกันก็คือเป็นแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม คำตอบก็คือสามารถกลับเป็นซ้ำได้ในกรณีที่ไม่ได้รักษาด้วยการตัดมดลูก ดังนั้น ผู้เคยมีรกงอกติดมาก่อน หากต้องการมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ครั้งใหม่ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงก่อน จะได้วางแผนในการตั้งครรภ์ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น

 

รกงอกติด

 

ทารกที่เกิดจากรกงอกติด ปกติหรือไม่?

  • ในช่วงตั้งครรภ์ หากระบบไหลเวียนเลือดในรก ส่งอาหารจากมารดาไปทารกได้ดีไม่มีปัญหา ทารกก็จะเติบโตดีตามปกติ แต่ถ้ารกมันไปเกาะบริเวณที่ทำให้การไหลเวียนเลือดไปยังทารกได้ไม่ดีเท่าไร ก็อาจจะทำให้ทารกมีการเจริญเติบโตช้าในครรภ์ หรือต้องผ่าตัดคลอดก่อนกำหนดได้
  • ในระยะระหว่างการคลอด ถ้าไม่มีเลือดออกก่อนคลอด และวางแผนการผ่าตัดคลอดร่วมกับการตัดมดลูกเอาไว้แล้ว สุขภาพทารกก็จะขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ ว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนดหรือคลอดครบกำหนด ถ้ามีเลือดออกก่อนคลอดมากเกินไปก็อาจจะเป็นอันตรายต่อทารกได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : ภาวะรกเสื่อมคืออะไร อันตรายอย่างไร พร้อมวิธีรักษาให้คุณแม่สบายใจ

 

การรักษาภาวะรกงอกติด ทำอย่างไร?

แนวทางสำหรับการรักษาภาวะรกงอกติด

1. ภาวะรกงอกติด แบบรุนแรงตั้งแต่ระยะก่อนคลอด

แพทย์ที่ดูแลจะอธิบายถึงความเสี่ยงและอันตรายว่า คุณแม่มีโอกาสที่จะเสียเลือดมากหรือควรได้รับการผ่าตัดฉุกเฉิน โดยแพทย์อาจจะส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการผ่าตัด การให้เลือด หรือบางครั้งอาจทำการผ่าคลอดบุตรในเวลาที่เหมาะสมโดยที่ไม่รอให้เจ็บครรภ์ เพราะค่อนข้างอันตรายมากและต้องใช้ทีมแพทย์หลายคนในการรักษา และต้องมีการเตรียมเลือดเอาไว้ให้เพียงพอ หลังจากนั้นทีมแพทย์อาจจะผ่าตัดออกไปด้วยหลังคลอดแล้ว เพราะถ้าไม่ล้วงเอารกที่ติดค้างนั้นออกมาจะทำให้เสียเลือดมากจนผู้ป่วยเสียชีวิตได้

 

2. กรณีรกงอกติดก่อนคลอดไม่ได้ แต่หลังคลอดทารกแล้วรกไม่คลอดออกมาด้วย

สำหรับกรณีนี้หากพบว่ารกติดตรึงไม่แน่นมากหรือว่ามีการติดเพียงบางส่วนเท่านั้น แพทย์ก็อาจจะทำการล้วงออกมา แต่ก็ทำให้เสียเลือดมากได้เช่นเดียวกัน ต้องมีเลือดสำรองไว้หรือไม่ก็ให้สารน้ำทดแทนที่เพียงพอแทน แต่ถ้ารกติดแน่นในโพรงมดลูกแน่นเกินไปก็อาจจะทำการขูดมดลูกต่อไป และจะมีการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อ หากท้ายที่สุดไม่สามารถขูดหรือล้วงออกมาได้ เพราะรกติดแน่นมากเกินไปทีมแพทย์จะไม่พยายามขูดหรือล้วง แต่จะพิจารณาตัดมดลูกเพื่อช่วยชีวิตมารดาไว้

 

ภาวะรกงอกติด มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

ผลข้างเคียงจากภาวะรกงอกติด คือ การเกิดภาวะรกค้างที่จะส่งผลให้เกิดดังนี้

  1. การตกเลือดหลังคลอด ที่มีการเสียเลือดมากเกินไปอาจรุนแรงถึงกับเสียชีวิต
  2. การติดเชื้อในมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ

 

ภาวะรกงอกติดมีความสำคัญอย่างไร?

  1. หากคลอดทารกแล้วแต่รกไม่คลอดตาม จะทำให้มดลูกเกิดการรัดตัวได้ไม่ดี จนทำให้เลือดออกหลังคลอดเยอะเกินไป หรือที่กล่าวไปข้างต้นว่ามันคือ ภาวะตกเลือดหลังคลอด ซึ่งมาจากแผลเปิดบนเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
  2. ในภาวะตกเลือดหลังคลอด นอกจากสาเหตุที่ทำให้มีความเสี่ยงถึงชีวิตของมารดาแล้ว การที่ยังมีรกค้างอยู่แพทย์ก็จะเริ่มทำการล้วงออกมา หรือไม่ก็เป็นการขูดมดลูก ซึ่งหัตถการแบบนี้ก็เพิ่มความเสี่ยงได้เหมือนกัน และผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลนานพอสมควร
  3. หากไม่ได้เสียเลือดเยอะมากหรือไม่ได้มีอะไรรุนแรง ผลข้างเคียงของการติดรกก็จะมาในรูปแบบ ทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลียได้ง่าย และอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงต่อมใต้สมอง ที่มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนโพรแลกตินลดลง ทำให้คุณแม่มีน้ำนมไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูลูกน้อย หรือที่เรียกว่า กลุ่มอาการชีแฮน นั่นเองค่ะ

 

รกงอกติด

 

แพทย์วินิจฉัย ภาวะรกงอกติด อย่างไร?

1. ในกรณีก่อนตั้งครรภ์และก่อนคลอด

ทางแพทย์จะแนะนำให้ระวังอย่างมาก ว่าอาจจะเกิดภาวะรกงอกติดซ้ำได้ในการคลอดครั้งต่อไป หากมีความเสี่ยงตามข้อมูลที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้น ซึ่งความรุนแรงของภาวะนี้มักจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ระหว่างฝากครรภ์ บางครั้งอาจจะต้องตรวจครรภ์ผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ เอมอาร์ไอ (MRI) และถ้าเกิดว่าพบรกเกาะลึกจนทะลุกล้ามเนื้อมดลูก ทางทีมแพทย์ก็จะเริ่มทำการวางแผนเกี่ยวกับการผ่านคลอดอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาชีวิตของคุณแม่เอาไว้ เนื่องจากภาวะนี้มีความรุนแรงและมีความเสี่ยงสูงมาก

 

2. ในกรณีหลังคลอด

หากรกไม่คลอดออกมาด้วยทั้งอันหรือคลอดออกมาไม่หมด การวินิจฉัยไม่ยากเลย เพราะแพทย์จะทราบอยู่แล้วเพราะไม่มีรกคลอดออกมา และถ้าเกิดว่ารกมันเกาะติดแน่นมาก ๆ หรือเกาะติดแน่นในบางส่วน แพทย์จะเริ่มทำการตรวจเช็กดูว่ามันติดค้างตรงไหนบ้าง เมื่อตรวจรกแล้ว แพทย์จะเห็นร่องรอยการฉีกขาดของรก ของเส้นเลือดรก และบางครั้งต้องใช้อัลตราซาวนด์ภาพมดลูกมาช่วยการวินิจฉัยว่า มีรกติดค้างในโพรงมดลูกหรือไม่ ทั้งนี้ก็ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ด้วย

 

จากข้อมูลข้างต้นที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่ารกที่ผิดปกตินั้นมีความเสี่ยงต่อคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับคุณแม่ที่เคยแท้งมาก่อน หรือคุณแม่ที่มีโพรงมดลูกบาง ดังนั้น ในขณะฝากครรภ์ ต้องดูแลตัวเองให้ดี และเชื่อฟังตามคำแนะนำของแพทย์อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายทั้งต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ลูกในท้องโตแค่ไหนในแต่ละเดือน แม่ท้องห้ามพลาดเช็คขนาดของลูกได้เลย

แม่รู้ไหม!!ยอดมดลูกบ่งบอกขนาดทารกในครรภ์

ลูกน้อยในครรภ์มีพัฒนาการอย่างไรในไตรมาส 2-3

ที่มา : haamor, phyathai

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

supasini hangnak

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • ภาวะรกงอกติด คืออะไร อาการ รกงอกติด เป็นแบบไหน มีอะไรบ้าง ?
แชร์ :
  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว