TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ทารกแรกเกิด 9 วัน มีตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้า เกิดจากอะไร และต้องดูแลอย่างไร?

บทความ 8 นาที
ทารกแรกเกิด 9 วัน มีตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้า เกิดจากอะไร และต้องดูแลอย่างไร?

ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและใบหน้าของทารกแรกเกิดอายุไม่กี่วัน มักเกิดจากภาวะปกติของผิวหนังทารก ไม่ว่าจะเป็น Milia (ตุ่มไขมันเล็กๆ สีขาวหรือใส), Miliaria…

ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก ที่อายุไม่กี่วัน มักเกิดจากภาวะปกติของผิวหนังทารก ไม่ว่าจะเป็น Milia (สิวเม็ดข้าวสาร), Miliaria crystallina (ผดใส), หรือ Erythema toxicum (ผื่นผิวหนังในทารกแรกเกิดที่พบได้บ่อย) ซึ่งล้วนหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์โดยไม่ต้องรักษา อย่างไรก็ตาม หากลูกมีไข้ ตุ่มแตกแล้วมีหนอง หรือลูกดูซึม ควรพาไปพบกุมารแพทย์ทันที เพราะอาการเหล่านั้นอาจต้องการการวินิจฉัยเพิ่มเติมค่ะ

สารบัญ

  • สรุปสั้นๆ
  • ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก เกิดจากอะไรได้บ้าง?
  • เปรียบเทียบตุ่มแต่ละชนิดในทารกแรกเกิด
  • ดูแลลูกที่มีตุ่มน้ำใสๆ อย่างไรให้ถูกต้อง?
  • เมื่อไหรที่ต้องพาลูกไปหาหมอ?
  • ปัจจัยที่ทำให้ตุ่มเหล่านี้เกิดขึ้นง่ายในบ้านเรา
  • Checklist วิธีสังเกตและดูแลลูกน้อย หากพบ ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก
  • FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อยเรื่อง ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก

สรุปสั้นๆ

  • ตุ่มน้ำใสๆ ในทารกแรกเกิดส่วนใหญ่ไม่อันตราย มักหายเองใน 1–4 สัปดาห์
  • สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ สิวเม็ดข้าวสาร และผดใส จากการอุดตันของต่อมเหงื่อ
  • ห้ามบีบหรือเจาะตุ่มเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผิวติดเชื้อได้
  • ดูแลความสะอาดและความเย็นสบายให้ลูก แค่นี้ก็เพียงพอในกรณีส่วนใหญ่
  • หากมีไข้ ตุ่มโตเร็ว มีหนอง หรือลูกร้องไม่หยุด ให้รีบพาพบแพทย์

ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก เกิดจากอะไรได้บ้าง?

ทารกอายุ 9 วันยังอยู่ในช่วงปรับตัวกับโลกภายนอกอย่างมาก ผิวหนังของลูกยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์เท่าผู้ใหญ่ ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันเพิ่งเริ่มทำงาน จึงเกิดการอุดตันหรือสะสมของสารต่างๆ ใต้ผิวได้ง่ายมาก นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยของ ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก

1. Milia —สิวเม็ดข้าวสารในทารกแรกเกิด

Milia คือตุ่มนูนเล็กๆ สีขาวหรือเหลืองนวล ขนาดประมาณ 1–2 มม. มักขึ้นที่จมูก แก้ม หน้าผาก และบางครั้งพบบนหนังศีรษะด้วย เกิดจากเซลล์ผิวที่ผลัดออกมาแล้วไปติดค้างอยู่ใต้ผิวชั้นบน ไม่ใช่การติดเชื้อ และไม่ทำให้ลูกเจ็บปวดแต่อย่างใด ข้อมูลจาก Cleveland Clinic ระบุว่าทารกแรกเกิดราว 40–50% มีภาวะนี้ และมักหายเองภายใน 2–4 สัปดาห์โดยไม่ต้องรักษาค่ะ

2. Miliaria crystallina — ผดใส

นี่คือสาเหตุที่ตรงกับลักษณะ “ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก” มากที่สุด Miliaria crystallina เกิดจากต่อมเหงื่อที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่เกิดการอุดตันที่ชั้นผิวหนังตื้นๆ ทำให้เห็นเป็นตุ่มน้ำใสเล็กๆ คล้ายหยดน้ำค้างเกาะบนผิว แตกง่ายเมื่อสัมผัส ตามข้อมูลของ MedlinePlus (สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NIH) ภาวะนี้ไม่มีการอักเสบร่วมด้วย จึงไม่มีรอยแดงรอบตุ่ม และมักพบในทารกแรกเกิดโดยอาจกระจายเป็นบริเวณกว้างได้ มักขึ้นบริเวณที่มีเหงื่อสะสมหรือร้อน เช่น หนังศีรษะ หน้าผาก และใบหน้า

ภาวะนี้แตกต่างจาก Miliaria rubra (ผดร้อน) ซึ่ง Cleveland Clinic อธิบายว่าจะมีลักษณะเป็นตุ่มแดงหรือคล้ายสิว มีรอยแดงล้อมรอบ และทำให้รู้สึกคันหรือระคายเคืองมากกว่า

3. Erythema toxicum neonatorum — ผื่นแดงในทารกแรกเกิด

ผื่นชนิดนี้มักปรากฏในช่วง 2–3 วันแรกหลังคลอด บางครั้งมีตุ่มน้ำใสหรือตุ่มหนองขาวๆ เล็กๆ ล้อมรอบด้วยผื่นแดงร่วมด้วย ฟังดูน่ากลัวเพราะชื่อมีคำว่า “toxicum” แต่ตามข้อมูลของ WebMD และ MedlinePlus (NIH) ภาวะนี้ไม่มีอันตรายใดๆ พบได้ในทารกแรกเกิดสุขภาพดีเกือบครึ่งหนึ่ง และหายเองได้โดยไม่ต้องรักษาภายใน 1–2 สัปดาห์ค่ะ

4. Heat Rash — ผดร้อน 

คล้าย Miliaria crystallina แต่มักขึ้นในบริเวณที่ร้อนหรืออับชื้น เช่น รอยพับคอ หน้าผาก หนังศีรษะ ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ระบุว่าผดร้อนเกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อ และพบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น อากาศร้อนในบ้านหรือการห่อตัวลูกหนาเกินไปจึงเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดได้บ่อยในบ้านเราที่อากาศร้อนชื้นตลอดปี

 

ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก

เปรียบเทียบตุ่มแต่ละชนิดในทารกแรกเกิด

ลักษณะ

สิวเม็ดข้าวสาร

ผดใส

ผื่นแดง

สีของตุ่ม ขาว/เหลืองนวล ใสมาก คล้ายน้ำ ขาว/เหลือง มีรอยแดงรอบๆ
ขนาด 1–2 มม. เล็กมาก < 1 มม. 1–3 มม.
แตกง่ายไหม แตกยาก แตกง่ายมาก ปานกลาง
บริเวณที่พบ จมูก แก้ม หน้าผาก หนังศีรษะ หน้า ที่ร้อน ลำตัว หน้า แขนขา
คันหรือเจ็บ ไม่ ไม่หรือน้อยมาก อาจมีเล็กน้อย
หายเองได้ไหม ใช่ ใน 3–4 สัปดาห์ ใช่ ในไม่กี่วัน–สัปดาห์ ใช่ ใน 1–2 สัปดาห์
ต้องรักษา ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น

ดูแลลูกที่มีตุ่มน้ำใสๆ อย่างไรให้ถูกต้อง?

สิ่งที่ควรทำ

  • อาบน้ำเบาๆ ด้วยน้ำสะอาดอุ่นๆ วันละ 1–2 ครั้ง ใช้สบู่สำหรับทารกสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายยาทั่วประเทศ
  • ซับผิวให้แห้งสนิทหลังอาบน้ำ โดยเฉพาะบริเวณรอยพับคอ รักแร้ และหนังศีรษะ การซับแทนการถูช่วยถนอมผิวบอบบางของทารก ผ้าเช็ดตัวที่นุ่มและซับน้ำได้ดีเป็นเรื่องสำคัญมากในช่วงนี้ อย่างเช่น Little Rei Hooded Towel ที่ออกแบบมาครอบศีรษะทารกโดยเฉพาะ ช่วยซับน้ำบริเวณหนังศีรษะซึ่งเป็นจุดที่ตุ่มขึ้นบ่อยได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเช็ดถูจนระคายเคือง
  • แต่งตัวลูกให้โปร่งสบาย ใช้เสื้อผ้าฝ้าย 100% แพ้ยากและระบายความร้อนได้ดี หลีกเลี่ยงการห่อตัวแน่นเกินไปในอากาศร้อน
  • ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม ควรอยู่ที่ราว 25–28 องศาเซลเซียส ไม่ร้อนจนลูกเหงื่อออก แต่ก็ไม่เย็นจนสั่น

ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก

 

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

  • ห้ามบีบ เจาะ หรือกดตุ่ม ผิวทารกบางมาก การทำให้ตุ่มแตกด้วยมือที่ไม่สะอาดจะเสี่ยงให้เกิดการติดเชื้อ
  • ห้ามทาแป้งฝุ่นทับ หลายบ้านในไทยคุ้นเคยกับการโรยแป้งให้ลูก แต่แป้งจะยิ่งอุดตันรูขุมขนและทำให้ตุ่มเพิ่มขึ้น
  • ห้ามใช้ยาทาผิวใดๆ รวมถึงครีมสมุนไพรโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะผิวทารกแรกเกิดดูดซึมสารต่างๆ ได้ง่ายและแรงกว่าผู้ใหญ่มาก

เมื่อไหรที่ต้องพาลูกไปหาหมอ?

ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก ส่วนใหญ่ในทารกแรกเกิดไม่น่าเป็นห่วงค่ะ แต่มีสัญญาณบางอย่างที่บอกว่าต้องรีบไปพบกุมารแพทย์

ไปพบแพทย์ทันที หากลูกมีอาการเหล่านี้:

  • มีไข้ (อุณหภูมิทางทวารหนักสูงกว่า 38 องศาเซลเซียสในทารกแรกเกิดถือเป็นภาวะฉุกเฉิน)
  • ตุ่มมีหนองสีเหลืองหรือเขียว หรือมีกลิ่นเหม็น
  • ผิวรอบตุ่มบวมแดงและร้อนผิดปกติ
  • ลูกดูซึม ดูดนมน้อยลง หรือร้องผิดปกติ
  • ตุ่มขยายตัวเร็วมากในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
  • มีตุ่มขึ้นในปาก เหงือก หรือลิ้น (อาจเป็นเชื้อราในปากหรือเริม)

ปัจจัยที่ทำให้ตุ่มเหล่านี้เกิดขึ้นง่ายในบ้านเรา

อากาศร้อนชื้นของเมืองไทยทำให้ทารกเสี่ยงเกิดตุ่มใส หรือผดใส มากกว่าเด็กในประเทศอากาศหนาว ยิ่งช่วงหลังคลอดที่หลายบ้านยังคงธรรมเนียมการอยู่ไฟหรือห่อตัวลูกให้อุ่นมากเกินไป สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ตุ่มขึ้นได้ ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าเป็นความผิดของใคร แต่ถ้าลูกมีตุ่มแล้ว การลดความร้อนและความอับชื้นรอบตัวลูกจะช่วยได้มากที่สุดค่ะ

Checklist วิธีสังเกตและดูแลลูกน้อย หากพบ ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก

✅ สังเกตสีของตุ่ม — ใสหรือขาวนวล? หรือมีหนองเหลือง?
✅ ดูว่ามีรอยแดงหรือบวมรอบๆ ตุ่มหรือเปล่า
✅ วัดไข้ทุกวันในช่วงสัปดาห์แรก
✅ สังเกตการดูดนม — ลูกดูดได้ปกติไหม?
✅ เช็คว่าห้องนอนลูกร้อนเกินไปหรือเปล่า
✅ ใช้ผ้าและเสื้อผ้าที่อ่อนนุ่ม ไม่ระคายเคือง
✅ อย่าทาอะไรบนตุ่มโดยไม่ถามแพทย์ก่อน
✅ ถ่ายรูปตุ่มไว้เพื่อให้หมอดู หากมีอาการเปลี่ยนไป

ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก

 

FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อยเรื่อง ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้าทารก

1. ตุ่มน้ำใสๆ บนหัวลูกอายุ 9 วันปกติไหมคะ?

ปกติมากค่ะ ทารกแรกเกิดส่วนใหญ่มีตุ่มหรือผื่นชนิดใดชนิดหนึ่งในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก เพราะต่อมเหงื่อและต่อมไขมันยังปรับตัวอยู่ ถ้าตุ่มใสไม่มีหนอง ลูกไม่มีไข้ และดูดนมได้ปกติ ไม่ต้องตกใจค่ะ

2. ตุ่มน้ำใสในทารกจะหายเองได้ไหม?

ได้ค่ะ ในกรณีส่วนใหญ่ตุ่มเหล่านี้จะค่อยๆ ยุบและหายไปเองภายใน 1–4 สัปดาห์ โดยไม่ทิ้งรอยไว้บนผิวลูก

3. ต้องทาครีมอะไรไหม?

ไม่จำเป็นค่ะ สำหรับ Milia และ Miliaria crystallina การทายาหรือครีมไม่ได้ช่วยให้หายเร็วขึ้น และอาจระคายเคืองผิวทารกที่บอบบางได้ การรักษาความสะอาดและความเย็นสบายคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้

4. บีบตุ่มได้ไหม?

ห้ามเด็ดขาดค่ะ แม้ตุ่มจะแตกง่ายแค่ไหน การบีบหรือเจาะด้วยมือจะนำเชื้อโรคเข้าสู่ผิวหนังที่บางและอ่อนแอของทารกได้ ซึ่งอาจทำให้ติดเชื้อและกลายเป็นเรื่องใหญ่โดยไม่จำเป็น

5. ถ้าตุ่มขึ้นที่ตา หรือรอบดวงตาลูกด้วย ต้องทำยังไง?

ถ้ามีตุ่มใกล้ดวงตามาก หรือตาลูกมีขี้ตาเยอะผิดปกติ แนะนำให้พาไปพบกุมารแพทย์หรือจักษุแพทย์เด็ก เพื่อตรวจดูว่าไม่ใช่ท่อน้ำตาอุดตันหรือการติดเชื้อที่ตาค่ะ

6. ตุ่มในทารกแรกเกิดกับอีสุกอีใสแตกต่างกันอย่างไร?

อีสุกอีใส (Chickenpox) ในทารกแรกเกิดพบน้อยมาก และมักมีไข้ร่วมด้วย ตุ่มจะขึ้นทั่วร่างกายพร้อมกันและมีรอยแดงล้อมรอบตุ่มน้ำ ต่างจาก Miliaria ที่ตุ่มมีขนาดเล็กมาก ไม่มีรอยแดงชัดเจน และลูกไม่มีไข้ หากไม่แน่ใจให้พาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้ชัดเจนค่ะ

7. ต้องอาบน้ำลูกบ่อยขึ้นไหมถ้ามีตุ่ม?

วันละ 1–2 ครั้งก็เพียงพอค่ะ อาบมากเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ ใช้น้ำอุ่นและสบู่สำหรับทารกสูตรอ่อนโยน แล้วซับให้แห้งสนิททันทีหลังอาบ

8. ตุ่มในทารกแรกเกิดเกี่ยวกับนมแม่ไหม?

มีงานวิจัยบางส่วนแสดงว่านมแม่มีสารที่ช่วยปกป้องผิวทารกได้ แต่ตุ่มเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอาหารที่แม่กินหรือชนิดของนม เป็นเพียงกระบวนการปกติของผิวหนังทารกที่ยังปรับตัวอยู่ค่ะ

9. ถ้าลูกอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา จะช่วยให้หายเร็วขึ้นไหม?

ห้องที่อากาศเย็นสบายและไม่อับชื้นช่วยลดการเกิดตุ่มเหงื่อใหม่ได้ค่ะ แต่ไม่ต้องเปิดแอร์เย็นมากจนลูกรู้สึกหนาว อุณหภูมิห้องประมาณ 25–27 องศาเซลเซียสถือว่าเหมาะสม

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจของพ่อแม่ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อย กรุณาปรึกษากุมารแพทย์เสมอค่ะ

 

ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.วรรัตน์ โกวิทจินดาชัย

กุมารแพทย์ โรงพยาบาลวิมุต

พญ.วรรัตน์ โกวิทจินดาชัย รพ.วิมุต

 

บทความจากพันธมิตร
โรงเรียนที่ดีที่สุด คือโรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ: มาร่วมค้นหาโรงเรียนประจำในสหรัฐอเมริกาที่เหมาะกับพวกเขา
โรงเรียนที่ดีที่สุด คือโรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ: มาร่วมค้นหาโรงเรียนประจำในสหรัฐอเมริกาที่เหมาะกับพวกเขา
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ส่องนมรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตัวช่วยเด็ดที่แม่ต้องมีติดกระเป๋า
ส่องนมรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตัวช่วยเด็ดที่แม่ต้องมีติดกระเป๋า
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก

แหล่งอ้างอิง

  • Milia (Milk Spots): Causes & Treatment, Cleveland Clinic
  • Milia, MedlinePlus (NIH)
  • Heat Rash Prickly Heat (Sweat Rash) Symptoms & Treatment, Cleveland Clinic
  • Heat Rash (Prickly Heat) in Babies & Young Children, HealthyChildren.org (AAP)
  • Miliaria crystallina – chest and arm, MedlinePlus (NIH)
  • What Is Erythema Toxicum Neonatum (ETN)?, Healthline
  • Erythema toxicum, MedlinePlus (NIH)
  • What Is Erythema Toxicum Neonatorum?, WebMD
  • ผดร้อน โรคผิวหนังที่พบบ่อยในหน้าร้อน, โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

ข้อมูลอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • เด็กแรกเกิด 0-3 เดือน
  • /
  • ทารกแรกเกิด 9 วัน มีตุ่มน้ำใสๆ บนหัวและหน้า เกิดจากอะไร และต้องดูแลอย่างไร?
แชร์ :
  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน  10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

    น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

  • เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

    เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

  • ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

    ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน  10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

    น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

  • เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

    เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

  • ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

    ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว