น่ารักสุดๆ!! แค่ขวบกว่าก็ร้องเพลงชาติไทยได้แล้ว

น่ารักสุดๆ!! แค่ขวบกว่าก็ร้องเพลงชาติไทยได้แล้ว

วีดิโอสุดน่ารัก เมื่อเด็กน้อยวัยขวบกว่าร้องเพลงชาติไทยได้ตั้งแต่ต้นจนจบเพลง

น่ารักสุดๆ!! แค่ขวบกว่าก็ร้องเพลงชาติไทยได้แล้ว วีดีโอ, เด็ก, ร้องเพลง

มาดู น่ารักสุดๆ!! แค่ขวบกว่า วีดีโอเด็กร้องเพลง ชาติไทยได้แล้ว

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ย่อมอยากให้ลูกของตนเป็นเด็กที่เก่ง มีความสามารถพิเศษ หรือมีความชื่นชอบที่น่าสนใจ เช่นเล่นกีฬาเก่ง, ชื่นชอบและรอบรู้ในด้านอวกาศ หรือเป็นเด็กที่ฉายแววในด้านการเล่นดนตรี เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่อาจยังไม่รู้นั่นก็คือ ความชอบเหล่านี้ สามารถปลูกฝังและช่วยส่งเสริมทักษะต่าง ๆ ให้แก่พวกเขาได้ตั้งแต่พวกเขายังเล็ก ด้วยกิจกรรมครอบครัวน่ารัก ๆ ที่จะทำให้การเรียนรู้ของพวกเขาเป็นเรื่องที่สนุกและน่าจดจำค่ะ สอนลูกร้องเพลง

เสริมการเรียนรู้ของลูกให้สนุก เคล็ดลับพัฒนาความสามารถพิเศษ

สอนลูกร้องเพลง

การที่เด็กคนหนึ่งจะสามารถมีทักษะหรือความสามารถพิเศษที่โดดเด่นขึ้นมาได้นั้น ต้องเกิดจากการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ ซึ่งสิ่งที่จะทำให้พวกเขาอยากลงมือฝึกฝนสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจริงจัง เคล็ดลับอย่างแรกที่เราอยากแนะคุณพ่อคุณแม่นั่นก็คือ ทำให้เขารู้สึกสนุกก่อนค่ะ เช่น ถ้าคุณแม่อยากให้พวกเขามีทักษะด้านดนตรี เป็นเด็กที่ร้องเพลงเก่ง ก็ควรที่จะสอนลูกร้องเพลง และคอยช่วยเหลือพวกเขา เมื่อพวกเขาเจอคำที่ออกเสียงยาก หรือจำเนื้อเพลงไม่ได้ ก็ช่วยพิมพ์เนื้อเพลงออกมา พร้อมนั่งสอนอย่างใจเย็น ว่าคำนี้ออกเสียงอย่างไร แปลว่าอะไร?

สอนลูกร้องเพลง

 

ซึ่งการพิมพ์เนื้อเพลงออกมานั้น แม้จะฟังดูยุ่งยาก แต่ถ้าหากได้ตัวช่วยที่ดีอย่างเครื่องพิมพ์ HP Ink Advantage เครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ ขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถสั่งพิมพ์ไร้สาย สแกน และถ่ายเอกสารได้ แค่โหลดแอป HP Smart ตอบโจทย์การใช้งานง่าย ครบทุกฟังก์ชั่นแบบออลอินวันในราคาประหยัด ก็จะช่วยให้การเรียนรู้ของเจ้าตัวน้อย มีความสะดวกสบาย พร้อมสนุกกับการเรียนรู้ขึ้นอีกระดับค่ะ

สอนลูกร้องเพลง กิจกรรมง่าย ๆ ที่ได้ประโยชน์มากกว่าแค่ความสนุก

สอนลูกร้องเพลง

สำหรับกิจกรรมที่ทาง tAP อยากแนะนำคุณพ่อคุณแม่ในวันนี้ก็คือ การสอนเจ้าตัวน้อยร้องเพลง ค่ะ เพราะเป็นกิจกรรมครอบครัวน่ารัก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่า กิจกรรมนี้นอกจากสนุกแล้วยังมีประโยชน์ต่อลูกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • กระตุ้นพัฒนาการสมอง เพราะเสียงดนตรีนั้นเป็นตัวกระตุ้นให้สมองมีการทำงานและการจัดระบบความคิดให้ดีขึ้นได้ ทำให้เด็กมีความสามารถในการจำมากขึ้น มีสมาธิ ช่วยให้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ให้ดีขึ้น
  • ได้ฝึกและเสริมทักษะการพูดอย่างมั่นใจ เพราะการร้องเพลงนั้น เป็นการใช้น้ำเสียงที่แตกต่างกัน ลูกจะได้ฝึกการออกเสียงในโทนที่หลากหลาย และหากคุณพ่อคุณแม่ให้กำลังใจด้วยการชม ก็จะช่วยให้เขามีความมั่นใจในการออกเสียง และจะพัฒนาต่อไปสู่การเป็นผู้พูดที่ดี
  • ปลูกฝังความรักในเสียงดนตรี เบื้องหลังความเก่งกาจของนักดนตรี คือความรักที่พวกเขามีต่อเสียงดนตรี ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่ ทำให้เขารู้สึกว่าการร้องเพลงกับคุณพ่อคุณแม่ คือชั่วโมงแห่งความสุข ได้ล่ะก็ เชื่อได้เลยว่านั่นคือก้าวแรกของความรักที่พวกเขาจะมีให้กับเสียงดนตรีอย่างแน่นอน
  • ความสัมพันธ์ในครอบครัวอบอุ่น แน่นแฟ้น เพราะการสอนลูกร้องเพลงนั้น ต้องเริ่มจากการการที่คุณพ่อคุณแม่ ร้องเพลงให้เขาฟังก่อน เพื่อเป็นตัวอย่าง ดังนั้น กิจกรรมนี้จึงเป็นกิจกรรมที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น และมีความสุขด้วยกันค่ะ

เห็นประโยชน์เยอะขนาดนี้ แต่ก็อย่าลืมนะคะ ว่าห้ามบังคับลูก ค่อย ๆ ชวนเค้า ให้เขาค่อย ๆ ตกหลุมรักในเสียงดนตรี และระวังเรื่องการใช้เสียงด้วยนะคะ หากใช้เสียงมากเกินไป ลูกอาจเจ็บคอได้ ขอให้สนุกกับการร้องเพลงด้วยกันกับลูกนะคะ)

เลี้ยงลูกด้วยเสียงดนตรี

ลูกชอบเสียงร้องเพลงของแม่มากกว่าเสียงพูด

พัฒนาการด้านการฟัง เป็นพัฒนาการลำดับแรกสุดของเด็ก ลูกสามารถฟังทุกๆ เสียงที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ โดยจะตอบสนองผ่านทางร่างกาย โดยพัฒนาการจะเพิ่มขึ้นตามแต่ละช่วงวัยไป ซึ่งการได้ยินของลูกจะเริ่มต้นตั้งแต่เขายังเป็นตัวอ่อน (fetus) อายุ 16 สัปดาห์ในท้องแม่ โดยระบบในการเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่ออวัยวะและประสาทส่วนกลางทำงานเชื่อมต่อกันในช่วงวัย 25 สัปดาห์ ดังนั้นในช่วงเวลานี้คุณแม่จะสามารถสื่อสารกับลูกได้ โดยวิธีการสื่อสารนั้นจำเป็นต้องสอดคล้องกับพัฒนาการด้านการรับรู้ของพวกเขาด้วย

เด็กวัยทารกจะมีความพึงพอใจในเสียงดนตรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาสามารถรับรู้ระดับเสียงสูงๆ ต่ำๆ หรือในทางดนตรีเรียกว่า pitch ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ รวมถึงสามารถแยกแยะเสียงพูด-เสียงร้องเพลงของแม่ออกจากเสียงผู้หญิงคนอื่นได้

โดยที่ลูกจะตอบสนองต่อเสียงต่างๆ ได้ตั้งแต่ช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังคลอด หากได้รับการกระตุ้นทางการได้ยินอยู่เสมอ ผ่านการฟังดนตรีตั้งแต่อยู่ในท้อง จะทำให้เขามีการตอบสนองต่อเสียงได้ดีขึ้น เมื่อเวลาแม่ปลอบหรือร้องเพลงให้ลูกฟัง จะทำให้เขารู้สึกสงบและผ่อนคลาย จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม ‘ลูกชอบเสียงร้องเพลงของแม่มากกว่าเสียงพูด’

เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมความสามารถทางดนตรีและภาษา

ดนตรีและภาษา สองสิ่งนี้ล้วนมี ‘เสียง’ เป็นองค์ประกอบเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับเสียง ความถี่ เวลา และน้ำเสียง เด็กตั้งแต่วัยทารก เมื่อเกิดมาเขาจะมาพร้อมความรู้สึกที่ไวต่อเสียงทั้งดนตรีและเสียงพูดติดตัวออกมา และมีความสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้

  • แยกความต่างของระดับเสียงและจังหวะได้
  • จดจำการเคลื่อนที่ของแนวทำนองเพลงกับระดับเสียงในการพูด
  • รับรู้องค์ประกอบของเสียงในประโยคเพลงและประโยคคำพูด
  • จดจำเสียงดนตรีและคำพูด
  • สามารถออกเสียงได้

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองได้

ลูกชอบเสียงร้องเพลงของแม่มากกว่าเสียงพูด

พัฒนาการด้านการฟัง เป็นพัฒนาการลำดับแรกสุดของเด็ก ลูกสามารถฟังทุกๆ เสียงที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ โดยจะตอบสนองผ่านทางร่างกาย โดยพัฒนาการจะเพิ่มขึ้นตามแต่ละช่วงวัยไป ซึ่งการได้ยินของลูกจะเริ่มต้นตั้งแต่เขายังเป็นตัวอ่อน (fetus) อายุ 16 สัปดาห์ในท้องแม่ โดยระบบในการเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่ออวัยวะและประสาทส่วนกลางทำงานเชื่อมต่อกันในช่วงวัย 25 สัปดาห์ ดังนั้นในช่วงเวลานี้คุณแม่จะสามารถสื่อสารกับลูกได้ โดยวิธีการสื่อสารนั้นจำเป็นต้องสอดคล้องกับพัฒนาการด้านการรับรู้ของพวกเขาด้วย

เด็กวัยทารกจะมีความพึงพอใจในเสียงดนตรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาสามารถรับรู้ระดับเสียงสูงๆ ต่ำๆ หรือในทางดนตรีเรียกว่า pitch ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ รวมถึงสามารถแยกแยะเสียงพูด-เสียงร้องเพลงของแม่ออกจากเสียงผู้หญิงคนอื่นได้

โดยที่ลูกจะตอบสนองต่อเสียงต่างๆ ได้ตั้งแต่ช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังคลอด หากได้รับการกระตุ้นทางการได้ยินอยู่เสมอ ผ่านการฟังดนตรีตั้งแต่อยู่ในท้อง จะทำให้เขามีการตอบสนองต่อเสียงได้ดีขึ้น เมื่อเวลาแม่ปลอบหรือร้องเพลงให้ลูกฟัง จะทำให้เขารู้สึกสงบและผ่อนคลาย จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม ‘ลูกชอบเสียงร้องเพลงของแม่มากกว่าเสียงพูด’

เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมความสามารถทางดนตรีและภาษา

ดนตรีและภาษา สองสิ่งนี้ล้วนมี ‘เสียง’ เป็นองค์ประกอบเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับเสียง ความถี่ เวลา และน้ำเสียง เด็กตั้งแต่วัยทารก เมื่อเกิดมาเขาจะมาพร้อมความรู้สึกที่ไวต่อเสียงทั้งดนตรีและเสียงพูดติดตัวออกมา และมีความสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้

  • แยกความต่างของระดับเสียงและจังหวะได้
  • จดจำการเคลื่อนที่ของแนวทำนองเพลงกับระดับเสียงในการพูด
  • รับรู้องค์ประกอบของเสียงในประโยคเพลงและประโยคคำพูด
  • จดจำเสียงดนตรีและคำพูด
  • สามารถออกเสียงได้

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองได้

สมองของเด็กเรียนรู้ได้ดีมากกว่าผู้ใหญ่หลายพันเท่า โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี สมองจะมีความตื่นตัวในการทำงานอย่างมาก จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะเร่งพัฒนาการและการเจริญเติบโต จากการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ

นอกจากพันธุกรรมแล้ว พบว่า ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยพัฒนาสมองได้ เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โภชนาการ การเคลื่อนไหว ความรัก ความท้าทาย และ ‘ศิลปะ-ดนตรี’

“ดนตรีเป็นเสียงที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูก มีอิทธิพลต่อการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม หรือสติปัญญา หากเลือกใช้ดนตรีที่เหมาะสมก็จะช่วยพัฒนาระบบต่างๆ ภายในสมองของลูกให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น”

 

วีดีโอเด็กร้องเพลง

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กิจกรรมเสริมพัฒนาการเด็ก 3 ขวบ เคล็ดลับเลี้ยงลูกให้ฉลาดตามวัย ที่พ่อแม่ควรรู้!

เป็นแม่ใครว่าง่าย เลี้ยงลูกอยู่บ้าน นอนทั้งวัน ไม่เห็นจะยากเลย จริงหรอ?

เลี้ยงลูกแบบธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้รุดหน้าจริงหรือ?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner