การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ทางเลือกการรักษาภาวะมีลูกยาก

การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ทางเลือกการรักษาภาวะมีลูกยาก

การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) เป็นทางเลือกการรักษาภาวะมีลูกยากทางหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้กับวิธีอื่น ๆ ควบคู่กันไปได้ การทำเด็กหลอดแก้วมีขั้นตอนอย่างไรบ้างเรามาดูกันดีกว่า

การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ทางเลือกการรักษาภาวะมีลูกยาก

หากการฉีดน้ำอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรงที่เคยนำเสนอไปในตอนแรกไม่ได้ผล ตอนที่ 2 ของซีรี่ส์มีลูกยากนี้ขอนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากที่เป็นที่นิยมมากที่สุดวิธีหนึ่ง นั่นก็คือ การทำเด็กหลอดแก้วเป็น ทางเลือกการรักษาภาวะมีลูกยาก นั่นเอง

ทางเลือกการรักษาภาวะมีลูกยาก

ทางเลือกการรักษาภาวะมีลูกยาก

 

การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ In-vitro Fertilisation (IVF)

การทำเด็กหลอดแก้วเรียกกันอย่างเป็นทางการว่า การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย วิธีการนี้คือการเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอดแล้วนำมาผสมกับตัวอสุจิเพื่อให้มีการปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการ เมื่อได้ตัวอ่อนมาแล้วจึงค่อยย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปให้ฝังตัวในโพรงมดลูก

ถ้าการให้อสุจิกับไข่ผสมกันตามธรรมชาติมันยากนัก วิธีการนี้จะมีวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น เริ่มแรกจะมีการตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน อัลตราซาวนด์ และกระตุ้นไข่หลาย ๆ ใบ แพทย์จะนัดให้มาทำอัลตราซาวนด์เพื่อตรวจสอบขนาดของไข่ กำหนดวันฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตกและกำหนดวันเก็บไข่ออกมาจากร่างกาย เมื่อถึงเวลาไข่ได้ขนาดก็จะเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอด

เด็กหลอดแก้ว ทางเลือกการรักษาภาวะมีลูกยาก

 

ไข่ที่ดูดออกมาได้จะนำไปเลี้ยงในน้ำยาเลี้ยงไข่เพื่อรอการผสมกับตัวอสุจิ ในขั้นตอนการผสมตัวอสุจิและไข่จะถูกทิ้งไว้ในระยะเวลาที่เหมาะสมจากนั้นจะมีการตรวจผลว่ามีตัวอ่อนเกิดขึ้นหรือไม่ เมื่อพบว่ามีตัวอ่อนแล้วก็จะนำตัวอ่อนไปเลี้ยงในตู้เลี้ยงตัวอ่อน หลังจากนั้นก็จะนำตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปในมดลูกต่อไป แพทย์จะอัลตราซาวนด์หาตำแหน่งวางตัวอ่อนที่เหมาะสมบนเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ หลังจากนั้นราวสองสัปดาห์แพทย์จะให้ไปวัดระดับฮอร์โมนที่มีแต่หญิงตั้งครรภ์เท่านั้นที่มีเพื่อตรวจสอบว่าตั้งครรภ์หรือไม่และเป็นครรภ์คุณภาพดีหรือไม่

ทำเด็กหลอดแก้ว

ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว ประกอบไปด้วย..

กระตุ้นไข่ > เก็บไข่ > ผสม > เลี้ยงตัวอ่อน 3-5 วัน > (ตรวจเช็คโครโมโซม) > ย้ายกลับเข้าไปที่โพรงมดลูก

การย้ายตัวอ่อนจะมี 2 แบบด้วยกัน คือ

    1. การย้ายตัวอ่อนในรอบสด คือ ย้ายตัวอ่อนหลังจากเก็บไข่ได้ 3-5 วัน  ซึ่งหลังจากย้ายตัวอ่อนไปได้ 7-9 วันก็จะรู้ผลเลยว่าตัวอ่อนฝังตัวหรือไม่ ท้องหรือไม่ท้อง แต่การย้ายในรอบสดมีข้อเสียก็คืออาการอืดแน่นท้อง ท้องโตจากการฉีดยากระตุ้นรังไข่ ทำให้รังไข่บวมรวมถึงระดับฮอร์โมนที่สูงผิดปกติจากรอบธรรมชาติ  อาจทำให้สภาพร่างกายไม่เหมาะสมกับการฝังตัวของตัวอ่อนทำให้โอกาสสำเร็จในการย้ายตัวอ่อนในรอบสดอาจน้อยลงตามไปได้
    2. การย้ายตัวอ่อนในรอบแช่แข็ง คือเมื่อเราได้ตัวอ่อนในรอบสดมาแล้วก็ทำการแช่แข็งเก็บเอาไว้ก่อน เมื่อร่างกายพร้อมสมบูรณ์เมื่อไหร่ ค่อยละลายตัวอ่อน  ออกมาเพื่อย้ายตัวอ่อนในภายหลัง การย้ายรอบแช่แข็งนั้นจะย้ายหลังจากที่มีประจำเดือนประมาณ 3 สัปดาห์ และ 7-9 วันหลังการย้ายตัวอ่อนก็จะรู้ผลเหมือนกันว่าท้องหรือไม่  วิธีนี้จะมีโอกาสสำเร็จมากกว่าแบบแรก แต่หากห้องแลปไม่ได้มาตรฐาน ทำให้การละลายตัวอ่อนออกมาใช้มีปัญหา ทำให้คุณภาพตัวอ่อนแย่ลง โอกาสสำเร็จก็สามารถลดลงไปได้เช่นกันเมื่อเทียบกับการย้ายตัวอ่อนในรอบสด

เด็กหลอดแก้วเสี่ยงแท้ง

การปฏิบัติตัวหลังจากย้ายตัวอ่อน

ควรพักผ่อนให้มาก ๆ อย่าให้ท้องของเรากระทบกระเทือน หรือกระเทือนให้น้อยที่สุด การเดินเร็ว วิ่งเร็ว การออกกำลังกายแนะนำว่าควรงดไปก่อน หรือแม้แต่การนั่งขับถ่ายที่ต้องเบ่งเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจทำให้มดลูกบีบตัวทำให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ยากเช่นกัน ส่วนในเรื่องของความเชื่อว่าต้องนอนเฉย ๆ ห้ามขยับเด็ดขาดถือเป็นความเชื่อ ที่ไม่ค่อยถูกต้องเสียทีเดียว จริง ๆ แล้ว จะนอนตะแคง พลิกซ้าย-ขวา หรือนอนคว่ำก็สามารถทำได้ แม้กระทั่งการขึ้น-ลงบันไดก็ยังสามารถทำได้แต่แค่ต้องเดินช้า ๆ อย่าให้กระแทกแรง ส่วนอาหารก็ให้รับประทานอาหารอ่อน ๆ เลี่ยงอาหารรสจัด ระวังไม่ให้ท้องเสีย จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อลดการเบ่งถ่ายจากภาวะท้องผูก เพียงเท่านี้ก็ทำให้โอกาสที่ตัวอ่อนจะฝังตัวสูงขึ้นได้แล้ว

เด็กหลอดแก้ว มีลูกยาก แท้ง

ข้อดี  

การทำเด็กหลอดแก้ว เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์มากขึ้น ใช้แก้ปัญหา กรณีคุณผู้หญิงมีปัญหาท่อนำไข่ตัน มีพังผืดขวางทางระหว่างไข่กับทางเข้าท่อนำไข่ ท่อนำไข่เสียหาย มีปัญหาเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ขั้นรุนแรง หรือปัญหาทางกายวิภาคอื่น ๆ ที่ทำให้ไข่ไม่สามารถตกเข้าท่อนำไข่ได้

บางสถาบันมีอุปกรณ์ที่สามารถแช่แข็งตัวอ่อนที่เหลือจาก การย้ายตัวอ่อน และสามารถเก็บรักษาตัวอ่อนเอาไว้ได้หลายปีโดยมีคุณภาพเหมือนเดิม เทคโนโลยีดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยให้คุณผู้หญิงสามารถกลับมารับการย้ายตัวอ่อนได้ซ้ำโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการกระตุ้นไข่ใหม่ตั้งแต่ต้น

การทำเด็กหลอดแก้วเป็นวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากที่เป็นพื้นฐานและมีวิธีอื่นสามารถใช้ควบคู่กันได้อีกหลายอย่าง เช่น การแก้ปัญหากรณีที่คุณผู้ชายมีปัญหากับน้ำเชื้ออสุจิ ซึ่งจะมีการนำเสนอในตอนต่อ ๆ ไป

ค่าใช้จ่าย

ข้อดีที่เพิ่มมาก็ตามมาด้วย ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้วค่าใช้จ่าย การทำเด็กหลอดแก้วที่โรงพยาบาลรัฐจะตกอยู่ที่ราว 70,000-80,000 บาท ค่าใช้จ่ายกับโรงพยาบาลเอกชนคิดอยู่ที่ราวเกือบ 100,000 จนถึงราว 150,000 บาทได้ ค่าใช้จ่ายอาจมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับยากระตุ้นไข่และปริมาณที่ใช้ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายนี้ก็อาจแตกต่างกันไปบ้าง ในแต่ละโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม

ที่มา : 1

 

The Asianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและ สังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น The Asianparent ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งานฟรี เพื่อติดตามพัฒนาการทารก ตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและ ผู้ใช้งานสูงสุด ในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และ สื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก The Asianparent เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กลับสู่หน้าหลักเข้าใจหลักการรักษาภาวะมีบุตรยาก

สาเหตุของการมีลูกยาก ตามทัศนะของจีน

มีลูกยาก มีลูกไม่ได้ ชวนมาดู ภาพเด็กๆ ก่อนและหลังถูกอุปการะ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner