TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

แชร์ทริค! วิธีใช้ลิปมัน ให้ถูกต้อง มีวิธีใช้อย่างไร? ไม่ให้ปากแห้งยิ่งกว่าเดิม

บทความ 5 นาที
แชร์ทริค! วิธีใช้ลิปมัน ให้ถูกต้อง มีวิธีใช้อย่างไร? ไม่ให้ปากแห้งยิ่งกว่าเดิม

วิธีใช้ลิปมัน ที่ถูกต้องมีวิธีใช้อย่างไร เพื่อไม่ริมฝีปากแห้งแตก ลอกเป็นขุยกว่าเดิม บทความวันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ ลิปมันถือเป็นไอเทมเด็ดที่จะช่วยบำรุงริมฝีปากที่แห้งแตกให้กลับมาชุ่มชื้นดูสุขภาพดี ถ้าหากทาลิปมันอย่างถูกวิธีนะคะ เพราะถ้าไม่รู้เทคนิคในการทาลิปมันที่ถูกต้อง ก็อาจจะส่งผลกระทบทำให้ริมฝีปากที่แห้งแตกนั้นระคายเคืองยิ่งกว่าเดิมได้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูทริคที่เรานำมาฝากกันเลยค่ะ

 

ลิปมันช่วยแก้ปากแห้งแตกได้จริงไหม ทำไมต้องทาลิปมัน?

สำหรับใครที่มีปัญหาริมฝีปากแห้งแตก ลอกเป็นขุย การบำรุงรักษาริมฝีปากให้กลับมาดูสุขภาพดีจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ๆ แต่การที่จะป้องกันได้อย่างถูกวิธีการรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการริมฝีปากแห้ง แตก ลอกเป็นขุย ก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น ก็สามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายปัจจัยมาก ๆ เช่น  สภาพอากาศหนาวหรือแห้ง, การเลียริมฝีปาก, ดื่มน้ำน้อย, ภาวะขาดสารอาหาร หรือการใช้ผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ส่งผลทำให้เกิดการระคายเคืองต่อริมฝีปาก เป็นต้น

และการป้องกันไม่ให้ริมฝีปากนั้นเกิดอาการแห้ง ลอกเป็นขุย ที่คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ นั่นก็คือการเลือกใช้ลิปมันเพื่อบำรุงริมฝีปากเพื่อป้องกันไม่ให้ริมฝีปากสูญเสียความชุ่มชื้นไป เพราะริมฝีปากจะไม่สามารถผลิตน้ำมันมารักษาความชุ่มชื้นได้ ดังนั้น การบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นตลอดเวลาจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่การจะเลือกลิปมันมาใช้ในการบำรุงริมฝีปากจะต้องอย่าลืมตรวจดูส่วนผสมให้ละเอียดด้วยนะคะ ว่าปลอดต่อริมฝีปากหรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดการแพ้ตามมา

บทความที่เกี่ยวข้อง : 15 ประโยชน์ของลิปมัน สารพัดเรื่องรอบตัวที่ไม่ได้มีดีแค่ความชุ่มชื้น!

 

วิธีใช้ลิปมัน

 

เคล็ดลับ วิธีใช้ลิปมัน ที่ถูกต้อง

1. การใช้ลิปมันให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อช่วยให้ริมฝีปากของคุณสุขภาพดีขึ้น คือควรทาเป็นแนวตั้งไปตามร่องริมฝีปาก เพื่อที่จะได้ช่วยให้เนื้อลิปมันซึมผ่านเข้าไปตามร่องปากได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะโดยปกติทั่วไปแล้วริมฝีปากของคนเราจะไม่ได้เรียบเนียน แต่จะมีเส้นร่องบริเวณริมปากอยู่

ดังนั้น วิธีการใช้ลิปมันที่ถูกต้องที่สุด ก็คือคุณควรที่จะทาลิปมันตามแนวเส้นร่องปากแนวตั้ง หรือแนวดิ่งนั่นเองค่ะ แต่ถ้าหากคุณเลือกที่จะทาแนวนอนจะเป็นการเพิ่มการเสียดสีบริเวณริมฝีปากยิ่งขึ้นไปอีก และจะเป็นการไปกระตุ้นให้ริมฝีปากแห้ง และแตกมากยิ่งขึ้น ดังนั้น อย่าลืมเลือกทางให้ถูกวิธีนะคะเพื่อที่ริมฝีปากจะได้รับการบำรุงได้อย่างล้ำลึกได้รับความชุ่มชื้นอย่างเต็มที่และลดความเสี่ยงทำให้ระคายเคืองเพิ่มขึ้นค่ะ

 

2. การทาลิปมันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพคุณควรที่จะทาอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ เพื่อรักษาให้ชุ่มชื้น และป้องกันไม่ให้ริมฝีปากหมองคล้ำ สามารถทาลิปมันได้ทั้งช่วงเช้าและก่อนนอนเลยค่ะ หรือจะทาหลังรับประทานอาหาร และดื่มน้ำก็ได้เช่นกัน หมั่นทาลิปมันทุก ๆ 2 ชั่วโมงจะดีที่สุดค่ะ ไม่จำเป็นจะต้องรอให้ปากแห้ง หรือเนื้อลิปหายถึงค่อยทานะคะ

 

3. เนื่องจากลิปมันบางยี่ห้อก็จะถูกออกแบบมาโดยเฉพาะลิปสำหรับใช้ทาตอนเช้า ใช้ระหว่างวัน และใช้ทาก่อนนอน ดังนั้น ถ้าหากจะเลือกซื้อลิปมันมาใช้งานสำหรับช่วงเช้า หรือทาระหว่างวัน แนะนำให้เลือกลิปมันที่มีส่วนผสมของสารกันแดดด้วยนะคะ อย่างน้อยควรมีค่า SPF 30 จะได้ช่วยปกป้องริมฝีปากของคุณจากแสงแดด และรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงทำให้ริมฝีปากสูญเสียน้ำ และเหี่ยวย่น แต่ถ้าหากต้องการทาลิปมันช่วงก่อนนอน แนะนำให้เลือกซื้อลิปมันที่มีสารเน้นการบำรุงชุ่มชื้นโดยเฉพาะจะดีที่สุดค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : HOW – TO วิธีเลือกลิปมันกันแดด เลือกอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด !?

 

วิธีใช้ลิปมัน

 

สารอันตรายในลิปมันที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง?

  • สารในกลุ่มฟีนอล เมนทอล การบูร

สารทั้ง 3 ชนิดนี้ จะช่วยทำให้ริมฝีปากรู้สึกสดชื่น และให้สัมผัสที่เย็นซ่า ซึ่งผลข้างเคียงในการใช้ลิปมันที่มีส่วนผสมทั้ง 3 ชนิดนี้ จะส่งผลทำให้ริมฝีปากจะแห้งเร็วมากกว่าปกติ เมื่อเทียบกับลิปมันที่ไม่ผสมเมนทอล และอาจจะส่งผลกระทบทำให้เกิดอาการแพ้ตามมาได้ค่ะ

 

  • ซิลิโคนออยล์ (Silicone Oil)

สำหรับส่วนผสมของซิลิโคนออยล์ จะมีคุณสมบัติช่วยทำให้ริมฝีปากเกิดความแวววาว มักจะอยู่ในส่วนผสมของลิปกลอส ถึงแม้ว่าซิลิโคนออยล์จะช่วยเพิ่มความอิ่มเอิบให้ริมฝีปาก แต่ก็ไม่ได้มีประโยชน์ที่จะช่วยบำรุงริมฝีปากเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเลือกใช้ลิปมันที่ส่วนผสมของซิลิโคนออยล์นะคะ เพราะเมื่อนำมาใช้งานคุณก็จะไม่ได้รับการบำรุงใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ

 

  • น้ำหอม หรือสารแต่งกลิ่น

ลิปมันที่ดี และมีคุณภาพจะต้องปราศจากน้ำหอม หรือสารแต่งกลิ่น สี และรส เพราะถ้าหากลิปมันนั้นต้องมีสีที่สวย และมีกลิ่นหอม หรือมีรสอร่อยชาติเวลาที่เผลอชิมตอนทาเข้าไป อาจจะเสี่ยงทำให้เกิดอาการแพ้ได้สูง และสามารถทำให้ริมฝีปากแห้งกว่าเดิมได้  การที่จะตรวจสอบว่าลิปมันนั้นอุดมไปด้วยคุณค่าการบำรุงดีมากแค่ไหน คุณสามารถตรวจสอบก่อนเลือกซื้อมาใช้งานได้นะคะ

 

  • กรดซาลิไซลิก

สำหรับกรดชนิดนี้หลาย ๆ คนก็อาจจะคุ้นเคยกัน เพราะเป็นสารที่นิยมนำมาประกอบในผลิตภัณฑ์รักษาสิว เพราะกรดชนิดนี้จะมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว แต่ผู้ผลิตบางรายก็ได้มีการเติมสารนี้ลงไปในลิปมันด้วย ซึ่งการเติมสารนี้ลงไปในลิปมันไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่มีคุณสมบัติในการบำรุงริมฝีปาก ซ้ำ และยังมีส่วนทำให้ริมฝีปากแห้งเร็ว และลอกได้ง่ายอีกด้วยค่ะ

 

วิธีการตรวจดูว่าลิปมันใกล้หมดอายุแล้วหรือยัง?

โดยปกติทั่วไปลิป 1 แท่ง จะมีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ผลิต หรือไม่ก็มีอายุ 6 เดือนเท่านั้น หลังจากเปิดใช้งาน แต่ถ้าหากเป็นลิปมันที่ผลิตจากธรรมชาติ 100% ก็จะมีโอกาสหมดอายุเร็วมาก ๆ ประมาณ 3 เดือน แต่ถ้าหากเป็นลิปสติกทั่วไปที่ไม่ใส่สารกันบูด ก็สามารถใช้งานได้อย่างน้อย 6 เดือน แต่ถ้าหากเป็นลิปสติกที่ใส่สารกันบูด ก็จะสามารถใช้งานได้ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป หรือถ้าคุณไม่แน่ใจว่าลิปมันของคุณนั้นหมดอายุหรือยัง

คุณก็สามารถตรวจสอบด้วยวิธีการง่าย ๆ โดยการดูที่สีของลิปมัน ถ้าสีมีความคล้ำกว่าตอนที่ซื้อมาใหม่ ๆ ควรที่จะทิ้งเลยนะคะ เพราะอาจจะมีแบคทีเรียเริ่มที่จะสะสมอยู่ในนั้น แล้วก็ต่อมาจะเป็นในเรื่องของกลิ่นของลิปมันค่ะ หากดมแล้วรู้สึกว่าไม่ได้กลิ่นเหมือนตอนแรกที่เปิดใช้งาน ควรหยุดการใช้ทันทีนะคะ

และอย่างสุดท้ายที่คุณสามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ นั้นก็คือเนื้อสัมผัสของลิปมันนะคะว่ามีการเปลี่ยนไปหรือไม่ ถ้าหากเนื้อของลิปมันแห้งและแตกเป็นขุย หรือนุ่มเกินไปควรเปลี่ยนใหม่ลิปมันแท่งใหม่ทันทีนะคะ นี่ก็เป็นเพียงทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้คุณสามารถสังเกตได้ว่าลิปมันของตัวเองนั้นยังมีประสิทธิภาพอยู่หรือไม่ค่ะ

 

เป็นอย่างกันบ้างคะ สำหรับ วิธีใช้ลิปมัน ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ การหากรู้วิธีการใช้ลิปมันที่ถูกต้อง คุณก็จะสามารถบำรุงริมฝีปากที่แห้งแตกได้อย่างมีประสิทธิภาพ คงความชุ่มชื้นยาวนาน เพียงเท่านี้คุณก็สามารถโชว์รอยยิ้มสวยได้อย่างมั่นใจแล้ว แล้วก็ก่อนที่จะเลือกซื้อลิปมันมาใช้งานก็อย่าลืมตรวจสอบส่วนผสมของลิปมันด้วยนะคะ ว่าส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อริมฝีปากหรือไม่ เพื่อความปลอดภัย และไม่เกิดอาการแพ้ตามมา ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องกังวลปัญหาริมฝีปากแห้งแตก ลอกเป็นขุยอีกต่อไปแล้ว

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

คนท้องใช้ลิปอะไรได้บ้าง ? ท้องอยู่ก็สวยได้ ! ปลอดภัยทั้งแม่และลูกน้อยในครรภ์

เผยเทคนิค วิธีใช้ลิปสครับ แก้ปากดำคล้ำ แห้งลอกเป็นขุย ใช้อย่างไรให้เห็นผล !?

ทำความรู้จัก ลิปออยล์ เครื่องสำอางที่ควรมีติดบ้าน ลิปออยล์คืออะไร ?

ที่มา : mybest, sanook, makeupmuddle

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Suttida Butdeewong

  • หน้าแรก
  • /
  • ความงาม
  • /
  • แชร์ทริค! วิธีใช้ลิปมัน ให้ถูกต้อง มีวิธีใช้อย่างไร? ไม่ให้ปากแห้งยิ่งกว่าเดิม
แชร์ :
  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • หย่านมยังไงไม่ให้น้ำหนักพุ่ง! แจกสูตร คุมอาหารหลังหย่านม แบบเห็นผลจริง

    หย่านมยังไงไม่ให้น้ำหนักพุ่ง! แจกสูตร คุมอาหารหลังหย่านม แบบเห็นผลจริง

  • ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี ! อายุ 11-20 ปี Walk-in ได้ถึง 30 เม.ย. 2568

    ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี ! อายุ 11-20 ปี Walk-in ได้ถึง 30 เม.ย. 2568

  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • หย่านมยังไงไม่ให้น้ำหนักพุ่ง! แจกสูตร คุมอาหารหลังหย่านม แบบเห็นผลจริง

    หย่านมยังไงไม่ให้น้ำหนักพุ่ง! แจกสูตร คุมอาหารหลังหย่านม แบบเห็นผลจริง

  • ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี ! อายุ 11-20 ปี Walk-in ได้ถึง 30 เม.ย. 2568

    ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี ! อายุ 11-20 ปี Walk-in ได้ถึง 30 เม.ย. 2568

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว