เมื่อลูกน้อยเริ่มหย่านมแม่และหันมาดื่มนมผงชงมากขึ้น คุณแม่มือใหม่หลายท่านอาจมีคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับการชงนมผงให้ถูกวิธี โดยเฉพาะเรื่อง นมชงอยู่ได้กี่ชั่วโมง เพื่อให้ลูกได้รับนมที่มีสารอาหารครบถ้วนปลอดภัย และลดโอกาสปนเปื้อน theAsianparent มีคำแนะนำในการชงนมเด็กที่เป็นประโยชน์มาฝากคุณแม่
นมชงอยู่ได้กี่ชั่วโมง ?
หากอิงตามอุณหภูมิห้องปกติ นมชงทั่วไปเฉลี่ยแล้วจะอยู่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น (ระยะเวลาแปรตามนมผงในแต่ละยี่ห้อด้วย) ดังนั้นจึงไม่ควรชงเตรียมทิ้งไว้นาน หรือหากต้องการเตรียมเอาไว้ คุณแม่ควรรู้วิธีการเก็บรักษา เพื่อให้มีอายุการใช้งานที่นานมากขึ้น เหมาะกับคุณแม่ที่พาลูกน้อยออกไปข้างนอก ในขณะที่คุณแม่ที่อยู่บ้าน เราแนะนำให้ชงในเวลาที่จะให้ลูกกินนมจะดีที่สุด เพื่อความสดใหม่ และสารอาหารที่อยู่ในนมผง จะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
กรณีที่คุณแม่ให้ลูกกินนมไปแล้ว แต่ลูกกินไม่หมด คุณแม่ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 1 ชั่วโมง หากเลยเวลาแล้วควรเอาขวดเก่าทิ้ง แล้วชงขวดใหม่ให้ลูกเลย อย่างไรก็ตามแม้จะมีวิธีการเก็บรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งาน แต่เราอยากให้คุณแม่ให้ความสำคัญกับนมที่ชงใหม่ ๆ มากกว่านมที่ชงเก็บเอาไว้ เพื่อประโยชน์ของตัวลูกน้อยเอง เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน ดีต่อพัฒนาการของร่างกาย
บทความที่เกี่ยวข้อง : แนะนำ 10 นมผงสูตร 3 วิธีเลือกนมผงสำหรับเด็ก สูตรไหนเหมาะกับลูกน้อย
วิดีโอจาก : Nurse Kids
อยากให้นมชงอยู่ได้นานมากขึ้น ควรทำอย่างไร?
คุณแม่หลายท่านคงหายข้องใจเกี่ยวกับคำถามที่ว่า นมชงอยู่ได้กี่ชั่วโมง กันบ้างแล้ว ฉะนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าลูกน้อยจะได้กินนมชงที่คงคุณภาพดี ปลอดภัย และเต็มเปี่ยมด้วยสารอาหารครบถ้วน มีข้อแนะนำเพิ่มเติมที่คุณแม่ควรทราบดังนี้
1. การจัดเก็บนมชงที่ยังไม่ป้อน: หากชงนมแล้วแต่ลูกยังไม่กินทันที คุณแม่สามารถเก็บนมชงไว้ในตู้เย็น เพื่อคงคุณภาพของนมไว้ ที่อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้นได้นานถึง 24 ชั่วโมง แต่ไม่แนะนำให้แช่แข็งนมชง เพราะอาจทำให้คุณภาพและสารอาหารบางชนิดในนมลดลงได้
2. การจัดเก็บนมผงที่ยังไม่ชง: การเก็บรักษานมผงก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อคงความสดใหม่และลดโอกาสการปนเปื้อนเชื้อโรค
- เมื่อเปิดกระป๋องนมผงแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน การเปิดทิ้งไว้นานเกินไปจะทำให้ความสดใหม่ของนมลดลง และเพิ่มโอกาสที่ความชื้นหรือเชื้อโรคจะเข้าไปปนเปื้อนได้
- ปิดฝากระป๋องนมผงให้สนิททุกครั้ง หลังการใช้งาน เพื่อป้องกันความชื้นและแมลง
- เก็บนมผงในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่โดนแสงแดดโดยตรง หรือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง
- ตรวจสอบวันเดือนปีที่ผลิต และวันหมดอายุข้างกล่อง หรือกระป๋องนมผงก่อนตัดสินใจซื้อเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถใช้ได้หมดทันเวลา และไม่เผลอนำนมผงที่หมดอายุแล้วมาชงให้ลูกกิน
ชงนมผงให้ระวัง คุณภาพอาจน้อย แถมอยู่ได้ไม่นาน
เพื่อการเติบโตที่สมวัยและสุขภาพที่แข็งแรงของลูกน้อย การชงนมอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามค่ะ เพราะบางครั้งการชงนมที่ผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพของนมลดลงได้ มาเช็กข้อควรระวังในการชงนมกันดีกว่า เพื่อให้มั่นใจว่าลูกรักจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนที่สุดในทุกๆ มื้อค่ะ
- ถึงแม้จะเคยชงนมผงมาก่อน ก็ไม่สามารถคิดไปเองว่านมผงต่างยี่ห้อกันก็ชงแบบเดียวกัน ควรศึกษาฉลาก และวิธีการชงทุกครั้งที่ซื้อมา ไม่ว่าจะต่างยี่ห้อ หรือต่างสูตร
- อย่ากะปริมาณการชงด้วยตนเองเด็ดขาด ต้องทำตามสัดส่วนที่กำหนดไว้เท่านั้น เนื่องจากนมที่ถูกชงแบบผิดสัดส่วนที่กำหนด จะส่งผลเสียต่อลูกได้ เช่น มีอาการท้องผูก, ขาดสารอาหาร หรือขาดน้ำ เป็นต้น
- ตามสื่อออนไลน์บางแห่ง อาจทำคลิปเติมส่วนผสมอื่น ๆ ลงในนม เพื่อให้มีรสชาติใหม่ ๆ เพื่อหวังให้ลูกกินนมได้อร่อยขึ้น เช่น น้ำตาล หรือซีเรียล เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ห้ามเอาอะไรเติมลงไปในขั้นตอนการชงนมเด็ดขาด
- หากต้องการจะอุ่นนม ห้ามอุ่นนมชงผ่านไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะความร้อนจะไปไม่ทั่วถึงนมทั้งหมด คุณแม่อาจสัมผัสว่าอุ่นแล้วไม่ร้อนมาก แต่อาจยังมีนมบางส่วนที่ร้อน ส่งผลให้เสี่ยงทำให้ลูกรักปากพองอีกด้วย
บทความที่เกี่ยวข้อง : จำให้แม่น !! การเลือกซื้อนมผงให้ลูก อย่างไรให้เหมาะ ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง อย่าเพิ่งเชื่อว่าดี !
พลิกวงการนมรูปแบบใหม่ “S-26 Gold³ นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง” ทางเลือกใหม่ของการเลี้ยงลูกยุค Gen Beta
หมดยุคหัวฟูวิ่งวุ่นชงนมตอนดึก หรือพะรุงพะรังเวลาพาลูกออกไปเที่ยวนอกบ้านแล้วค่ะแม่ๆ! ขอเสียงปรบมือให้กับครั้งแรกในไทยกับ “S-26 Gold³ นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง” ไอเทมเด็ดที่เกิดมาเพื่อเข้าใจอินไซต์คนเป็นแม่ยุคใหม่สุดๆ เพราะนี่คือตัวช่วยที่จะทำให้เราประหยัดเวลาเตรียมมื้ออร่อยให้ลูกไปได้เยอะมาก แถมขั้นตอนก็ง่ายดายสุดๆ และที่สำคัญคือมาพร้อมสารอาหารอัดแน่นเทียบเคียงนมผง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณพ่อคุณแม่ที่ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยด เรียกว่าได้ทั้งความสะดวกรวดเร็วและมั่นใจเรื่องโภชนาการ ให้ใช้ชีวิตได้ชิลขึ้นอีกระดับเลยค่ะ
- เปิดปุ๊บ ดื่มปั๊บ สะดวกเว่อร์: ลืมภาพการตวงนม ต้มน้ำ จับเวลาไปได้เลยค่ะ! แค่ "บิดฝาแล้วเท" ก็พร้อมเสิร์ฟให้เจ้าตัวเล็กดื่มได้ทันที จะพกไปคาเฟ่ ไปต่างจังหวัด หรือจัดการมื้อดึกที่ลูกตื่นมาร้องหิวก็เอาอยู่แบบสวยๆ แถมยังสามารถให้ดื่มสลับคู่กับนมผงแบบเดิมได้สบายๆ ยืดหยุ่นเข้ากับทุกสถานการณ์เลยค่ะ
- สารอาหารจัดเต็ม คุ้มค่าถูกใจแม่: ถึงจะมาในรูปแบบพร้อมใช้ แต่บอกเลยว่าสารอาหารหลากหลายอัดแน่นเทียบเคียงนมผงเลยค่ะ เพราะกล่องนี้จัดเต็มทั้ง แอลฟา สฟิงโกไมอีลิน, DHA, Omega 3 6 9 แถมยังมีวิตามินบี 12 สูง, มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง, โคลีน และลูทีน ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรากฐานเพื่อให้เขามีพัฒนาการที่สมบูรณ์และพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในอนาคตค่ะ
- สะอาด และเป๊ะทุกมื้อ: แม่ๆ สายเป๊ะต้องเลิฟสิ่งนี้ เพราะช่วยกะทลายความกังวลเรื่องชงนมผิดสัดส่วน น้ำร้อนไป นมจางไป หรือกังวลเรื่องความสะอาดระหว่างชงไปได้เลย S-26 Gold³ นมเด็กพร้อมใช้ไม่ต้องชง กล่องนี้คือคำนวณมาให้เป๊ะแล้ว มั่นใจได้เลยว่าลูกจะได้รับสารอาหารครบถ้วนสม่ำเสมอในทุกๆ มื้อแน่นอน
- เก็บรักษาง่าย ไม่ยุ่งยาก: เมื่อเปิดขวดแล้ว แนะนำให้ลูกดื่มให้หมดภายใน 1 ชั่วโมงนะคะ (เพื่อความเฟรชขั้นสุด!) แต่ถ้าลูกอิ่มก่อน ดื่มไม่หมด ก็แค่ปิดฝาส่วนที่ยังไม่ได้เทแช่ตู้เย็นไว้ได้นานถึง 24 ชั่วโมงเลยค่ะ ไม่เหลือทิ้งให้เสียดายแน่นอน
ยกให้เป็น Must-have item สำหรับคุณแม่สายสมาร์ทที่อยากลดความยุ่งยากในการเตรียมนมเลยค่ะ “S-26 Gold³ นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง” จะเข้ามาช่วยเคลียร์คิวให้ชีวิตแม่ๆ ง่ายขึ้น มีเวลาไปทำสวย หรือเล่นสนุกกับลูกได้เต็มที่ขึ้นอีกเยอะ! ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้แบบลงตัวสุดๆ ใครอยากอัปเกรดความสะดวกสบายแบบนี้ ตามไป อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ เลยค่ะ
7 ขั้นตอนชงนมให้ดีรักษาไว้ได้นานเต็มเวลา ดีต่อลูกรัก
คุณแม่หลายท่านอาจกำลังกังวลว่าที่ผ่านมาตัวเองชงนมให้ลูกน้อยถูกต้องหรือไม่ ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะนอกเหนือจากสิ่งที่ต้องระวังข้างต้น เรามี 7 ขั้นตอนเบื้องต้นในการชงนมที่ถูกต้อง มาแนะนำ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกจะได้รับนมที่มีคุณภาพและปลอดภัยสูงสุด อย่างไรก็ตาม คุณแม่อย่าลืมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากฉลากข้างกล่องผลิตภัณฑ์นมผงที่ใช้อยู่เสมอ เพื่อจะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดในการชงนม
1. ล้างมือและทำความสะอาดภาชนะให้ดี: ก่อนและหลังการชงนมทุกครั้ง คุณแม่ควรล้างมือให้สะอาดและล้างทำความสะอาดขวดนม จุกนม และอุปกรณ์ทุกชิ้นด้วยน้ำยาล้างขวดนม แล้วนำไปฆ่าเชื้อด้วยเครื่องนึ่ง หรือต้มในน้ำเดือด จากนั้นผึ่งหรือเช็ดให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้
2. ใช้น้ำต้มใหม่ทุกครั้ง: น้ำที่ใช้ชงนมให้ลูกควรเป็นน้ำดื่มที่ต้มสุกใหม่ๆ เสมอ ไม่ควรนำน้ำที่ต้มค้างไว้ก่อนหน้ามาใช้ซ้ำ ควรล้างกาต้มน้ำให้สะอาดและเติมน้ำใหม่ทุกครั้งก่อนต้ม
3. รอให้น้ำอุ่นที่อุณหภูมิเหมาะสม: หลังจากต้มน้ำเดือดแล้ว อย่าเพิ่งนำมาชงนมทันที ควรตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือรอให้น้ำมีอุณหภูมิประมาณ 70 องศาเซลเซียส (หากมีเครื่องวัดอุณหภูมิ) เพื่อไม่ให้นมร้อนเกินไป ซึ่งอาจทำลายสารอาหารในนมได้
4. ทำความสะอาดบริเวณที่ชงนม: ก่อนเริ่มลงมือชงนม ควรทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณที่จะชงให้เรียบร้อย เพื่อลดโอกาสในการปนเปื้อนของเชื้อโรคที่มองไม่เห็น
5. เติมน้ำและนมผงตามสัดส่วน: เมื่อพร้อมแล้ว ให้เติมน้ำอุ่นตามปริมาณที่กำหนดลงในขวดนม จากนั้นตักนมผงด้วยช้อนที่ให้มาในกล่องเท่านั้น และปาดให้เรียบตามขอบเพื่อวัดปริมาณให้ถูกต้องตามสัดส่วนที่ระบุบนฉลาก เสร็จแล้วประกอบจุกนมและฝาเกลียวให้สนิท
6. เขย่าให้นมละลายเข้ากัน: ปิดฝาขวดนมให้แน่น แล้วเขย่าขวดเบาๆ เพื่อให้นมผงละลายเข้ากับน้ำอุ่นจนหมด ไม่มีนมผงจับตัวเป็นก้อน
7. ตรวจสอบอุณหภูมิก่อนป้อน: ก่อนป้อนนมให้ลูก ควรทดสอบอุณหภูมิของนม โดยหยดนม 2-3 หยดลงบนหลังมือหรือท้องแขน หากรู้สึกอุ่นสบาย ไม่ร้อนจัด ถือว่าพร้อมให้ลูกดื่มได้ หากยังร้อนเกินไป ให้ตั้งทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยเช็กอุณหภูมิอีกครั้ง ด้วยขั้นตอนเหล่านี้ คุณแม่สามารถมั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะได้รับนมที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อการเจริญเติบโตที่แข็งแรงสมวัย
อย่าเสียดายนมชง สนใจความสดใหม่ดีกว่า
คุณแม่หลายท่านอาจเคยคิดเสียดายเมื่อนมชงของลูกเหลือ หรือเลยเวลาที่กำหนดไปเพียงเล็กน้อยแล้ว ถ้ามีความคิดว่า "แค่ไม่กี่นาทีคงยังกินได้อยู่" ต้องระวังให้ดี เพราะนั่นคือความเสี่ยง! คุณแม่ห้ามเสียดายนมชงค้างขวดไว้นานเกิน 1 ชั่วโมงเด็ดขาด หากต้องทิ้งก็ต้องทิ้ง การนำนมที่อาจไม่สดใหม่แล้วมาให้ลูกดื่มเพราะกลัวจะเสียของ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของลูกรักได้หลายอย่าง เช่น
- เสี่ยงต่อการติดเชื้อในทางเดินอาหาร: นมที่ไม่ได้คุณภาพอาจปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อได้
- อาการผิดปกติ: ลูกอาจมีอาการ ไข้ อาเจียน ถ่ายเหลว และ อุจจาระเปลี่ยนไป รวมถึงมีมูกเลือด
หากลูกมีอาการเหล่านี้ หรือมีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ควรรีบพาลูกไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ทันที การชงนมและการเก็บรักษาที่ถูกต้องนั้น มีประโยชน์โดยตรงต่อสุขภาพของลูกน้อยเป็นอย่างมาก หากคุณแม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้อย่างเคร่งครัด ลูกน้อยก็จะแข็งแรง และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนอย่างแน่นอน
อ่านประสบการณ์จริงของคุณแม่ที่เคยชงนมผงเด็ก 1 ออนซ์เท่ากับกี่ ml
1ออนซ์เท่ากับกี่ml คะแม่ๆ ชงนมให้ลูกค่ะ แต่แม่ งงอยู่เลย 1ออนซ์เท่ากับกี่มิลลิลิตร
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :
นมผง ได้ประโยชน์น้อยกว่านมพร้อมดื่มจริงหรือ? คุณแม่ควรเลือกซื้อนมผงอย่างไร
นมผงทารก นมผงดัดแปลง เลือกสูตรไหน แม่จะรู้ได้ยังไงว่าลูกแพ้นมผง
10 อันดับ นมสูตร 4 ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กวัยหัดเดิน 2-3 ปีเป็นต้นไป
ที่มา : hellokhunmor