วิธี"เลี้ยงลูกให้สามารถรับมือกับเรื่องยากๆ ได้" หยุดช่วยเหลือลูกมากเกินไป!

เลี้ยงลูกให้สามารถรับมือกับเรื่องยากๆ ได้ ด้วยวิธี สนับสนุนให้ลูกทำได้เอง แทนการตามแก้ปัญหาให้ลูก เพื่อสร้าง Resilience และความมั่นใจให้ลูก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลง พ่อแม่ทุกคนต่างปรารถนาที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก แต่บางครั้ง “สิ่งที่ดีที่สุด” อาจไม่ใช่การขจัดทุกอุปสรรคให้พ้นทางเดินของเขา แต่คือการ เลี้ยงลูกให้สามารถรับมือกับเรื่องยากๆ ได้ ด้วยตัวของเขาเอง งานวิจัยทางจิตวิทยาจากสถาบันชั้นนำระดับโลกกลับชี้ให้เห็นว่า การช่วยลูกเร็วเกินไปอาจเป็นการทำลายโอกาสที่เขาจะได้เรียนรู้ทักษะชีวิตที่สำคัญที่สุดไปอย่างน่าเสียดาย

 

เข้าใจความต่างระหว่าง ช่วยแก้ปัญหาให้ลูก vs สนับสนุนให้ลูกทำได้เอง 

กุญแจสำคัญของการ เลี้ยงลูกให้สามารถรับมือกับเรื่องยากๆ ได้ เริ่มต้นที่การแยกให้ออกว่าเรากำลัง “ช่วยแก้ปัญหาให้” หรือ “ช่วยให้เขาแก้ปัญหาได้”

  • การช่วยแก้ปัญหาให้ (Rescuing) คืออะไร?

Rescuing คือการที่พ่อแม่รีบตัดจบความรู้สึกลบของลูกด้วยการจัดการทุกอย่างให้ เช่น เมื่อเห็นลูกทำการบ้านช้าก็แย่งมาเขียนให้ หรือเมื่อลูกลืมของไว้ที่บ้าน พ่อแม่ก็รีบขับรถเอาไปส่งให้ทันทีโดยไม่ให้ลูกได้เผชิญผลกระทบ ผลที่ตามมาคือลูกจะรู้สึกว่าความยากลำบากคือสิ่งที่ “ทนไม่ได้” และต้องมีคนมาช่วยเสมอ

  • การช่วยให้เขาแก้ปัญหาได้ (Scaffolding) คืออะไร?

ในทางตรงกันข้าม Scaffolding คือการสนับสนุนตามทฤษฎีของ Lev Vygotsky นักจิตวิทยาชื่อดัง ที่เน้นการให้ความช่วยเหลือเพียงชั่วคราวเพื่อให้เด็กก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตัวเองได้ เหมือนกับการสร้างนั่งร้านรอบตึกที่กำลังก่อสร้าง เมื่อตึก (ความสามารถของลูก) แข็งแรงพอ นั่งร้านนี้ก็จะถูกถอดออกไป

ทำไมการ “เลี้ยงลูกให้สามารถรับมือกับเรื่องยากๆ ได้” จึงสำคัญต่อสมอง

ตามข้อมูลจาก National Institutes of Health (NIH) และ Center on the Developing Child จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด การที่เด็กได้เผชิญกับความเครียดในระดับที่เหมาะสม (Positive Stress) และได้รับการสนับสนุนที่ถูกต้อง จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ การวางแผน และการตัดสินใจ

หากเราปกป้องลูกมากเกินไป (Overparenting) ลูกจะขาดทักษะ Resilience หรือความยืดหยุ่นทางอารมณ์ ซึ่งเป็นทักษะที่ HealthyChildren.org (จาก AAP) ยืนยันว่าเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพจิตที่ดีในวัยผู้ใหญ่

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

5 เทคนิคเปลี่ยนคุณแม่ให้เป็น “นั่งร้าน” ชั้นดี

หากต้องการ เลี้ยงลูกให้สามารถรับมือกับเรื่องยากๆ ได้ คุณแม่ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันดูนะคะ

1) ย่อยปัญหาใหญ่ให้กลายเป็นชิ้นเล็กๆ

เมื่อลูกเจอสิ่งที่ยากเกินตัว เช่น ต้องทำรายงานเล่มใหญ่ อย่าปล่อยให้เขาเคว้ง หรืออย่าทำให้เขา แต่ให้ช่วยเขา “แตกโจทย์” ออกมาเป็นข้อๆ ว่าต้องเริ่มจากหาข้อมูล เขียนสารบัญ หรือวาดรูป การทำแบบนี้จะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกท้อแท้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม

2) ใช้คำถามปลายเปิดแทนคำสั่ง

แทนที่จะบอกว่า “ทำแบบนี้สิลูก” ให้เปลี่ยนเป็น “หนูคิดว่าเราจะลองวิธีไหนได้อีกบ้างคะ?” หรือ “ถ้าขั้นตอนแรกไม่ได้ผล ขั้นตอนที่สองจะเป็นอะไรดี?” วิธีนี้จะช่วยฝึกกระบวนการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

3) ชื่นชมที่ความพยายาม (Growth Mindset)

อ้างอิงจากงานวิจัยของ Carol Dweck มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด การชมว่า “ลูกเก่งจัง” อาจกดดันให้ลูกกลัวความล้มเหลว แต่การชมว่า “แม่เห็นความพยายามที่ลูกไม่ยอมแพ้เลยนะ” จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เขากล้าเผชิญหน้ากับโจทย์ที่ยากขึ้นในครั้งต่อไป

4) ปล่อยให้ลูกเผชิญกับความผิดหวังบ้าง

การปล่อยให้ลูกแพ้ในการแข่งขัน หรือปล่อยให้เขารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เตรียมตัวสอบ คือบทเรียนล้ำค่าที่สอนให้เขารู้ว่า “ความพ่ายแพ้ไม่ใช่จุดจบ” แต่เป็นข้อมูลเพื่อพัฒนาตัวเองในอนาคต

5) อยู่เคียงข้างแต่ไม่เข้าแทนที่

การ เลี้ยงลูกให้สามารถรับมือกับเรื่องยากๆ ได้ ไม่ได้แปลว่าทอดทิ้งเขา การแสดงออกว่า “แม่เชื่อว่าหนูทำได้ และแม่จะนั่งอยู่ตรงนี้ถ้าหนูต้องการคำปรึกษา” คือพลังบวกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ผลกระทบระยะยาวของการช่วยลูกมากเกินไป

โรงพยาบาลชั้นนำในไทย เช่น โรงพยาบาลศิริราช และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มักจะให้ข้อมูลเตือนเกี่ยวกับภาวะ “พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์” (Helicopter Parenting) ที่วนเวียนจัดการชีวิตลูกทุกฝีก้าว ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อเด็กดังนี้:

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • ขาดความมั่นใจในตนเอง: เพราะลึกๆ แล้วลูกจะรู้สึกว่าเขาไม่มีความสามารถพอที่จะทำอะไรเองได้
  • ทนรับความกดดันไม่ได้: เมื่อเข้าสู่สังคมการทำงาน เด็กกลุ่มนี้มักจะเกิดภาวะหมดไฟ (Burnout) ได้ง่ายกว่าคนอื่น
  • ขาดความคิดริเริ่ม: เพราะรอรับคำสั่งหรือการช่วยเหลือจากคนอื่นตลอดเวลา

ดังนั้น การฝึกให้ลูกสามารถรับมือกับเรื่องยากๆ ได้ ตั้งแต่เล็ก จึงเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุดสำหรับการเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

 

ตารางเปรียบเทียบ ช่วยลูกแบบไหนดีกว่ากัน?

สถานการณ์

ช่วยแก้ปัญหาให้

ช่วยให้เขาแก้ปัญหาได้

ลูกทำการบ้านไม่ได้ “เอามานี่ แม่ทำให้เอง” “ไหน ลองดูสิว่าจุดไหนที่ยาก? เรามาเปิดหนังสือดูพร้อมกันไหม?”
ลูกลืมอุปกรณ์กีฬา วนรถกลับไปเอาให้ทันที ให้ลูกยอมรับผล (เช่น ไม่ได้ลงแข่ง) เพื่อให้เขารู้จักวางแผน
ลูกทะเลาะกับเพื่อน โทรไปต่อว่าเพื่อนลูกหรือแม่ของเพื่อน “เสียใจได้นะลูก ลองคิดดูสิว่าคราวหน้าเราจะพูดกับเพื่อนยังไงดี?”
ลูกต่อของเล่นล้ม เข้าไปต่อให้ใหม่จนเสร็จ “มันพังลงมาหรอคะ? ลองดูใหม่ไหมว่าฐานแบบไหนจะแข็งแรงกว่าเดิม?”

 

สุดท้ายนี้ การเลี้ยงลูกให้สามารถรับมือกับเรื่องยากๆ ได้ อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับพ่อแม่ในช่วงแรก เพราะเราต้องหักห้ามใจไม่ให้เข้าไปช่วย แต่เชื่อเถอะค่ะว่า “ความพยายามที่มีความหมาย” ของลูกในวันนี้ คือรากฐานของความสำเร็จและความภูมิใจในวันหน้า

เมื่อเราถอยออกมาก้าวหนึ่ง เราจะเห็นลูกเติบโตขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์ เขาจะเรียนรู้ว่าความยากลำบากไม่ใช่กำแพงที่ขวางกั้น แต่เป็นสะพานที่พาเขาไปสู่ความเก่งกาจในระดับที่สูงขึ้นไปค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สอนลูกจับปลา ไม่ใช่หาปลาให้ลูก สร้างทักษะชีวิต ให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้จริง

15 มารยาททางสังคมที่ควรสอนลูก ปลูกฝังลูกให้เป็นเด็กดี มีมารยาท

สอนลูกเรียนรู้จากปัญหา จาก 10 ตัวอย่างสถานการณ์จากปัญหาใกล้ตัว

 

ที่มา

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา