24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด อาการปกติ vs ผิดปกติ ที่ต้องสังเกต

24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด แพทย์ทำอะไรกับลูกน้อยบ้าง อาการปกติและไม่ปกติของคุณแม่และลูกน้อยเป็นแบบไหน เรื่องที่ต้องสังเกตและระวัง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่ในชีวิตของคุณแม่ ทั้งความสุข ความท้าทาย และความเปลี่ยนแปลงมากมายรออยู่ข้างหน้า ร่างกายของคุณแม่จะเริ่มฟื้นฟูจากการคลอดบุตร และลูกน้อยจะเริ่มปรับตัวเข้ากับโลกภายนอก

 

อาการปกติของแม่ 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด

คุณแม่มือใหม่ต้องรู้และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และเรียนรู้วิธีดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณแม่ผ่านพ้นช่วงเวลาสำคัญนี้ไปได้อย่างราบรื่น พร้อมเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะคุณแม่ได้อย่างมั่นใจ  อาการปกติของคุณแม่ 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด มีดังนี้

  1. มดลูกบีบตัว

คุณแม่อาจรู้สึกเหมือนมีอาการปวดท้องน้อยคล้ายประจำเดือน เนื่องจาก มดลูกกำลังหดรัดตัวเพื่อขับไล่เนื้อเยื่อที่เหลือหลังคลอด โดยปกติอาการจะค่อยๆ ลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ คุณแม่สามารถบรรเทาอาการได้โดยประคบร้อนบริเวณท้องน้อย ทานยาแก้ปวด นวดคลายเส้น เป็นต้น

  1. น้ำคาวปลา

การมีเลือดออกจากช่องคลอด เรียกว่าน้ำคาวปลา ถือเป็นอาการปกติ  เนื่องจาก ร่างกายขับไล่เลือดที่เหลือหลังคลอดโดยเลือดควรจะมีสีแดงสด ปริมาณจะค่อยๆ ลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ สังเกตสีและปริมาณของเลือด แจ้งแพทย์หากเลือดออกมากผิดปกติ

  1. ปวดแผล

กรณีคุณแม่ผ่าคลอด จะมีแผลที่หน้าท้อง และรู้สึกเจ็บแปลบๆ สามารถทานยาแก้ปวด ประคบเย็นบริเวณแผล เพื่อบรรเทาอาการ และรักษาความสะอาดแผลเพื่อให้แผลหายไว และไม่ติดเชื้อ

  1. อาการอื่นๆ

คุณแม่อาจรู้สึกอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย อารมณ์แปรปรวน เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การเสียเลือด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้น คุณแม่ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะๆ ออกกำลังกายเบาๆ ปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

อาการปกติของทารกแรกเกิด 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด

  1. ร้องไห้

ทารกแรกเกิดจะร้องไห้เป็นปกติ เพื่อสื่อสารความต้องการ เช่น หิว ง่วง เปียก ขับถ่าย ไม่สบายตัว ทารกอาจร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยไม่ต้องกังวล ลองสังเกตสัญญาณจากทารก และตอบสนองความต้องการของลูกน้อย ทั้งนี้ การร้องไห้เป็นการฝึกใช้ปอด ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงาน และเป็นวิธีการผ่อนคลายของทารก

  1. หายใจไม่สม่ำเสมอ

ทารกแรกเกิดจะหายใจแบบไม่สม่ำเสมอ บางครั้งเร็ว บางครั้งช้า โดยเมื่อนับหายใจ 1 นาที หายใจไม่เกิน 60 ครั้ง เสียงหายใจอาจดัง มีเสียงครืดคราด หรือมีเสียงหายใจแบบมีน้ำมูก แต่ทารกดูสุขสบายดี อาการเหล่านี้เป็นปกติ เกิดจากการที่ทารกยังปรับตัวกับการหายใจนอกท้องแม่

  1. อุณหภูมิร่างกายไม่คงที่

อุณหภูมิร่างกายของทารกแรกเกิดอาจไม่คงที่ อาจสูงหรือต่ำกว่าปกติเล็กน้อย เนื่องจากทารกยังปรับตัวกับสภาพแวดล้อมภายนอก ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้ทารกพอดี ให้อุณหภูมิห้องอบอุ่น โดยไม่ร้อนจนเกินไปและเย็นจนเกินไป สามารถสังเกตจากผิวหนังของทารกว่ามีตัวลายไหมหรือมีตัวชื้นหรือเปียกไหม

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  1. อุจจาระสีดำ

ทารกแรกเกิดจะถ่ายปัสสาวะภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด อุจจาระของทารกแรกเกิดจะมีสีดำเข้ม เหนียว เรียกว่า “ขี้เทา” หลังจากนั้นภายใน 2-3 วัน อุจจาระของทารกจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว เขียวปนเหลือง จนกลายเป็นสีเหลือง และอุจจาระ มีลักษณะเหลว ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ทารกบ่อยๆ สังเกตสีและปริมาณของปัสสาวะและอุจจาระ ซึ่งทารกสามารถถ่ายมากกว่า 6-10 ครั้งต่อวันได้

  1. นอนหลับ

ทารกแรกเกิดจะนอนหลับเป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 16-20 ชั่วโมงต่อวัน ทารกอาจนอนหลับไม่เป็นเวลา ในเวลากลางวันอาจหลับนานปลุกตื่นยาก และ ตื่นบ่อยในเวลากลางคืน ควรสร้างบรรยากาศการนอนหลับที่เงียบสงบ อากาศสบายปิดไฟมืด

  1. ลักษณะทางกายภาพ

ผิวหนังของทารกแรกเกิดอาจมีรอยลอกเป็นขุยตามร่างกาย รอยแดง หรือสิว ศีรษะของทารกอาจมีรูปร่างไม่ปกติ เช่นบริเวรณหนังศีรษะนูน เกยกัน เกิดจากการคลอดผ่านช่องคลอด ตาของทารกอาจบวม ซึ่งสามารถหายได้เอง ยังมีสายสะดือที่ยังไม่หลุด

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

อาการที่ไม่ปกติของแม่หลังคลอด

24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณแม่ต้องสังเกตอาการของตัวเองอย่างใกล้ชิด เพราะร่างกายกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การรู้จักสัญญาณอันตราย จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ หากมีอาการต่อไปนี้ รีบแจ้งแพทย์ทันที

  1. ตกเลือดหลังคลอด

มีเลือดออกจากช่องคลอดมากกว่าปกติ เต็มผ้าอนามัย 1 แผ่น/ชั่วโมง หรือก้อนเลือดขนาดใหญ่ รู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น

  1. อาการปวด

ปวดท้องน้อยรุนแรง กินยาแก้ปวดแล้วไม่อาการไม่ดีขึ้น ปวดบริเวณแผลผ่าตัด บวม แดง ร้อน ปวดศีรษะรุนแรง ไม่เคยเป็นมาก่อน

  1. อาการไข้

มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หนาวสั่น รู้สึกไม่สบายตัว

  1. อาการผิดปกติทางระบบทางเดินปัสสาวะ

ปัสสาวะน้อยลง หรือปัสสาวะบ่อยขึ้นผิดปกติ รู้สึกแสบขัดตอนปัสสาวะ ปัสสาวะมีสีแดง ขุ่น หรือมีกลิ่นเหม็น

  1. อาการอื่นๆ

อาการอื่นๆ ที่ควรสังเกต เช่น คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง ท้องผูก ท้องเสีย หายใจลำบาก หายใจเร็ว รู้สึกสับสน เพ้อละเมิด มีภาวะซึมเศร้า ร้องไห้บ่อย ไม่มีความสุข

สัญญาณอันตรายในทารกแรกเกิดที่ต้องระวัง

  1. หายใจลำบาก

ทารกมีอาการหายใจลำบาก หายใจเร็ว หรือหายใจช้าผิดปกติ หายใจมีเสียงดัง หรือมีเสียงครืดคราดในคอหรือจมูก จมูกบวม ปีกจมูกกางออก หรือมีน้ำมูกไหลมาก หน้าอกยุบ ปากม่วงเขียวคล้ำ

  1. การกินนม

ทารกดูดนมได้น้อย หรือดูดนมนานกว่า 30 นาทีต่อมื้อ ดูดนมหยุดบ่อย ดูดได้ไม่ต่อเหนื่อง อาเจียนพุ่ง แหวะนมบ่อย หรือสำลักนม ปัสสาวะน้อย หรืออุจจาระน้อย อุจจาระมีกลิ่นเหม็นเน่า หรือมีมูกปน หรือถ่ายมีเลือดปน

  1. อุณหภูมิร่างกาย

มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หรือตัวเย็นผิดปกติ มือและเท้าเย็นทั้งที่ในห้องหรือสภาพแวดล้อมอุณหภูมิปกติ

  1. พฤติกรรม

ทารกกร้องไห้ไม่หยุด มากกว่าปกติไม่ทราบสาเหตุ หรือร้องไห้เสียงแหลมผิดปกติ ซึม ไม่ค่อยตอบสนองต่อสิ่งเร้า นอนหลับมากผิดปกติ หรือไม่ยอมนอน ชักเกร็ง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  1. ลักษณะทางกายภาพ

ผิวซีด ตัวแดงร้อนกว่าปกติ หรือเหลือง ตาเหลือง หรือตาบวม มีขี้ตาเหลืองเขียว ปากซีด หรือเขียว สายสะดือมีหนอง รอบๆ สะดือบวมแดง หรือมีกลิ่นเหม็น ท้องอืดตึง

 

สิ่งที่คุณแม่ควรคาดหวังจากแพทย์ใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด

24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด แพทย์จะให้ความสำคัญกับการดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสภาพร่างกาย ฟื้นฟูสุขภาพ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน

  1. ตรวจสภาพร่างกาย

แพทย์จะทำการตรวจวัดสัญญาณชีพ เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย และการหายใจ ตรวจช่องคลอด เยื่อฝีเย็บ และปริปากมดลูก เพื่อดูว่ามีการฉีกขาดหรือติดเชื้อหรือไม่ ตรวจเต้านม เพื่อดูว่ามีน้ำนมหรือก้อนผิดปกติหรือไม่ รวมถึงตรวจร่างกายโดยทั่วไป เพื่อดูว่ามีอาการผิดปกติอื่นๆ หรือไม่

  1. ให้ยา

แพทย์อาจให้ยาแก้ปวด ยาป้องกันการติดเชื้อ หรือยาอื่นๆ ตามความจำเป็น อธิบายวิธีการใช้ยา ผลข้างเคียง และข้อควรระวัง

  1. ให้คำแนะนำ

แนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังคลอด เช่น การพักผ่อน การให้นมลูก การดูแลแผล การรักษาความสะอาด แนะนำวิธีการดูแลทารกแรกเกิด เช่น การให้นม การอาบน้ำ การเปลี่ยนผ้าอ้อม ตอบคำถามและข้อสงสัยของคุณแม่

  1. ติดตามอาการ

แพทย์จะติดตามอาการของคุณแม่อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ เช่น การตกเลือด การติดเชื้อ หรือภาวะซึมเศร้าหลังคลอด กระตุ้นให้คุณแม่ให้นมลูก และสอนวิธีการให้นมลูกที่ถูกต้อง

  1. การเตรียมตัวสำหรับการกลับบ้าน

แนะนำการเตรียมตัวสำหรับการกลับบ้าน เช่น การเตรียมอาหาร การเตรียมเสื้อผ้า และการเตรียมที่นอนสำหรับทารก และนัดหมายเพื่อตรวจหลังคลอด

สิ่งที่แพทย์จะทำกับทารกแรกเกิดใน 24 ชั่วโมงแรก

24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับทารกแรกเกิด ร่างกายของทารกกำลังปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอก แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ประเมินสุขภาพ และให้การดูแลทารกอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ส่งเสริมพัฒนาการ และเตรียมพร้อมสำหรับการกลับบ้าน

  1. ตรวจร่างกายโดยทั่วไป

  • ตรวจวัดสัญญาณชีพ เช่น อุณหภูมิ อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ ความดันโลหิต
  • ตรวจผิวหนัง ดูว่ามีรอยช้ำ รอยแดง หรือความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่
  • ตรวจศีรษะ ดูขนาดและรูปร่าง ตรวจดูว่ามีรอยบวม หรือมีเลือดออกใต้ผิวหนังหรือไม่
  • ตรวจตา ดูว่ามีม่านตา ตากระจก หรือความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่
  • ตรวจหู ดูว่ามีขี้หู หรือความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่
  • ตรวจจมูก ดูว่ามีน้ำมูก หรือความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่
  • ตรวจปาก ดูว่ามีตุ่มขาวในปาก มีฟันน้ำนมหรือฟันเกิน มีพังผืดใต้ลิ้น  ปากแหว่ง เพดานโหว่ หรือความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่
  • ตรวจอก ฟังเสียงหัวใจ เช่นหัวใจเต้นผิดจังหวะ เสียงลิ้นหัวใจรั่ว และปอด
  • ตรวจท้อง ดูว่ามีสายสะดือ และความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่
  • ตรวจอวัยวะเพศ ดูว่ามีลักษณะปกติ หรือความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่ เช่นในเด็กผู้ชายมีอัณฑะลงถุงทั้งสองข้างไหม เป็นต้น
  • ตรวจแขนขา ดูว่ามีการเคลื่อนไหว และความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่
  • ตรวจสะโพก ดูว่ามีการคล้องสะโพกหรือไม่
  1. ตรวจวัดน้ำหนัก ส่วนสูง และรอบศีรษะ

แพทย์จะวัดน้ำหนัก ส่วนสูง และรอบศีรษะของทารก เพื่อติดตามการเจริญเติบโต

  1. เก็บตัวอย่างเลือด

แพทย์อาจเก็บตัวอย่างเลือดของทารก เพื่อตรวจหา ค่าความเข้มข้นของเลือด ที่เรียกว่า “Hematocrit” , ค่าสารเหลือง, กรุ๊ปเลือด และคัดกรองโรคต่างๆ ของทารกแรกเกิด เช่น โรค G6PD หรือโรคไทรอยด์ , PKU

  1. ให้วัคซีนป้องกันโรค

ทารกแรกเกิดจะได้รับวัคซีน HB1 วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (ควรให้เร็วที่สุดภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด) และวัคซีนป้องกันวัณโรค บีซีจี (BCG) ก่อนออกจากโรงพยาบาล

  1. ตรวจสายสะดือ

แพทย์จะทำความสะอาด และพันผ้าบริเวณสายสะดือ รอจนสายสะดือหลุด

  1. สอนวิธีการดูแลทารก

แพทย์จะสอนวิธีการให้นมลูก การเก็บปั๊มเก็บน้ำนมที่ถูกวิธี การอาบน้ำ การเปลี่ยนผ้าอ้อม และการดูแลทารกแรกเกิดอย่างถูกต้อง

  1. ติดตามอาการ

แพทย์จะติดตามอาการของทารกอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ เช่น การหายใจลำบาก อาเจียน ท้องเสีย ไข้สูง หรือตัวเย็นผิดปกติ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง

หวังว่าข้อมูลที่เรานำมาฝากข้างต้นนี้จะช่วยให้คุณแม่ทราบขั้นตอนการดูแลหลังคลอดของแพทย์ และเป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่เพื่อคอยสังเกตอาการหลังคลอดที่ปกติและไม่ปกติทั้งตัวคุณแม่เองและลูกน้อย ซึ่งจะช่วยคุณแม่มือใหม่คลายกังวลกับการเตรียมตัวคลอดและหลังคลอดได้ค่ะ

หมายเหตุ

ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่คำแนะนำทางการแพทย์จากแพทย์ได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหากมีข้อสงสัยหรือกังวลใจ

 

ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.วรรัตน์ โกวิทจินดาชัย

กุมารแพทย์ โรงพยาบาลวิมุต

 

แหล่งข้อมูล

โรงพยาบาลเปาโล , คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา , โรงพยาบาลวิมุต

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รีวิวผ่าคลอดบล็อกหลัง ฉบับคนกลัวมาก มาก มาก มาก

รอยแผลผ่าคลอด ปกติหรือไม่? มาไขข้อสงสัยพร้อมวิธีดูแลให้แผลสวย

ลูกดิ้นตอนกี่เดือน นับลูกดิ้นยังไง การดิ้นของลูกน้อยในครรภ์ เรื่องสำคัญที่แม่ต้องรู้