แม่ท้องต้องระวัง! คนท้องเป็นไข้ เสี่ยงทำให้ลูกเป็นออทิสติก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เมื่อคุณเป็นไข้ตอนท้อง อาการจะเหมือนกับคนทั่วไป คือมีอาการตัวร้อน ร่างกายขาดน้ำ หนาวสั่น ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย ในทางทฤษฎี เผยว่า หากมีอาการตัวร้อนมาก ๆ ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ไม่ว่าสาเหตุอาจมาจากการแช่น้ำร้อนนาน ๆ หรือจากการมีไข้สูง อาจทำให้ระบบท่อประสาทผิดปกติ และเกิดความผิดปกติของเส้นประสาทไขสันหลังได้ และรู้ไหมคะว่า คนท้องเป็นไข้ อันตรายกว่าที่คิด เพราะวิจัยเผย เป็นไข้ตอนท้อง เสี่ยงทำให้ลูกเป็นออทิสติก

 

คนท้องเป็นไข้ เสี่ยงทำให้ลูกเป็นออทิสติก

วิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University Mailman School of Public Health) ได้วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กเกือบ 96,000 คนที่เกิดขึ้นใน ประเทศนอร์เวย์ ระหว่างปี 1999 ถึง 2009 โดยพบว่ามีเด็กที่เป็น โรคออทิสติก ถึง 583v คนในกลุ่ม และยังพบว่า แม่ของเด็ก 15,701 คน (ร้อยละ 16 ของกลุ่ม) มีรายงานว่า คนท้องเป็นไข้ มีไข้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ระหว่างการตั้งครรภ์

โดยจากการรายงานพบว่า แม่ที่เป็นไข้ในช่วง 4 สัปดาห์ ในช่วงเวลาตั้งครรภ์ สามารถเชื่อมโยงไปถึง ลูกที่เป็นออทิสติก โดยการวิจัยนี้ได้ทำการลงทะเบียนแม่ตั้งครรภ์ที่ป่วย Dr.Mady Hornig ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวไว้ นอกจากนี้ Mady Hornig ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านโรควิทยา บอกกับ CBS News ว่า “บทบาทของคนท้องเป็นไข้ กับ โรคออทิสติกนั้นมีความเชื่อมโยงกันมาก ถึงจะมีไม่มาก และ อาจจะไม่ได้พบเยอะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าพิษไข้สามารถทำให้เกิดความเชื่อมโยงของการตั้งครรภ์กับออทิสติกได้”

 

 

Hornig ยังเผยว่า โดยเฉพาะในช่วง ไตรมาสที่2 แม่ท้องต้องระวังที่ต้องรักษาตัวเองในช่วงไตรมาสที่ 2 จากการศึกษาพบว่า แม่ท้องที่เป็นไข้ในช่วง ไตรมาส2 มีความเสี่ยง ที่จะติด ออทิสติก เพิ่มขึ้น 40% และ ในไตรมาส3 มีความเชื่อมโยง ในร้อยละ 15 ของโรคออทิสติก รวมถึง ในไตรมาสแรก ก็ดูเหมือนจะมีผลกระทบเหมือนกัน โดยมีรายงานว่าพบแม่ท้องในไตรมาสแรก ที่เป็นไข้ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ ทำให้ลูกที่เกิดมาเป็นโรคออทิสติก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

แต่สิ่งที่ทีมวิจัยกังวลมากที่สุดคือ คือ “คนท้องไม่ควรตกใจหากอ่านการวิจัยนี้ แต่ควรจะหาวิธีการจัดการกับการเป็นไข้มากกว่า” ทีมวิจัยยังเผยว่า การที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สิ่งที่ควรโฟกัสคือ วิธีจัดการกับไข้ เพราะ โดยสรุปแล้วส่วนใหญ่ หากแม่ท้องเป็นไข้นานติดต่อกันเกินสัปดาห์ นั้นคือสิ่งที่ควรกังวล แต่หากไม่ได้เป็นนานจนเป็นสัปดาห์ นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่ได้น่ากลัวมากเท่าไหร่หนัก แต่หากแม่ท้องเป็นไข้ สิ่งที่ควรทำก็คือการไปหาหมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง : คนท้องไม่สบาย กินยาอะไรได้บ้าง ตอนตั้งครรภ์ระวังป่วยโรคอะไร

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

สาเหตุที่ทำให้เป็นไข้ในขณะตั้งท้อง

สิ่งที่จะส่งผลทำให้เราไม่สบายนอกจากจะเกิดจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนแล้ว ยังมีสิ่งต่าง ๆ อีกหลายปัจจัยที่ส่งผลทำให้เราไม่สบายได้เหมือนกัน ซึ่งจะมีปัจจัยอะไรบ้างมาดูกัน

 

1. ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

หลายคนอาจจะสงสัยแหละว่าการที่เราติดเชื้อเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจสิ่งนี้ก็ส่งผลทำให้เราเป็นไข้ หรือไม่สบายได้ด้วยเหรอ บอกเลยว่ามีโอกาสที่จะเป็นไปได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนที่มีติดเชื้อในลักษณะนี้ ทำให้เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ หรือมีการต่าง ๆ ตามมา อาทิเช่น ปอดเกิดการอักเสบ หรือทอนซิลอักเสบ นั่นเอง โดยถ้าคุณแม่คนไหนที่มีการติดเชื้อเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจก็อาจจะส่งผลทำให้เป็นไข้ตามมาด้วย

 

2. ติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินอาหาร

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้หญิงอย่างเราควรระวังเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคุณแม่คนไหนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่อาจจะต้องระวังให้มากเป็นพิเศษไม่อย่างนั้นจะส่งผลทำให้เป็นไข้ได้ง่าย ๆ เลย ซึ่งการติดเชื้อในลักษณะนี้อาการที่มักจะพบเจออยู่บ่อย ๆ นั่นคือจะมีอาการหนาวสั่น ปวดหัว และรู้สึกตัวร้อน โดยอาการเหล่านี้ถ้าพบในผู้หญิงที่กำลังตั้งท้อง นั่นหมายความว่าถุงน้ำคร่ำเกิดการอักเสบ และถ้าคุณแม่คนไหนไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวเอง เราต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

3. ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะส่งผลทำให้เราเป็นไข้ได้ เมื่อมีการติดเชื้อในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกปวดปัสสาวะ ไม่ควรที่จะกลั้นปัสสาวะ เพราะสิ่งนี้จะส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพและทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ ตามไปด้วยได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : คนท้องป่วยไม่ต้องกินยา คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์แล้วไม่สบายอยู่ ต้องอ่าน!

 

 

ควรทำอย่างไร หากเป็นไข้ตอนท้อง

คุณสามารถทานยาพาราเซตามอลได้ แต่ควรทานให้อยู่ภายในปริมาณที่คุณหมอแนะนำ และไม่ควรทานในช่วงที่อยู่ในระหว่าง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์นะคะ และคุณหมอส่วนใหญ่มักจะมีคำแนะนำสำหรับคนไข้ที่ตั้งครรภ์ว่าให้หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดจำพวกยาเอ็นเสด (NSAIDs ) หรือยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) เพราะจะมีผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดของลูกน้อยในครรภ์

หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงการทานยา คุณอาจสามารถเลือกใช้วิธีการทางธรรมชาติเช่นการอาบน้ำอุ่น หรือใช้ผ้าเย็นวางไว้บริเวณหน้าผากเพื่อเป็นการบรรเทาอาการได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดอาการเป็นไข้ หรืออาการป่วยอื่น ๆ คุณควรไปพบแพทย์เพื่อจะได้รักษาอาการได้อย่างถูกต้อง ที่สำคัญ ไม่ควรซื้อยามาทานเองเพราะอาจเป็นสาเหตุที่จะนำมาสู่อาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้

 

วิธีการดูแลตัวเองเมื่อรู้สึกเป็นไข้

เมื่อไหร่ที่เราไม่เป็นไข้ นอกจากจะทำให้ไม่สบายตัวแล้ว ทำให้เราปวดหัว ตัวร้อน และใช้ชีวิตได้ลำบากอีกด้วย โดยเฉพาะคุณแม่คนไหนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ สิ่งนี้ก็อาจจะส่งผลทำเรารู้สึกกลัวตามไปด้วย กลัวว่าเมื่อเราป่วยจะเป็นอันตรายต่อลูกหรือเปล่า หรือเราสามารถกินยาอะไรได้บ้าง เพื่อที่จะช่วยบรรเทาอาการป่วยเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามการที่ไม่ป่วยอะไรเลย สิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีต่อเราและลูกมากที่สุด ส่วนจะมีวิธีไหนที่จะไม่ทำให้เราป่วย และเราควรมีวิธีการรับมือยังไงบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยดีกว่า

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

1. อยู่ในที่อากาศถ่ายเท

คุณแม่คนไหนที่กำลังท้องอยู่ ไม่ควรที่จะอยู่บริเวณที่แออัดจนเกินไป อาจจะต้องออกมาเดินเล่น นั่งเล่นในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสิ่งนี้ก็จะทำให้เราได้รับอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มที่ แถมยังส่งผลทำให้ร่างกายแข็งแรงตามไปด้วย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรามีร่างกายอ่อนแอ และอยู่ในที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเท สิ่งนี้ก็อาจจะส่งผลทำให้เราเกิดการติดเชื้อได้ง่ายเลย โดยเฉพาะเชื้อโรคที่มาทางอากาศ อย่างเชื้อหัด หรือเชื้อหวัด เป็นต้น

 

2. ไม่ควรอั้นปัสสาวะ

อีกหนึ่งสิ่งไม่ควรทำอย่างมาก นั่นคือการอั้นปัสสาวะ เพราะสิ่งนี้มันจะส่งผลทำให้กระเพาะปัสสาวะเราเกิดการอักเสบขึ้นมาได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะใครที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรทำเป็นอย่างมาก เพราะมันอาจจะส่งผลอันตรายต่อลูกในท้องได้ และยิ่งถ้ากระเพาะปัสสาวะอักเสบขั้นรุนแรง สิ่งนี้ก็อาจจะทำให้เราเป็นไข้ แถมยังมีโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาอีกด้วยดังนั้นควรต้องระวัง

 

3. กินอาหารให้สุกอยู่เสมอ

เรื่องอาหารการกินก็เป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นทุกครั้งของการกินอาหารในแต่ละมื้อ เราจะต้องเลือกกินอาหารที่ปรุงสุกอยู่เสมอ เพื่อที่ร่างกายของเราจะได้แข็งแรงและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เรากินอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกเลย หรือกินอาหารแบบสุก ๆ ดิบ ๆ สิ่งนี้ก็อาจจะส่งผลทำให้เราติดเชื้อเกี่ยวกับทางเดินอาหารได้ ซึ่งถ้าเป็นมาก ๆ ก็อาจจะทำให้เป็นไข้ได้เหมือนกัน

 

4. ดื่มน้ำเยอะ ๆ

การดื่มน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดอาการไข้ได้ดีอีกหนึ่งวิธี เพราะเมื่อไหร่ที่เราดื่มน้ำเข้าไปในปริมาณมาก ร่างกายก็จะขับความร้อนออกมา ส่งผลทำให้เราปวดปัสสาวะ และสิ่งนี้เองที่จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายเย็นขึ้นและช่วยลดอาการไข้ให้กับคุณแม่ได้โดยไม่ต้องกินยา

บทความที่เกี่ยวข้อง : แม่ไม่สบายให้นมลูกได้ไหม ถ้าลูกเข้าเต้าตอนเราป่วยลูกจะป่วยไหม?

 

 

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

หากไข้ไม่ลดภายใน 24 – 36 ชั่วโมง คุณควรรีบไปพบแพทย์ทันที นอกจากนั้น หากคุณมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ พะอืดพะอม มีผื่นขึ้นตามร่างกาย คุณควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเนื่องจากอาการไข้ที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคอื่น ๆ เช่น ลำไส้อักเสบเรื้อรัง อาหารเป็นพิษ ซิฟิลิส โรคเอดส์ หรืออีสุกอีใส ได้

 

หากคุณแม่รู้สึกเป็นไข้ ไม่สบาย อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร และระบบทางเดินปัสสาวะ แต่หากคุณแม่เป็นไข้นานติดต่อกันเกินสัปดาห์ อาจเกิดภาวะเสี่ยงที่เป็นอันตรายได้ ทางที่ดีควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด

 

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

คนท้องเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ใจสั่น เป็นเพราะอะไร แม่ท้องต้องทำอย่างไร?

คนท้องปวดหัว กินพาราได้ไหม ปวดหัวไมเกรน อันตรายต่อลูกในท้องหรือเปล่า

คนท้องกินยาอะไรได้บ้าง ป่วยแล้วต้องทำยังไง กินยาอะไรไม่ให้กระทบลูกในท้อง

แชร์ประสบการณ์หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคนท้องเป็นไข้ ได้ที่นี่!

คนท้องเป็นไข้ จะส่งผลอะไรกับลูกมั้ย แล้วเป็นอันตรายกับลูกในท้องไหมคะ

ที่มา : cbsnews, phyathai

บทความโดย

bossblink