วิจัยเผย เคล็ดลับคนท้อง แม่ทำแบบนี้ ลูกกินผักง่าย ตั้งแต่อยู่ในครรภ์

งานวิจัยล่าสุดชี้ พฤติกรรมการกินอาหารของแม่ตอนท้อง ช่วยให้ ลูกกินผักง่าย ขึ้นในอนาคต สามารถนำแนวทางจากงานวิจัยนี้ไปปรับใช้ได้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ปัญหาคลาสสิกบนโต๊ะอาหารที่ทำให้คุณแม่หลายคนต้องกุมขมับ คงหนีไม่พ้นการต่อสู้เพื่อให้ลูกยอมกินผักใช่ไหมคะ? คุณแม่หลายคนคงฝันอยากให้ ลูกกินผักง่าย ไม่เขี่ยผักทิ้งเวลาป้อนข้าว แต่รู้หรือไม่คะว่า ความลับที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ไม่ได้เริ่มต้นที่โต๊ะอาหาร แต่อาจเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่เจ้าตัวน้อยยังอยู่ในครรภ์ของคุณแม่เลยทีเดียว! 

มีข้อมูลจากงานวิจัยระดับโลกที่น่าทึ่ง ซึ่งยืนยันว่าพฤติกรรมการกินของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ มีผลโดยตรงที่อาจทำให้ ลูกกินผักง่าย ในอนาคตค่ะ

 

เด็กไม่กินผัก ปัญหาใหญ่ระดับโลก

ปัญหาเด็กไม่ยอมกินผักเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วโลก ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ในปี 2021 ระบุว่า เด็กเล็กอายุ 1-5 ปี จำนวนเกือบครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 49.1% ไม่ได้กินผักทุกวันในช่วงสัปดาห์ที่ทำการสำรวจ ยิ่งไปกว่านั้น ในบางรัฐมีเด็กมากกว่าครึ่งที่ไม่ค่อยได้กินผักเลย

โภชนาการที่ดีในช่วงปฐมวัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูก การที่เด็กได้รับสารอาหารจากผักและผลไม้อย่างเพียงพอจะช่วยสร้างเสริมสุขภาพที่แข็งแรง ดังนั้น การหาวิธีทำให้ ลูกกินผักง่าย จึงเป็นภารกิจสำคัญที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามค่ะ

 

ทารกรับรู้รสชาติได้ตั้งแต่ในครรภ์ จุดเริ่มต้นของการทำให้ลูกกินผักง่าย

คุณแม่อาจจะสงสัยว่า ทารกในครรภ์จะรู้จักรสชาติของอาหารที่เรากินเข้าไปได้อย่างไร? คำตอบคือ ระบบการรับรู้รสชาติ และการดมกลิ่นของมนุษย์เริ่มพัฒนาตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ค่ะ

เมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ทารกในครรภ์จะสามารถสัมผัสรสชาติและกลิ่นของอาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไปได้ ผ่านการสูดดมและการกลืนน้ำคร่ำในมดลูก รสชาติและกลิ่นต่างๆ จากอาหารแม่ ไม่ว่าจะเป็นกระเทียม แครอท หรือผักเคล (Kale) จะถูกส่งผ่านรกไปสะสมอยู่ในน้ำคร่ำ สิ่งนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้รสชาติของลูกน้อย ซึ่งศาสตราจารย์ Benoist Schaal จากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส (CNRS) ได้กล่าวไว้ว่า “แม่มีบทบาทในการเป็น ‘ครูคนแรก’ ที่มอบความทรงจำด้านกลิ่นและรสชาติให้กับทารกตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก”

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

ส่องปฏิกิริยาทารกในครรภ์ งานวิจัยเผยทารกยิ้มรับกลิ่นแครอท แต่หน้าบึ้งเมื่อเจอกลิ่นผักเคล

เพื่อทำความเข้าใจว่าพฤติกรรมตอนท้องจะช่วยให้ ลูกกินผักง่าย ได้อย่างไร เราขอยกตัวอย่างงานวิจัยที่นำโดยมหาวิทยาลัยเดอแรม (Durham University) ประเทศอังกฤษ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอสตัน (Aston University) และประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Appetite และติดตามผลต่อเนื่องในวารสาร Developmental Psychobiology

นักวิจัยได้ทำการศึกษาการแสดงออกทางสีหน้าของทารกในครรภ์ผ่านการอัลตราซาวนด์แบบ 4 มิติ (4D ultrasound) ในช่วงอายุครรภ์ 32 และ 36 สัปดาห์ โดยแบ่งกลุ่มคุณแม่ให้รับประทานแคปซูลผงแครอท (รสชาติไม่ขม) และแคปซูลผงผักเคล (รสชาติขม) ปริมาณ 400 มิลลิกรัม

ผลลัพธ์ที่ได้น่าตื่นเต้นมากค่ะ! ภาพอัลตราซาวนด์เผยให้เห็นว่า ทารกที่ได้รับกลิ่นและรสชาติของ “แครอท” มีการแสดงออกทางสีหน้าในลักษณะ “หน้ายิ้มหัวเราะ” (Laughter-face) มากขึ้น ในขณะที่ทารกที่ได้รับกลิ่นของ “ผักเคล” มีลักษณะ “หน้าเบะร้องไห้” (Cry-face) มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด นี่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า ทารกสามารถรับรู้และแยกแยะความแตกต่างของรสชาติได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ปูทางให้ “ลูกกินผักง่าย” ด้วยความคุ้นชิน

คำถามต่อมาคือ แล้วสิ่งนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมการกินในอนาคตจนทำให้ ลูกกินผักง่าย ได้อย่างไร?

นักวิจัยได้ทำการทดลองต่อเนื่อง โดยให้คุณแม่รับประทานแคปซูลแครอทหรือผักเคลทุกวันต่อเนื่องเป็นเวลา 3 สัปดาห์ก่อนคลอด จากนั้นเมื่อทารกเกิดมาและมีอายุได้ประมาณ 3 สัปดาห์ ทีมวิจัยได้นำคอตตอนบัดที่จุ่มผงแครอท ผงผักเคล หรือน้ำเปล่า (กลุ่มควบคุม) ไปจ่อที่จมูกของทารกเพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนอง (โดยที่ทารกไม่ได้ลิ้มรส)

ผลปรากฏว่า ทารกแรกเกิดที่แม่ทานแคปซูลแครอทหรือผักเคลเป็นประจำตอนตั้งครรภ์ มีปฏิกิริยาตอบรับเชิงบวกต่อกลิ่นนั้นๆ มากขึ้นเมื่อเกิดมา โดยพบว่าความถี่ของการแสดงหน้าเบะร้องไห้ลดลง และหน้ายิ้มเพิ่มขึ้น เมื่อได้กลิ่นที่พวกเขาคุ้นเคยมาตั้งแต่ก่อนเกิด

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ผลลัพธ์ระยะยาวที่พิสูจน์แล้วในวัย 3 ขวบ

ที่น่าประทับใจไปกว่านั้นคือ งานวิจัยล่าสุดได้ติดตามเด็กกลุ่มนี้จนถึงอายุ 3 ขวบ เพื่อดูว่าความทรงจำด้านรสชาตินี้ยังคงอยู่หรือไม่ เมื่อนำกลิ่นผักชนิดเดิมไปให้เด็กวัย 3 ขวบทดสอบ พบว่าเด็กๆ มีอัตราการแสดงสีหน้าในเชิงลบ ต่อกลิ่นของผักที่พวกเขาเคยได้รับซ้ำๆ ตั้งแต่ในครรภ์ “ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ”

นั่นหมายความว่า การให้ลูกสัมผัสกับรสชาติของผัก (แม้จะเป็นผักที่มีรสขมอย่างผักเคล) อย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ในท้อง จะช่วยลดการต่อต้านและลดความรู้สึกเชิงลบต่อกลิ่นผักนั้นๆ ลงได้ในระยะยาว ซึ่งคุณแม่หลายท่านคงทราบดีว่า เด็กๆ มักจะตัดสินใจว่าจะกินหรือไม่กินผักจาก “กลิ่น” และผู้ดูแลมักจะใช้การสังเกตสีหน้าของเด็กเป็นตัวตัดสินใจว่าจะป้อนผักชนิดนั้นต่อหรือไม่ ดังนั้น การลดความรู้สึกต่อต้านผ่านกลิ่นที่คุ้นเคย จึงเป็นบันไดขั้นแรกที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ ลูกกินผักง่าย เมื่อพวกเขาถึงวัยเริ่มอาหารเสริมและวัยเด็กเตาะแตะค่ะ

ดร. Beyza Ustun-Elayan หนึ่งในหัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า “กระบวนการพัฒนาความชอบในอาหารเริ่มต้นเร็วกว่าที่เราคิดไว้มาก คือเริ่มตั้งแต่ในครรภ์ การแนะนำรสชาติเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ อาจช่วยให้เราสามารถกำหนดพฤติกรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพของเด็กๆ ได้ตั้งแต่เริ่มต้น”

 

 

ทำอย่างไรให้พฤติกรรมตอนท้อง ช่วยให้ลูกกินผักง่าย?

เมื่อเราทราบแล้วว่าความทรงจำด้านรสชาติและกลิ่นส่งผลยาวนานถึง 3 ขวบ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยากให้ ลูกกินผักง่าย สามารถนำแนวทางจากงานวิจัยนี้ไปปรับใช้ได้ดังนี้ค่ะ

1. รับประทานอาหารที่หลากหลาย

ทารกในครรภ์จะได้รับรสชาติผ่านน้ำคร่ำ การทานอาหารที่หลากหลายจะช่วยสร้างคลังความทรงจำด้านรสชาติให้กับลูก

2. เน้นผักใบเขียวและผักที่มีประโยชน์

แม้ผักบางชนิดจะมีรสขม แต่ถ้าคุณแม่ทานบ่อยๆ ช่วงไตรมาสสุดท้าย ทารกจะเกิดความคุ้นเคยและต่อต้านน้อยลงเมื่อคลอดออกมาและต้องทานผักเหล่านั้น

3. ดูแลสุขภาพจิตของคุณแม่

แม้ในงานวิจัยชิ้นนี้ ความเครียดและภาวะซึมเศร้าหลังคลอดของแม่จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความชอบรสชาติของทารกอย่างมีนัยสำคัญ แต่การมีสุขภาพจิตที่ดีตอนตั้งครรภ์ก็ส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านอื่นๆ ของลูกน้อยเสมอค่ะ

 

การเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพดีและทำให้ ลูกกินผักง่าย อาจไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปบังคับกันที่โต๊ะอาหารเพียงอย่างเดียว แต่สามารถปลูกฝังได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ พฤติกรรมการกินของคุณแม่ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ไม่เพียงแต่ให้สารอาหารที่ดีต่อตัวคุณแม่เอง แต่ยังเป็นการ “สอน” และ “เตรียมความพร้อม” ให้ลูกคุ้นเคยกับรสชาติที่มีประโยชน์ในอนาคต

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ดังนั้นในมื้ออาหารครั้งต่อไป คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อย่าลืมเพิ่มเมนูผักใบเขียว แครอท หรือผักหลากสีลงในจานนะคะ ท่องไว้เสมอว่าทุกคำที่คุณแม่ทานเข้าไป คือการสร้างรอยยิ้มและการปูทางให้ลูกกินผักง่าย ในวันที่พวกเขาลืมตาดูโลกค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สถิติชี้ 1 ใน 10 เด็กไทยคลอดก่อนกำหนด พร้อมแนะวิธีดูแลครรภ์ ป้องกันคลอดก่อนกำหนด

แม่ท้อง-เด็กเล็กห้ามพลาด! ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2569 เช็กเงื่อนไขที่นี่

วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง ฉีดตอนกี่เดือน อัปเดตล่าสุด 2569

 

แหล่งอ้างอิง

  • Reissland, N., et al. (2026). “Do Human Fetuses Form Long-Lasting Chemosensory Memories? Longitudinal Follow-Up From Fetus to Young Child of Facial Responses to Flavor/Odor Stimuli.” Developmental Psychobiology, 68(3), e70165.
  • Ustun-Elayan, B., et al. (2025). “Flavor learning and memory in utero as assessed through the changing pattern of olfactory responses from fetal to neonatal life.” Appetite, 208, 107891.
  • Hamner, H. C., et al. (2023). “Fruit, Vegetable, and Sugar-Sweetened Beverage Intake Among Young Children, by State — United States, 2021.” Morbidity and Mortality Weekly Report (MMWR), 72(7), 165–170. 
  • EurekAlert! “Babies respond positively to smell of foods experienced in the womb.”