TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เคสเตือนภัย! เดินไปกินไป อันตรายถึงชีวิต ครั้งต่อไปอาจไม่โชคดีแบบนี้!

บทความ 5 นาที
เคสเตือนภัย! เดินไปกินไป อันตรายถึงชีวิต ครั้งต่อไปอาจไม่โชคดีแบบนี้!

คุณแม่ฝากเตือน เด็กมักไม่รู้จักระวังตัวจึงชอบ เดินไปกินไป พ่อแม่ควรปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่แค่มารยาท แต่เป็นการป้องกันอันตรายที่อาจถึงชีวิต

เพจ Drama-addict โพสต์เตือนภัย เกี่ยวกับอันตรายจากการ เดินไปกินไป ซึ่งคุณแม่ท่านนึงฝากมาเตือนภัย ดังนี้

สวัสดีค่ะจ่า เรามีเรื่องจะรบกวนให้ทางเพจช่วยเตือนและเป็นกระบอกเสียงในการให้ตระหนักเรื่องการเดินกินอาหารและอาหารติดคอด้วยค่ะ

เรื่องอาจจะยาวหน่อยนะคะ เรื่องมีอยู่ว่า ในวันพฤ.ที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เราได้ไปรับลูกที่โรงเรียนเหมือนปกติในทุกวัน (ปกติจะรอรับลูกที่โรงอาหารของโรงเรียน) ก็จะนั่งใกล้ทางออก แต่วันที่เกิดเหตุ เรานั่งใกล้จุดที่ขายของว่างสำหรับเด็กก่อนจะมีการเรียนพิเศษช่วงเย็น

ทีนี้จังหวะลูกๆเดินมาแล้วและกำลังรอให้ลูกไปเข้าห้องน้ำ ได้มีเด็ก นร.ชาย ป.2 (ที่รู้ว่าป.2 เพราะว่าวันนั้นใส่ชุดลูกเสือ มีปักชั้นที่แขน) น้องเดินกินลูกชิ้นมา ซึ่งเราก็ระแวงว่าไม้ลูกชิ้นจะแหลมมั้ย(กลัวทิ่มคอเวลาเดินกิน) แต่ดูแล้วไม่แหลมแต่ก็ดูน่ากังวลกับความปลอดภัย

น้องเดินกินมาเรื่อยๆจนใกล้จุดที่เรายืนกะลูกๆแล้วน้องก็หันหลังเดินกลับ จังหวะนั้นเราเห็นน้องเริ่มเหมือนมีอะไรติดคอ และเอามือกุมไปที่คอ ตาของน้องเริ่มเหลือก หลังจากน้องเดินอ้อมหลังเราไป(ซึ่งเป็นเวลาแค่ไม่กี่วินาที)น้องล้ม  ลงคุกเข่า เราก็เลยรีบวิ่งไปทุบหลังให้น้อง แต่ไม่เป็นผล เราเลยเอามือโอบสอดแขนจากด้านหลัง แล้วเอากำปั้นกระทุ้งไปบริเวณลิ้นปี่อยู่หลายครั้ง (คือก่อนหน้านั้นเคยดูคลิปช่วยคนอาหารติดคอ แต่ก้พยายามช่วยเต็มที่ไม่รู้ทำถูกหรือผิด) แต่ผลคือลูกชิ้นออกมาได้ น้องรอดค่ะ (ชั่วโมงนั้นตรงจุดนั้น นึกไม่ออกเลยว่าถ้าเราไม่ยืนตรงนั้น น้องจะเป็นยังไง เพราะชม.นั้น แถวนั้นมีแต่เด็กๆ คุณครูก้อยู่ห่างออกไป ซึ่งอาจไม่มีใครสังเกตเห็น)

แล้วคุณครูที่ยืนอยู่ห่างไปวิ่งเข้ามาสอบถามเหตุการณ์และพาน้องไปล้างหน้าในห้องน้ำ  ครูก็ดูแลน้องต่อและเตือนน้องไม่ให้เดินกิน แต่รู้อะไรมั้ยจ่า (พอน้องเดินออกจากห้องน้ำ น้องเดินกินลูกชิ้นต่อจ้า) นี่แหละที่อยากให้ พ่อแม่ ผปค. ครูในโรงเรียนตระหนักว่าควรจะนั่งกินให้เสร็จก่อนค่อยเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆต่อไป

ปล.ขอเพิ่มอีกนิดค่ะ เพราะในทุกๆวันที่รอลูกในโรงอาหารจะเห็นเด็กวิ่งและเดินไปพร้อมกับการกินอาหารขนมไปด้วย

ขอบคุณค่ะ

 

เดินไปกินไป ลูกชิ้นติดคอ

 

สอนลูกให้เข้าใจ เดินไปกินไป ไม่ใช่แค่เรื่องมารยาท

คำสอนของผู้ใหญ่ที่ว่า “กินข้าวให้เรียบร้อย อย่าเดินไปกินไป” เป็นสิ่งที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่จำความได้ เหตุผลที่เรามักใช้สอนลูกหลานก็คือ “มันดูไม่สุภาพ” “ดูไม่เรียบร้อย” “ไม่มีมารยาท” 

แต่เบื้องหลังคำสอนเรื่องมารยาทนั้น การสอนให้ลูก “นั่งกินเป็นที่” เป็นเรื่องของความปลอดภัย ไม่ใช่แค่เรื่องมารยาท เพราะการกลืนเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมาก ร่างกายต้องใช้อวัยวะหลายส่วนทำงานประสานกันอย่างแม่นยำเพื่อป้องกันไม่ให้อาหารตกไปในหลอดลม

  • เมื่อเรานั่งกิน: สมองและร่างกายจะมีสมาธิจดจ่อกับการกลืนได้อย่างเต็มที่ ทำให้ทุกอย่างทำงานราบรื่นและปลอดภัย
  • เมื่อเราเดินไปกินไป: สมองต้องแบ่งสมาธิไปควบคุมการทรงตัวและการก้าวเดิน ทำให้การควบคุมการกลืนมีประสิทธิภาพลดลง จึงเสี่ยงต่อการสำลักและอาหารติดคอสูงขึ้นมาก

เมื่อหลอดลมซึ่งเป็นทางผ่านเดียวของอากาศถูกอุดกั้น ก็จะเกิดภาวะอาหารติดคอ และร่างกายจะขาดออกซิเจนในทันที หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที สมองจะเริ่มเสียหายภายใน 4-6 นาที และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

 

อาหารที่เสี่ยงติดคอ มีอะไรบ้าง

ไม่ใช่อาหารทุกชนิดที่จะก่อให้เกิดอันตรายเท่ากัน มีอาหารบางประเภทที่ด้วยรูปทรง ขนาด และพื้นผิวของมัน ถูกจัดว่าเป็น “ผู้ต้องสงสัยหลัก” ที่ก่อให้เกิดภาวะอาหารติดคอในเด็กได้บ่อยที่สุด

  • กลุ่มทรงกลม-ลื่น: อาหารกลุ่มนี้อันตรายที่สุด เพราะรูปทรงกลมของมันสามารถเข้าไปอุดหลอดลมของเด็กที่มีลักษณะเป็นท่อกลมได้อย่างพอดีเหมือนจุกคอร์ก และด้วยความลื่นของมัน ทำให้การไอเพื่อขับมันออกมาทำได้ยากมาก ตัวอย่างเช่น ลูกชิ้นไส้กรอก องุ่น มะเขือเทศราชินี ลำไย เงาะ และเยลลี่
  • กลุ่มแข็ง-เล็ก: อาหารกลุ่มนี้มักจะแข็งเกินกว่าที่ฟันของเด็กเล็กจะบดเคี้ยวให้ละเอียดได้ และด้วยขนาดที่เล็ก ทำให้ง่ายต่อการสูดเข้าไปในหลอดลมโดยไม่ได้ตั้งใจ ตัวอย่างเช่น ถั่วลิสง อัลมอนด์ เมล็ดแตงโม เมล็ดทานตะวัน และลูกอมชนิดแข็ง

 

อาหารเสี่ยงติดคอ

 

4 กฎเหล็ก “กินอย่างปลอดภัย” ที่ทุกบ้านและโรงเรียนทำได้

การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เราสามารถสร้าง “เกราะป้องกัน” ที่แข็งแกร่งให้กับลูกหลานของเราได้ด้วยกฎเหล็ก 4 ข้อที่ทำได้ง่ายๆ แต่ได้ผลจริง

กฎข้อที่ 1: นั่งกินให้เป็นที่

นี่คือกฎข้อที่สำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของการป้องกันทั้งหมด จงสร้างวินัยและข้อตกลงร่วมกันในบ้านและในโรงเรียนว่า “เวลาอาหาร คือเวลานั่ง” ไม่ว่าจะมื้อหลักหรือของว่าง ต้องนั่งกินบนเก้าอี้ให้เรียบร้อยเสมอ ทำให้ช่วงเวลารับประทานอาหารเป็นเวลาคุณภาพของครอบครัว ปิดโทรทัศน์ วางสมาร์ทโฟน แล้วพูดคุยกันอย่างสบายๆ การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะป้องกันอันตรายจากการ เดินไปกินไป แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวอีกด้วย

กฎข้อที่ 2: กินอย่างมีสติ

สอนให้เด็กรู้จักอยู่กับอาหารตรงหน้า เคี้ยวช้าๆ ให้ละเอียด ไม่พูดคุยหรือหัวเราะในขณะที่อาหารยังเต็มปาก การมีสติในการกินจะช่วยให้กลไกการกลืนอัตโนมัติของร่างกายทำงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการสำลักได้อย่างมหาศาล

กฎข้อที่ 3: เตรียมอาหารให้ปลอดภัย

สำหรับผู้ปกครองและผู้ที่เตรียมอาหารให้เด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี การเตรียมอาหารอย่างใส่ใจคือสิ่งสำคัญ

  • เปลี่ยนรูปทรง: สำหรับอาหารกลุ่มเสี่ยงทรงกลม เช่น องุ่น หรือลูกชิ้น ให้ หั่นแบ่งเป็น 4 ส่วนตามแนวยาวเสมอ การทำเช่นนี้จะเปลี่ยนรูปทรงอันตรายจาก “ทรงกลม” ให้กลายเป็น “แท่งยาวๆ” ซึ่งไม่สามารถอุดหลอดลมได้พอดี
  • หั่นให้เล็ก: หั่นอาหารทุกชนิดให้มีขนาดเล็กพอดีคำ ไม่ใหญ่เกินไป
  • หลีกเลี่ยง: ในเด็กเล็กมากๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มเสี่ยง เช่น ถั่ว หรือลูกอมแข็ง ไปก่อนจนกว่าจะโตพอและมีทักษะการเคี้ยวที่ดี

กฎข้อที่ 4: เรียนรู้และเตรียมพร้อม

แม้เราจะป้องกันดีแค่ไหน อุบัติเหตุก็ยังอาจเกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือผู้ใหญ่ทุกคนที่ดูแลเด็กต้องมีความรู้และ “เตรียมพร้อม” ที่จะรับมือ

  • รู้จักสัญญาณเตือน: สัญญาณสากลของภาวะอาหารติดคอ ที่รุนแรงคือ “ความเงียบ” เด็กจะไม่สามารถร้องไห้ ไอ หรือพูดออกมาได้ เขาจะใช้มือกุมคอ พยายามหายใจอย่างสุดชีวิต และใบหน้าจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำอย่างรวดเร็ว
  • เรียนรู้วิธีปฐมพยาบาล: ผู้ปกครอง คุณครู พี่เลี้ยงเด็ก หรือใครก็ตามที่ต้องดูแลเด็กทุกคน ควรเรียนรู้วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง นั่นคือ การรัดกระตุกหน้าท้อง ด้วยท่า Heimlich Maneuver ปัจจุบันเราสามารถเรียนรู้ได้ง่ายๆ จากคลิปวิดีโอสาธิตของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น ช่อง YouTube ของโรงพยาบาลชั้นนำ ใช้เวลาดูไม่กี่นาที แต่ความรู้นี้อาจช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งได้

หวังว่าเหตุการณ์นี้ จะสร้างความตระหนักให้พ่อแม่ผู้ปกครอง กลับไปย้ำกับลูกน้อยถึงภัยอันตรายที่อาจซ่อนอยู่ในพฤติกรรมที่เรามองว่า “ธรรมดา” อย่างการ เดินไปกินไป และปลี่ยนจาก “การเดินกิน” มาเป็น “การนั่งกิน” เปลี่ยนจาก “ความเคยชิน” มาเป็น “ความตระหนักรู้” เพราะการปกป้องชีวิตของลูกหลาน คือหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของเราทุกคนค่ะ

คลิปปฐมพยาบาลการสำลักอาหารในทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี

คลิปปฐมพยาบาลการสำลักอาหารในเด็ก 1 ปีขึ้นไป

ที่มา : เพจ Drama-addict

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บทความจากพันธมิตร
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า

อย่ามองแค่เกรด! 5 ทักษะที่มีค่าที่สุด ช่วยลูกรับมือกับอุปสรรคในชีวิต

เตือนภัย “เยลลี่กัญชา” รูปหมี เด็ก 2 ขวบกินเข้าไปไม่รู้ตัว เกือบไม่รอด

อุทาหรณ์! ปู่ย่าพาหลานไปหา “หมอเป่า” สุดท้ายติดเชื้อลุกลาม น่าสงสาร

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • เด็กก่อนเข้าเรียน
  • /
  • เคสเตือนภัย! เดินไปกินไป อันตรายถึงชีวิต ครั้งต่อไปอาจไม่โชคดีแบบนี้!
แชร์ :
  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว