นมเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ อุดมไปด้วยแคลเซียม วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายและการเจริญเติบโตของเด็ก อย่างไรก็ตาม หลายคน โดยเฉพาะเด็กๆ มักประสบปัญหา กินนมแล้วท้องเสีย อาการนี้สร้างความกังวลให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง บทความนี้จะมาอธิบายถึงสาเหตุ วิธีการรักษา และทางเลือกอื่นๆ แทนนมสำหรับเด็กที่กินนมแล้วท้องเสีย
กินนมแล้วท้องเสีย มีสาเหตุมาจากอะไร
สาเหตุหลักของการ กินนมแล้วท้องเสียที่เรียกกันว่า การแพ้น้ำตาลแลคโตส (Lactose intolerance) ซึ่งหมายถึง ภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแลคโตส เกิดจากร่างกายสร้างเอนไซม์แลคเตสไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้สมบูรณ์ น้ำตาลที่ไม่ถูกย่อยจะถูกจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่เปลี่ยนเป็นกรดและแก๊ส ส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ท้องอืด ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว
สาเหตุอื่นๆ ของการกินนมแล้วท้องเสีย อาจเกิดจาก แพ้โปรตีนในนมวัว โดยจะมีอาการคล้ายแพ้น้ำตาลแลคโตส หรือเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรตาไวรัส โนโรไวรัส หรืออาหารเป็นพิษจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสอื่นๆ เป็นต้น
กินนมแล้วท้องเสีย มีอาการอย่างไร
เมื่อลูกกินนมแล้วท้องเสีย อาการที่พบบ่อยที่สุดคือท้องเสีย มักเกิดขึ้นภายใน 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมงหลังจากกินนมวัว ปวดท้อง ท้องอืด มีแก๊สในท้อง ถ่ายเป็นน้ำ หรือคลื่นไส้อาเจียน (ในบางราย)
ในกรณีที่มีอาการต่อนี้ ได้แก่ ท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นน้ำบ่อย มีไข้สูง มีอาการซึม ไม่รับประทานอาหาร มีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาโหล หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ควรพาลูกไปพบแพทย์เนื่องจากอาจไม่ได้เกิดจากภาวะแพ้น้ำตาลแลคโตส
จะรู้ได้อย่างไรว่า ลูกแพ้น้ำตาลแลคโตส
ให้คุณแม่ลองจดบันทึกอาการของลูกหลังจากกินนมวัว สังเกตว่าลูกมีอาการใดบ้าง และเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ลองงดกินนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ สังเกตว่าอาการของลูกดีขึ้นหรือไม่ หากสงสัยว่าลูกแพ้น้ำตาลแลคโตส ควรปรึกษาแพทย์ แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจสั่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัย มีการตรวจเลือดบางชนิดที่สามารถตรวจหาการแพ้น้ำตาลแลคโตสได้
กินนมแล้วท้องเสีย ส่งผลอย่างไร
ถ้าลูกมีอาการท้องเสียบ่อย ไม่ว่าจากกรณีแพ้น้ำตาลแลคโตสหรือกรณีอื่นๆ จะส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็น ถ้ามีอาการท้องเสียเรื้อรัง อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว อธิบายได้ดังนี้
-
การเจริญเติบโตช้า
- ร่างกายขาดสารอาหาร: การท้องเสียเรื้อรังส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร ร่างกายลูกน้อยไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทั้งน้ำหนักและส่วนสูง และอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านสติปัญญา ภาษา และการเรียนรู้
- Growth hormone (ฮอร์โมนการเจริญเติบโต) หลั่งลดลง: การท้องเสียเรื้อรังส่งผลต่อระบบฮอร์โมน ซึ่งถ้าฮอร์โมนเจริญเติบโตหลั่งลดลง จะนำไปสู่การเจริญเติบโตช้า
-
ปัญหาทางเดินอาหาร
- ลำไส้แปรปรวน: การท้องเสียเรื้อรังอาจส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการทำงานของลำไส้ ทำให้เกิดภาวะลำไส้แปรปรวน ลูกน้อยอาจมีอาการท้องเสีย ท้องผูก ปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
- ลำไส้อักเสบเรื้อรัง: การท้องเสียเรื้อรังอาจส่งผลต่อเยื่อบุลำไส้ ทั้งนี้อาจไม่ใช่ภาวะแพ้น้ำตาลแลคโตส ต้องหาสาเหตุเพิ่มเติม เช่น ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory bowel disease) ซึ่งลูกจะมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง และถ่ายเป็นมูกเลือด
-
ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
- ขาดสารอาหาร: การท้องเสียเรื้อรังส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร ร่างกายเด็กขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบภูมิคุ้มกัน เช่น วิตามินเอ วิตามินซี สังกะสี ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอและป่วยง่ายกว่าปกติ
- ระบบแบคทีเรียในลำไส้เปลี่ยนแปลง: การท้องเสียเรื้อรังส่งผลต่อระบบแบคทีเรียในลำไส้ (Microbiome) สมดุลในลำไส้แย่ลง แบคทีเรียที่ไม่ดีเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
กินนมแล้วท้องเสีย ป้องกันได้ไหม
สำหรับแนวทางป้องกัน ลูกกินนมแล้วท้องเสียที่ง่ายที่สุดคือ การให้นมแม่ เพราะนมแม่มีสารอาหารครบถ้วน ย่อยง่าย เหมาะสำหรับทารก เมื่อลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไป เริ่มอาหารตามวัยร่วมกับนม ถ้าสงสัยภาวะดังกล่าว แนะนำจำกัดปริมาณนมและผลิตภัณฑ์นมที่มีแลคโตส แบ่งรับประทานในปริมาณน้อยต่อครั้ง รับประทานร่วมกับอาหารมื้อหลัก หรือเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์นมที่ปราศจากแลคโตส (Lactose free formula)
กินนมแล้วท้องเสีย แก้ยังไง
การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปแล้ว แนวทางการรักษาจะมุ่งเน้นไปที่
- ป้องกันภาวะขาดน้ำ: การดื่มน้ำเกลือแร่ ORS หากไม่สามารถรับประทานได้ อาจพิจารณาให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดทดแทน: แพทย์อาจสั่งยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ปวดท้อง หรือยาแก้อาเจียน
- การปรับอาหาร: จำกัดปริมาณนมและผลิตภัณฑ์นมที่มีแลคโตสหรือผลิตภัณฑ์จากนมวัว เช่น ชีส เนย โยเกิร์ต ไอศกรีม เค้ก ขนมปัง คุกกี้ เวเฟอร์ ช็อกโกแลต ซุปข้น เป็นต้น
- นมผสมสูตรพิเศษ: แพทย์อาจแนะนำนมผสมสูตรปราศจากแลคโตส หรือ นมผสมโปรตีนถั่วเหลือง
นมทางเลือกสำหรับผู้แพ้น้ำตาลแลคโตส
หากลูกน้อยแพ้น้ำตาลแลคโตส ไม่ได้หมายความว่าต้องอดดื่มนมไปตลอดชีวิต หากจำกัดปริมาณลงแล้วยังมีอาการอยู่ ยังมีนมทางเลือกอีกมากมายที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณ
- นมแลคโตสฟรี เป็นนมวัวที่ผ่านกระบวนการเติมเอนไซม์แลคเตส เพื่อทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลแลคโตส จนได้นมที่ไม่มีแลคโตส กินแล้วไม่เกิดอาการท้องเสีย ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ เหมือนนมวัวทั่วไป
- นมถั่วเหลือง เป็นนมทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม วิตามินดี และธาตุเหล็ก มีรสชาติคล้ายนมวัวหาซื้อง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
- นมอัลมอนด์ มีไขมันอิ่มตัวต่ำ อุดมไปด้วยวิตามินอี แมกนีเซียม และใยอาหาร มีรสชาติดี หอมมัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
- นมโอ๊ต เป็นนมทางเลือกที่ปราศจากถั่วเหลือง อุดมไปด้วยใยอาหาร เบต้ากลูแคน วิตามินบี และแร่ธาตุต่างๆ มีรสชาติอ่อนๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ถั่ว
สรุปแล้ว ลูกกินนมแล้วท้องเสีย ภาวะ Lactose intolerance หรือที่เรียกกันว่าแพ้น้ำตาลแลคโตส อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุได้ โดยจะ ทำให้ร่ายกายย่อยแลคโตสในนมวัวไม่ได้ ดังนั้น แนะนำจำกัดปริมาณ หรือพิจารณาเปลี่ยนนมให้ลูกเป็นนมชนิดอื่น หรือนมที่ไม่มีแลคโตสแทน เพื่อไม่ให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรังซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านการเจริญเติบโต ปัญหาทางเดินอาหาร และภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้
ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สีวลี สีดาฟอง
แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหารและตับในเด็ก โรงพยาบาลวิมุต
ที่มา: โรงพยาบาลศิริราช , กรมอนามัย , ดัชมิลค์ , โรงพยาบาลวิมุต
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ลูก แพ้นมวัว ดูแลอย่างไร ไม่ขาดสารอาหารสำคัญ
ลูกกินนมแม่ แพ้อาหารที่แม่ทาน จะสังเกตยังไง
เด็กยืดตัว หมายความว่ายังไง ยายบอกว่าลูกถ่ายเหลวเพราะกำลังยืดตัว ?