ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ของเด็กวัยเตาะแตะ หรือวัยอนุบาล คงเคยเจอสถานการณ์ ลูกได้หน้าลืมหลัง ซึ่งบางครั้งก็ทำให้พ่อแม่ทั้งขำ ทั้งปวดหัว หรือบางครั้งก็แอบโมโห เพราะรู้สึกว่าลูกไม่จำ ไม่ตั้งใจฟัง แต่ในความจริงแล้ว อาการลูกได้หน้าลืมหลัง ไม่ใช่เพราะลูกดื้อ หรือไม่สนใจเสมอไป หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และพัฒนาการสมองในวัยเด็กเล็ก ที่ยังอยู่ในช่วงการฝึกฝนความจำ และการจัดการข้อมูลในสมอง วันนี้เราจะพามาเข้าใจให้ลึก ว่าทำไมลูกถึงเป็นแบบนี้ และเราจะช่วยให้เขาจำแม่นขึ้นได้อย่างไร

ลูกได้หน้าลืมหลัง หมายถึงอะไร ในมุมวิทยาศาสตร์พัฒนาการเด็ก
ในภาษาทั่วไป “ได้หน้าลืมหลัง” หมายถึง การจำเรื่องหนึ่งได้ชั่วคราว แต่เมื่อมีเรื่องใหม่เข้ามา ก็ลืมเรื่องเดิม เหมือนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ที่เมื่อวางของใหม่ลงไป ของเก่าก็ต้องถูกยกออก
ในมุมประสาทวิทยา อาการนี้เชื่อมโยงกับ ความจำระยะสั้น และ ความจำใช้งาน ซึ่งเป็นระบบที่เก็บข้อมูลเพียงไม่กี่วินาที ถึงไม่กี่นาที เพื่อใช้งานทันที เช่น การฟังคำสั่งแล้วทำตาม การจำหมายเลขโทรศัพท์สั้น ๆ เพื่อกดโทร หรือการฟังนิทาน แล้วตอบคำถามทันที
สมองเด็ก โดยเฉพาะ สมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมความจำใช้งาน การวางแผน การควบคุมตนเอง และการตัดสินใจ ยังอยู่ในกระบวนการพัฒนา และสร้างเส้นใยประสาท (synapses) ให้แข็งแรง ข้อมูลที่เพิ่งได้รับจึงยัง “ไม่ถูกเก็บเข้าคลังระยะยาว” ทำให้หลุดออกไปง่าย
ตัวอย่างง่าย ๆ:
- ผู้ใหญ่ได้ยินคำว่า “ไปหยิบแก้วแล้วรินน้ำ” มักทำได้ทันที
- เด็ก 3 ขวบได้ยินคำเดียวกัน อาจเดินไปหยิบแก้วได้ แต่พอไปถึง ดันลืมว่าจะรินน้ำ
ทำไมเด็กถึงมีอาการลูกได้หน้าลืมหลัง
1. สมองยังอยู่ในช่วงพัฒนา
งานวิจัยด้านประสาทวิทยาระบุว่า สมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) จะพัฒนาเต็มที่ เมื่ออายุราว 25 ปี แต่ในวัย 0–6 ขวบ คือช่วงที่สมองเติบโตเร็วที่สุด และสร้างการเชื่อมต่อใหม่ ๆ ตลอดเวลา การเก็บข้อมูลยังต้องพึ่งการฝึกซ้ำ เพื่อสร้างเส้นทางประสาทที่แข็งแรง
2. ความสนใจสั้น
เด็กเล็ก โดยเฉลี่ยมีช่วงความสนใจ (attention span) เท่ากับอายุ + 1–2 นาที เช่น เด็ก 4 ขวบ มีสมาธิจดจ่อได้เพียง 5–6 นาที หลังจากนั้นสมองจะหันไปสนใจสิ่งเร้าที่เด่นกว่า เช่น เสียงเพลง ของเล่น หรือสีสันรอบตัว
3. การเรียนรู้เน้นการลงมือทำ
เด็กเรียนรู้ดีที่สุด เมื่อได้ลงมือทำด้วยตัวเอง การฟังเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะสร้างความจำระยะยาว หากสิ่งที่สอน ไม่มีการลงมือทำประกอบ ก็จะหายไปเร็ว
4. สิ่งรบกวนรอบตัว
โทรทัศน์ เสียงจากมือถือ หรือบทสนทนาของผู้ใหญ่ สามารถดึงสมาธิเด็กออกจากงานปัจจุบัน ทำให้ข้อมูลที่เพิ่งได้รับ ถูกตัดออกจากการประมวลผล

ลูกได้หน้าลืมหลัง เป็นเรื่องปกติไหม?
ในเด็กส่วนใหญ่ โดยเฉพาะช่วง 1–6 ขวบ อาการลูกได้หน้าลืมหลัง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และมักค่อย ๆ ดีขึ้น เมื่อเข้าสู่วัยเรียน
เกณฑ์พัฒนาการความจำโดยคร่าว:
- 2–3 ขวบ: จำคำสั่งง่าย ๆ 2 ขั้นตอนได้ เช่น “หยิบช้อน แล้วเอามาให้แม่”
- 4–5 ขวบ: จำคำสั่ง 3 ขั้นตอนได้ และจำเรื่องราวที่เพิ่งฟังได้สั้น ๆ
- 6–7 ขวบ: เริ่มจำเนื้อหาที่ซับซ้อนขึ้นได้ และนำไปใช้ต่อได้
สัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์:
- ลืมคำสั่งง่าย ๆ แม้ฝึกซ้ำบ่อย
- มีปัญหาการพูด การฟัง หรือการเข้าใจภาษาร่วมด้วย
- ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกบ่อย ๆ
ผลกระทบถ้าพ่อแม่เข้าใจผิด
การมองว่าลูก “ดื้อ” หรือ “ไม่ตั้งใจ” ทั้งที่เป็นพัฒนาการปกติ อาจก่อผลเสียหลายด้าน
- เด็กเกิดความรู้สึกว่าตนเอง “ไม่ดีพอ”
- เกิดความกลัวการลองสิ่งใหม่ เพราะกลัวผิดพลาด
- ความสัมพันธ์ในครอบครัวตึงเครียด
- เด็กอาจตอบสนองด้วยการต่อต้าน
ตัวอย่างจริง:
แม่ของน้องพี (วัย 4 ขวบ) เคยบ่นว่า “บอกให้เก็บของเล่นกี่ครั้งก็ไม่จำ” หลังได้อ่านบทความพัฒนาการเด็ก จึงลองเปลี่ยนเป็นการสอนเก็บของเล่น เป็นเกมแข่งจับเวลา พบว่าลูกจำ และทำตามได้ดีขึ้น
วิธีช่วยให้ลูกจำได้ดีขึ้น
1. ทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ
สมองเด็กต้องการการกระตุ้นซ้ำ ๆ เพื่อสร้างเส้นทางประสาท เช่น การสอนให้ล้างมือ ก่อนกินข้าวทุกมื้อ โดยใช้ขั้นตอนเดิม
2. เชื่อมโยงกับสิ่งที่ลูกสนใจ
หากลูกชอบไดโนเสาร์ ให้ใช้ตัวละครไดโนเสาร์เล่าเป็นเรื่องราว เช่น “ทีเร็กซ์เก็บของเล่นเข้าถ้ำทุกครั้งก่อนนอน”
3. ใช้ภาพ เสียง และการเคลื่อนไหว
เพิ่มการเรียนรู้แบบหลายประสาทสัมผัส เช่น ร้องเพลง พร้อมทำท่าทางประกอบ
4. ให้เวลาและไม่เร่งรัด
อย่าเร่งให้ลูกทำทันทีหลังสั่ง ให้เวลาสมองลำดับข้อมูล สัก 5–10 วินาที
5. สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุก
เปลี่ยนคำสั่งให้เป็นเกม เช่น “ใครเก็บของเล่นได้ครบก่อน เป็นผู้ชนะ”

เกมและกิจกรรมฝึกความจำ
- จับคู่ภาพ (Matching Game): ฝึกการจำ และการสังเกต
- Simon Says: ฝึกฟังคำสั่ง และทำตามอย่างแม่นยำ
- เล่านิทานต่อเรื่อง: ให้ลูกจำรายละเอียด แล้วเล่าต่อ
- เพลงและบทกลอน: ใช้จังหวะ และสัมผัสเสียง
- ศิลปะตามขั้นตอน: เช่น ระบายสี → ตัด → ติด
บทบาทของพ่อแม่
- ทำความเข้าใจว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการเด็ก ไม่ใช่ความผิดของลูก
- ใช้น้ำเสียง และท่าทีใจเย็น
- ชมความพยายามทุกครั้ง แม้จะยังไม่สำเร็จ
- ฝึกทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง
เมื่อไหร่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
- ลูกอายุเกิน 6 ขวบ แต่ยังลืมคำสั่งง่าย ๆ บ่อย
- มีปัญหาด้านภาษา การพูด หรือพฤติกรรมร่วมด้วย
- พ่อแม่สังเกตว่า ลูกไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว
ลูกได้หน้าลืมหลัง คือพัฒนาการปกติของสมอง ในช่วงวัยเด็กเล็ก ไม่ใช่ความดื้อ หรือไม่ตั้งใจ หากพ่อแม่ใช้วิธีฝึกที่สนุก ทำซ้ำ และเชื่อมโยงกับสิ่งที่ลูกสนใจ เด็กจะค่อย ๆ พัฒนาความจำได้ดีขึ้น เมื่อสมองส่วนหน้าพัฒนาเต็มที่ ความสามารถในการจำ และการจัดการข้อมูลก็จะเสถียรยิ่งขึ้นเองค่ะ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
แฟลชการ์ด ดาวน์โหลดฟรี! เสริมคลังคำศัพท์ พัฒนาความจำ ให้ลูกน้อยเรียนรู้ได้ไวกว่าเดิม
8 วิธี สอนลูกให้รู้จักศักยภาพตัวเอง ไม่ต้องเก่งที่สุด แค่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร
ลูกเอาแต่เล่นของเดิม ทำไมถึงดีต่อสมอง? เข้าใจ “การเล่นซ้ำ” ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!