ระวัง! 10 ภัยใกล้ตัวเด็ก วิธีดูแลและป้องกันลูกให้รอด โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก

เรียนรู้วิธีป้องกัน 10 ภัยใกล้ตัวเด็ก ที่พบบ่อยในบ้านและรอบบ้าน โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กเล็ก เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกน้อย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

สำหรับคนเป็นพ่อแม่แล้ว ความปลอดภัยของลูกน้อยคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ยิ่งในวัยเด็กเล็กที่กำลังเรียนรู้และซุกซน อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จากสถิติพบว่า ภัยใกล้ตัวเด็ก ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นภายในบ้าน และบริเวณรอบบ้านซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กๆ ใช้เวลาอยู่มากที่สุด 

บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความรู้จักกับ 10 ภัยใกล้ตัวเด็ก ที่พบบ่อยในเด็กเล็ก พร้อมแนวทางการป้องกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเรียนรู้วิธีป้องกันภัยให้ลูกน้อยห่างไกลจากอันตรายค่ะ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้แนะนำวิธีดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลจาก 10 ภัยใกล้ตัวเด็ก ที่พบบ่อย ดังนี้

10 ภัยใกล้ตัวเด็ก ในบ้านและรอบบ้าน วิธีดูแลและป้องกันลูกให้รอด

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

1. การจมน้ำ: ภัยเงียบที่เกิดขึ้นได้แม้ในน้ำตื้น

คุณแม่เชื่อไหมคะว่า แค่น้ำสูงเพียงไม่กี่เซนติเมตรก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตของลูกน้อยได้ ภัยจากการจมน้ำเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วและเงียบมาก แต่เราสามารถป้องกัน ภัยใกล้ตัวเด็ก ที่น่ากลัวนี้ได้โดย

  • กฎเหล็กข้อที่ 1: ห้ามเด็ดขาด! คือการปล่อยลูกไว้ตามลำพังในอ่างอาบน้ำ แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่คุณแม่จะหันไปหยิบผ้าขนหนูก็ตาม
  • อยู่ในระยะเอื้อมถึงเสมอ: ไม่ว่าจะในอ่างอาบน้ำ สระว่ายน้ำเด็ก หรือแม้แต่กะละมังซักผ้า คุณแม่ต้องมั่นใจว่ามองเห็นและเอื้อมมือถึงตัวลูกได้ตลอดเวลาค่ะ
  • เตรียมของให้พร้อม: ก่อนจะพาลูกไปอาบน้ำ เตรียมสบู่ แชมพู ผ้าขนหนู เสื้อผ้าให้พร้อม จะได้ไม่ต้องละสายตาจากเจ้าตัวเล็กเลยค่ะ
  • จัดการน้ำหลังใช้: เมื่ออาบน้ำหรือเล่นน้ำเสร็จแล้ว ให้เทน้ำออกจากอ่าง ถัง หรือสระเด็กทันที และอย่าลืมปิดประตูห้องน้ำทุกครั้งนะคะ
  • ดูแลเป็นพิเศษนอกบ้าน: เวลาไปเที่ยวทะเล สอนให้ลูกเล่นน้ำในบริเวณที่มีธงปัก ส่วนที่สระว่ายน้ำสาธารณะ แม้จะมีไลฟ์การ์ด แต่หน้าที่ดูแลลูกก็ยังเป็นของคุณพ่อคุณแม่นะคะ สำหรับเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ ต้องอยู่ในระยะที่คว้าถึงตัวได้เสมอค่ะ
  • เรียนรู้เพื่อลูก: การให้ลูกเรียนว่ายน้ำตั้งแต่เล็ก (เริ่มได้ตั้งแต่ 6 เดือน) จะช่วยสร้างความคุ้นเคยกับน้ำ และที่สำคัญที่สุดคือ คุณพ่อคุณแม่ควรเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลและ CPR สำหรับเด็กติดตัวไว้ เผื่อกรณีฉุกเฉินนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง: เช็กด่วน! สีชุดว่ายน้ำที่ปลอดภัย สีไหนมองเห็นชัดเมื่อลูกจมน้ำ เพิ่มโอกาสรอดชีวิต

2. สะดุด หกล้ม และร่วงหล่น: อุบัติเหตุยอดฮิตของนักสำรวจตัวจิ๋ว

พอลูกน้อยเริ่มคลาน เริ่มตั้งไข่ ความซนก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะหกล้มเสมอค่ะ มาทำให้บ้านของเราเป็นสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัยสำหรับนักสำรวจตัวน้อยกันค่ะ

  • เคลียร์พื้นที่ให้โล่ง: ของเล่น สายไฟ หรือพรมเล็กๆ ที่อาจทำให้ลูกสะดุดได้ เก็บให้เรียบร้อยเลยค่ะ ส่วนมุมโต๊ะหรือเคาน์เตอร์ที่คมๆ ก็หาแผ่นยางมาติดกันกระแทกไว้นะคะ
  • เก้าอี้โยกวางบนพื้นเท่านั้น: ห้ามอุ้มลูกไปไหนมาไหนพร้อมเก้าอี้โยกเด็ดขาด และควรวางไว้บนพื้นเสมอ ไม่ใช่บนโต๊ะหรือโซฟา
  • โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม: ควรมีขอบสูงอย่างน้อย 10 ซม. และต้องมีมือข้างหนึ่งของคุณแม่อยู่บนตัวลูกเสมอ หรือจะเปลี่ยนมาปูผ้าขนหนูเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกบนพื้น ก็ปลอดภัยหายห่วงค่ะ
  • Say No to รถหัดเดิน: คุณหมอเด็กหลายท่านไม่แนะนำนะคะ เพราะเจ้ารถหัดเดินนี่แหละค่ะที่พาลูกเคลื่อนที่ไปหาอันตรายได้เร็วแบบไม่น่าเชื่อ
  • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด: ไม่ว่าจะบนรถเข็นเด็ก คาร์ซีท เก้าอี้กินข้าวเด็ก หรือรถเข็นในซูเปอร์มาร์เก็ต ล็อกเข็มขัดนิรภัยให้ลูกเสมอค่ะ
  • ประตูและรั้วกั้นเด็ก: ไอเท็มสำคัญที่ต้องมี! โดยเฉพาะบ้านที่มีบันได ต้องติดตั้งทั้งด้านบนและด้านล่างเลยนะคะ
  • กันลื่นในห้องน้ำ: หาแผ่นยางกันลื่นมาติดในอ่างอาบน้ำหรือบริเวณที่เปียก ช่วยลดอุบัติเหตุได้เยอะเลยค่ะ

3. ภัยจากที่สูง: หน้าต่างและระเบียง จุดเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

คุณแม่รู้ไหมคะว่า วิวสวยๆ นอกหน้าต่างหรือระเบียง คือแม่เหล็กดึงดูดความสนใจชั้นดีของนักสำรวจตัวน้อยเลยค่ะ ความสูงเพียงนิดเดียวก็อาจเป็นอันตรายได้ เรามาปิดช่องว่างความเสี่ยงของ ภัยใกล้ตัวเด็ก จากความสูงในบ้าน หรือห้องพักบนอาคารสูงกันดีกว่าค่ะ

  • กฎเหล็กข้อแรก: ย้ายเฟอร์นิเจอร์ให้ห่างค่ะ อย่าวางเตียง โซฟา โต๊ะ หรือเก้าอี้ที่ลูกสามารถใช้ปีนป่ายได้ ไว้ใกล้หน้าต่างและประตูที่เปิดออกสู่ระเบียง เพราะเจ้าตัวเล็กอาจใช้เป็นบันไดไปสู่จุดอันตรายได้ค่ะ
  • จัดการที่หน้าต่างให้ปลอดภัย
    • ติดตั้งตัวล็อกหน้าต่าง ที่จำกัดการเปิดให้กว้างได้ไม่เกิน 10 ซม. พอให้ลมผ่านได้ แต่ตัวเด็กลอดออกไปไม่ได้ค่ะ
    • ติดเหล็กดัดหรือที่กั้นที่แข็งแรง เพราะมุ้งลวดอย่างเดียวกันไม่ได้นะคะ ข้อสำคัญคือ ควรเลือกเหล็กดัดที่สามารถเปิดออกได้จากด้านในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ เพื่อให้เป็นทางหนีทีไล่ของเราได้ค่ะ
  • สร้างพื้นที่ระเบียงที่ปลอดภัย
    • ล็อกประตูที่ออกสู่ระเบียงเสมอ ทำให้เป็นพื้นที่ห้ามเข้าสำหรับเจ้าตัวเล็กโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล
    • ทำที่กั้นราวระเบียงให้ปลอดภัย ควรเป็นแบบปิดทึบหรือมีซี่ราวที่ถี่มากๆ เพื่อป้องกันศีรษะ แขน ขาของลูกลอดเข้าไปติด หรือพลัดตกลงไปจากช่องว่างค่ะ
  • ป้องกันภัยอีกชั้นด้วยที่ครอบลูกบิด สำหรับประตูห้องหรือประตูระเบียง อาจหาที่ครอบลูกบิดมาใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเผลอกดล็อกแล้วติดอยู่ในห้องหรือออกไประเบียงตามลำพังค่ะ

 

4. สายม่าน/มู่ลี่: เชือกเส้นเล็กที่อันตราย

สายดึงม่านหรือมู่ลี่ที่ห้อยยาวลงมา อาจพันคอเด็กโดยไม่ตั้งใจขณะที่พวกเขากำลังเล่นหรือปีนป่าย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • เก็บสายให้เรียบร้อย: มัดรวบสายให้สูงจนพ้นมือเด็ก หรือใช้อุปกรณ์เก็บสายโดยเฉพาะ
  • จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ห่าง: อย่าวางเตียง เปล หรือโซฟาไว้ใกล้หน้าต่างที่มีสายม่านห้อยอยู่

5. ไฟไหม้และของร้อน: เรื่องร้อนๆ ที่ต้องระวัง

ความร้อนและเปลวไฟเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ได้เสมอ แต่ก็เป็น ภัยใกล้ตัวเด็ก ที่อันตรายอย่างยิ่งเช่นกันค่ะ

  • เก็บให้มิดชิด: ไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก หรือวัตถุไวไฟต่างๆ ต้องเก็บในที่ล็อกมิดชิดและพ้นมือเด็ก 
  • เตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง: ในครัวควรมีผ้าห่มดับเพลิงหรือถังดับเพลิงขนาดเล็กติดไว้ และคุณแม่ต้องรู้วิธีใช้ด้วยนะคะ
  • ซ้อมแผนหนีไฟ: ลองคุยกับทุกคนในบ้านและซ้อมแผนหนีไฟกันดูนะคะ สอนให้ลูกรู้ว่าถ้ามีควันไฟ ต้องก้มต่ำๆ แล้วคลานหาทางออก “ก้มต่ำแล้วไปเลยลูก!”
  • สอนให้ลูกรู้จัก “หยุด-ล้ม-กลิ้ง”: หากเสื้อผ้าติดไฟ สอนให้ลูกทำ 3 อย่างนี้ คือ หยุด วิ่ง, ล้มตัว ลงกับพื้น, แล้ว กลิ้ง ตัวไปมาเพื่อดับไฟค่ะ
  • ปฐมพยาบาลแผลไหม้/น้ำร้อนลวก: ให้ใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิห้องราดที่แผลอย่างน้อย 20 นาที ห้าม ใช้น้ำแข็ง ยาสีฟัน หรือเนยทาเด็ดขาดนะคะ หากแผลพุพองหรือมีขนาดใหญ่กว่าเหรียญสิบบาท ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

6. สารพิษ: ภัยร้ายในขวดสวย

ขวดน้ำยาสีสวยๆ หรือยาเม็ดเล็กๆ อาจดูเหมือนขนมในสายตาของเด็กๆ ซึ่งเป็น ภัยใกล้ตัวเด็ก ที่น่ากังวลมากค่ะ

  • เก็บให้สูง พ้นมือ พ้นสายตา: ยาและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทุกชนิด ต้องเก็บในตู้ที่ล็อกได้ และสูงอย่างน้อย 1.5 เมตร
  • ห้ามถ่ายภาชนะ: ห้ามเด็ดขาดคือการถ่ายเทสารเคมีไปใส่ขวดน้ำดื่มหรือภาชนะอื่นๆ ที่ลูกอาจเข้าใจผิด
  • อย่าเรียกยาว่า “ขนม”: เรียกยาตามชื่อจริงเสมอ เพื่อไม่ให้ลูกสับสน
  • ระวังกินยาต่อหน้าลูก: เด็กๆ ชอบเลียนแบบผู้ใหญ่ค่ะ พยายามเลี่ยงการกินยาให้ลูกเห็นนะคะ
  • กระเป๋าแขก: เวลาแขกมาบ้าน อย่าลืมเตือนให้พวกเขาวางกระเป๋าในที่ที่พ้นมือเด็ก เพราะอาจมียาหรือของอันตรายอยู่ข้างในค่ะ

7. น้ำร้อนลวก: แค่เสี้ยววินาทีก็เจ็บปวด

อุบัติเหตุน้ำร้อนลวกเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงกว่าที่คิด แค่กาแฟร้อนๆ แก้วเดียวก็ทำให้ผิวบอบบางของลูกไหม้ได้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • กันพื้นที่ในครัว: ใช้รั้วกั้นเด็กหรือประตูนิรภัยกั้นไม่ให้ลูกเข้ามาในครัวขณะที่คุณแม่กำลังทำอาหาร
  • เครื่องดื่มร้อนต้องวางให้ไกล: อย่าอุ้มลูกไปพลางดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ ไปพลางเด็ดขาด และให้วางแก้วไว้กลางโต๊ะหรือด้านในสุดของเคาน์เตอร์เสมอ
  • เลิกใช้ผ้าปูโต๊ะ: เด็กๆ อาจดึงผ้าปูโต๊ะลงมา ทำให้ของร้อนๆ หกรดตัวได้ เปลี่ยนมาใช้แผ่นรองจานจะปลอดภัยกว่าค่ะ
  • หันด้ามจับเข้าด้านใน: เวลาทำอาหาร ให้หันด้ามจับกระทะหรือหม้อเข้าด้านในเตาเสมอ และพยายามใช้เตาด้านในเป็นหลัก
  • เช็คอุณหภูมิน้ำอาบ: เวลาเตรียมน้ำอาบให้ลูก ให้เปิดน้ำเย็นก่อนแล้วค่อยๆ ผสมน้ำร้อน อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 37-38°C และอย่าลืมใช้มือวนน้ำเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าอุณหภูมิสม่ำเสมอ

8. ไมโครเวฟ: ตัวช่วยที่มาพร้อมความร้อนแฝง

การอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟสะดวกก็จริง แต่ความร้อนอาจไม่สม่ำเสมอ ทำให้บางจุดร้อนจัดจนลวกลูกได้

  • วางให้พ้นมือ: ติดตั้งไมโครเวฟในตำแหน่งที่ลูกเอื้อมไม่ถึง
  • เช็คอุณหภูมินมเสมอ: หากจำเป็นต้องอุ่นนมด้วยไมโครเวฟ หลังอุ่นแล้วให้เขย่าขวดเบาๆ และหยดนมลงบนหลังมือของคุณแม่เพื่อทดสอบอุณหภูมิก่อนให้ลูกดื่มทุกครั้ง

 

9. การสำลัก: ภัยจากของชิ้นเล็ก

เด็กวัยหัดคลานและหัดเดินมักจะเอาทุกอย่างเข้าปาก การสำลักอาหาร หรือสิ่งแปลกปลอมติดคอ จึงเป็น ภัยใกล้ตัวเด็ก ที่ทำให้คุณแม่ใจหายใจคว่ำได้เสมอ

  • อาหารที่ต้องระวัง: หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ เหมาะกับวัยของลูก ระวังอาหารที่เป็นเม็ดกลมๆ ลื่นๆ เช่น องุ่น (ให้ผ่า 4 ส่วน) ไส้กรอก (ให้หั่นตามยาวแล้วซอย) ถั่ว หรือลูกอม
  • กฎ “ใหญ่กว่าเหรียญบาท”: สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ของเล่นหรือวัตถุใดๆ ที่มีขนาดเล็กกว่าเหรียญบาท ถือว่าอันตรายและอาจทำให้สำลักได้
  • นั่งกินให้เรียบร้อย: สอนให้ลูกนั่งนิ่งๆ ขณะกินอาหาร ไม่วิ่งไปกินไป
  • ตรวจเช็คของเล่น: หมั่นดูของเล่นของลูกเสมอว่ามีชิ้นส่วนเล็กๆ ที่หลุดออกมาได้หรือไม่

10. แบตเตอรี่กระดุม: ภัยเงียบชิ้นจิ๋ว

แบตเตอรี่กระดุมเม็ดเล็กๆ นี้มีอยู่ทั่วไปในของใช้ในบ้าน เช่น รีโมท กุญแจรถ ของเล่น หรือนาฬิกา หากลูกกลืนเข้าไป จะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง!

  • สำรวจและป้องกัน: ลองเดินสำรวจในบ้านว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่ใช้แบตเตอรี่กระดุม แล้วใช้เทปปิดช่องใส่ถ่านให้แน่นหนา
  • เก็บให้พ้นมือ: แบตเตอรี่สำรองหรือที่ใช้แล้ว ต้องเก็บในที่สูงและมิดชิดทันที
  • ทิ้งอย่างปลอดภัย: เวลาจะทิ้ง ควรพันด้วยเทปให้แน่นหนาก่อนทิ้งลงถังขยะ
  • หากสงสัยว่าลูกกลืนเข้าไป: อย่ารอดูอาการ! รีบพาลูกไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที นี่คือสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุดค่ะ

 

คุณแม่คะ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยอาจดูเหมือนมีรายละเอียดเยอะ แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกแล้ว มันคุ้มค่าเสมอค่ะ ค่อยๆ ตรวจสอบและปรับเปลี่ยนไปทีละจุดนะคะ theAsianparent ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนค่ะ

ที่มา: สสส. , สสส.

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เตือนภัย “เยลลี่กัญชา” รูปหมี เด็ก 2 ขวบกินเข้าไปไม่รู้ตัว เกือบไม่รอด

เตือนพ่อแม่ระวัง! บุหรี่ไฟฟ้าทรงโดเรมอน หาซื้อง่าย เข้าถึงเด็กวัยประถม

ภัยใกล้ตัว! สอนลูกให้รู้ทันก่อนถูก มิจฉาชีพลักพาตัว

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา