เข้าสู่ช่วงหน้าฝนทีไร พ่อแม่หลายบ้านคงต้องปวดหัวและเตรียมพร้อมรับมือกับอาการไข้ ไอ น้ำมูกของลูกน้อยที่วนเวียนมาแทบทุกอาทิตย์ พอเห็น ลูกป่วยไม่หายสักที มีไข้ ไอ น้ำมูก เป็นๆ หายๆ เหมือนจะดีขึ้นไปโรงเรียนได้ แต่พอผ่านไปไม่กี่วันก็กลับมาป่วยอีกครั้ง คุณพ่อคุณแม่หลายคนก็เริ่มกังวลใจว่าลูกของเราภูมิคุ้มกันต่ำหรือเปล่า
วันนี้ theAsianparent มีข้อมูลดีๆ จาก นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต เจ้าของเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า มาไขข้อข้องใจให้คุณพ่อคุณแม่ได้สบายใจกันค่ะ ว่าแท้จริงแล้วอาการป่วยวนไปของลูกนั้น เกิดจากอะไรกันแน่ โดยคุณหมอได้อธิบายไว้ดังนี้

ทำไม “ลูกป่วยไม่หายสักที”?
เมื่อเกิดความกังวลเรื่องภูมิคุ้มกัน พ่อแม่หลายคนมักนึกถึงการหาซื้อวิตามินหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ลูก แต่ความจริงที่คุณหมออยากให้ทำความเข้าใจก่อนเสียเงินซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ คือ เชื้อไวรัสที่ทำให้เด็กป่วยนั้นไม่ได้มีเพียงแค่หลักสิบ แต่มีเป็นร้อยเป็นพันชนิด และยังมีสายพันธุ์ย่อยลงไปอีกมากมาย
เมื่อลูกติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันที่จดจำเฉพาะเชื้อหรือสายพันธุ์นั้นๆ ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมไปถึงการป้องกันเชื้อชนิดอื่นทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น สัปดาห์นี้ลูกอาจติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A สัปดาห์ต่อมาอาจไปรับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เข้ามาอีก หรือพอหายจากไข้หวัดใหญ่ก็อาจไปติดเชื้อไวรัส RSV ต่อเนื่องกันไป การที่ลูกหายจากการติดเชื้อตัวหนึ่ง จึงไม่ได้แปลว่าจะไม่สามารถติดเชื้อไวรัสตัวใหม่ได้อีก โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวัยไปโรงเรียน ไปศูนย์เด็กเล็ก หรือมีพี่น้องอยู่ในบ้านเดียวกัน มักจะรับเชื้อตัวใหม่เข้ามาต่อเนื่องเรื่อยๆ ทำให้ดูเหมือนป่วยอยู่ตลอดเวลา
สัญญาณแบบไหนคืออาการปกติ และแบบไหนที่ควรระวัง?
หากลูกมีอาการป่วยแล้วค่อยๆ ดีขึ้น สามารถกลับมาเล่น ทานอาหาร และวิ่งได้ตามปกติในช่วงที่หายป่วย ก่อนที่จะกลับมาป่วยใหม่ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่าร่างกายของลูกยังสามารถจัดการกับเชื้อโรคแต่ละชนิดได้ตามปกติ
สำหรับเด็กที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ อาการมักจะไม่ใช่รูปแบบของการป่วยแล้วหายสลับกันไป แต่มักจะพบลักษณะอาการร่วมอื่นๆ ได้แก่
- มีอาการป่วยรุนแรงผิดปกติ จนถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลบ่อยครั้ง
- มีการติดเชื้อชนิดแปลกๆ ที่เด็กทั่วไปมักไม่ค่อยเป็นกัน
- มีสัญญาณเตือนบางอย่างที่ทำให้แพทย์เฉพาะทางเด็กเริ่มผิดสังเกต

สาเหตุแฝงและวิธีป้องกันที่ถูกต้อง
สาเหตุที่ลูกมักได้รับเชื้อใหม่อยู่เสมอ เป็นเพราะเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา จมูก และปาก พฤติกรรมต่างๆ เช่น การเอามือหรือของเล่นเข้าปาก การไม่ค่อยล้างมือ หรือการมีคนในบ้านมาหอมแก้มและคลุกคลีใกล้ชิด ล้วนเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
นอกจากนี้ เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้จมูก อาจมีภาวะเยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรัง ทำให้จมูกซึ่งเปรียบเสมือนเกราะป้องกันด่านหน้าของร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ เชื้อโรคจึงผ่านเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เด็กกลุ่มนี้อาจดูเหมือนป่วยเป็นหวัดบ่อยกว่าเด็กทั่วไป
ส่วนเรื่องการทานวิตามินเสริม ปัจจุบันยังไม่มีวิตามินตัวใดที่ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจนว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อหวัดได้ในเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงและได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน (ยกเว้นในรายที่มีภาวะขาดวิตามินหรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ) คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรรีบตัดสินใจให้ลูกทานวิตามินเพิ่มเพียงเพราะลูกป่วยบ่อยในช่วงหน้าฝน
สรุปจากที่คุณหมอได้กล่าวไว้ ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ อาการที่ลูกป่วย หาย แล้วก็กลับมาป่วยอีก โดยที่ลูกยังสามารถกลับมาเล่น ทานอาหาร และวิ่งได้ตามปกติในระหว่างที่หายป่วยนั้น อาจไม่ใช่ปัญหาเรื่อง “ลูกมีภูมิคุ้มกันต่ำ” เสมอไป แต่อาจเป็นเพียงการที่ลูกเพิ่งไปรับเชื้อ “ไวรัสตัวใหม่” ที่มีอยู่มากมายเป็นร้อยเป็นพันชนิดรอบตัวเราเข้ามาเท่านั้นเอง ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันโรค จึงเป็นการดูแลสุขอนามัยพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ เช่น การล้างมือ การหลีกเลี่ยงการเอามือเข้าปาก และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับคนป่วยนั่นเองค่ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
วิธีล้างจมูก ระบายขี้มูก ช่วยให้จมูกโล่ง ไม่กลืนลงคอ
แม่แชร์ประสบการณ์ ลูกจมูกเน่า อยู่เกือบ 4 เดือน!! กว่าจะเจอสาเหตุที่แท้จริง
หมอเตือน! โรคครูป ระบาดหน้าฝน สังเกตเสียงไอ-รับมือก่อนลูกแย่
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!