บางครั้งเราเห็นลูกน้อยพูดประโยคบางประโยคออกมาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นหูจนเราต้องสะดุ้ง เพราะนั่นมันคือ “ตัวเราชัดๆ!” ปรากฏการณ์ ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญค่ะ ในบทความนี้ เราจะมาเช็กกันดูค่ะว่า มีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ทั้งในแง่ที่น่าชื่นใจและแง่ที่เราอาจต้องรีบปรับปรุงตัวด่วน!
ทำไม “ลูกเลียนแบบพ่อแม่”?
ก่อนจะไปดูลิสต์พฤติกรรม มาทำความเข้าใจกันนิดหนึ่งค่ะว่าทำไมเด็กๆ ถึงเป็นนักเลียนแบบตัวยง ในทางจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์ มีสิ่งที่เรียกว่า “เซลล์กระจกเงา” (Mirror Neurons) ในสมอง ซึ่งทำหน้าที่ช่วยให้มนุษย์เรียนรู้พฤติกรรมจากการสังเกตคนรอบข้าง เด็กปฐมวัยเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ดูดซับทุกอย่างรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ท่าทาง หรือแม้แต่ทัศนคติ ดังนั้นการที่ลูกเลียนแบบพ่อแม่ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยค่ะ
5 พฤติกรรมด้านดี ที่ลูกซึมซับจากคุณแม่คุณพ่อ
การเริ่มต้นเป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model) คือวิธีสร้างนิสัยให้ลูกได้มีประสิทธิภาพที่สุด โดยที่เราแทบไม่ต้องเหนื่อยบ่นเลยค่ะ เพราะนี่คือสิ่งที่ลูกมักจะจดจำและเลียนแบบจากเราอยู่เสมอเมื่อเขาเห็นเราทำเป็นประจำค่ะ
1. การจัดการกับอารมณ์
เวลาที่คุณแม่เจอเรื่องเครียด หรือมีคนขับรถปาดหน้า แล้วคุณแม่เลือกที่จะหายใจลึกๆ แทนการตะโกนด่า ลูกกำลังจดจำ “วิธีสงบสติอารมณ์” นั้นอยู่ค่ะ เมื่อเขาโตขึ้นและเจอเรื่องไม่ได้ดั่งใจ เขาจะเรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์ตัวเองเหมือนที่คุณแม่ทำ
2. คำพูดติดปาก “ขอบคุณ-ขอโทษ-สวัสดี”
หากเราอยากให้ลูกเป็นเด็กมีสัมมาคารวะ วิธีที่ง่ายที่สุดไม่ใช่การบังคับให้เขายกมือไหว้ แต่คือการที่เขาเห็นพ่อแม่พูดคำว่า “ขอบคุณค่ะ/ครับ” กับพนักงานบริการ หรือกล่าว “ขอโทษ” ต่อหน้าลูกเมื่อเราทำผิด พฤติกรรมเหล่านี้จะกลายเป็นนิสัยอัตโนมัติของลูกทันที
3. นิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้
บ้านไหนอยากให้ลูกเลิกติดมือถือ ลองวางสมาร์ทโฟนแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านให้ลูกเห็นดูค่ะ การที่ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ในเรื่องความกระหายความรู้จะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เมื่อเขาเห็นว่าพ่อแม่ให้ความสำคัญกับหนังสือมากกว่าหน้าจอ
4. การดูแลสุขภาพและสุขอนามัย
การล้างมือก่อนทานข้าว การแปรงฟันอย่างตั้งใจ หรือการเลือกทานผักผลไม้ ถ้าพ่อแม่ทำเป็นประจำ ลูกจะมองว่าสิ่งเหล่านี้คือ วิถีชีวิตปกติ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องถูกบังคับ
5. ความเมตตาและการแบ่งปัน
วิธีที่คุณปฏิบัติต่อคนลำบากกว่า หรือการแบ่งปันอาหารให้เพื่อนบ้าน ลูกจะสังเกตและซึมซับความอ่อนโยนนี้ไว้ในใจ ทำให้เขาเติบโตมาเป็นเด็กที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี
5 พฤติกรรม “ด้านลบ” ที่ต้องระวัง! ลูกอาจจำไปใช้โดยไม่รู้ตัว
บางครั้งเราก็เผลอหลุดพฤติกรรมที่ไม่น่ารักออกมา และแน่นอนว่า ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ในส่วนนี้ได้รวดเร็วไม่แพ้กันค่ะ
6. การใช้ความรุนแรงหรือน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
หากเราชอบใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา หรือตะคอกใส่คนในบ้าน ลูกจะเรียนรู้ว่า “การใช้อำนาจและเสียงดัง” คือวิธีเดียวที่จะชนะหรือเรียกร้องความสนใจได้ ซึ่งอาจส่งผลให้เขามีพฤติกรรมก้าวร้าวที่โรงเรียน
7. สังคมก้มหน้า
เรามักบ่นว่าลูกติดแท็บเล็ต แต่ลองเช็กดูสิคะว่าในหนึ่งวันเราถือมือถือต่อหน้าลูกนานแค่ไหน? พฤติกรรม ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ที่ติดโซเชียลจะทำให้เขารู้สึกว่าหน้าจอสำคัญกว่าความสัมพันธ์ตรงหน้า
8. การนินทาหรือพูดจาในเชิงลบ
การพูดถึงคนอื่นลับหลังด้วยคำพูดที่ไม่ดี หากลูกได้ยินบ่อยๆ เขาจะซึมซับทัศนคติที่ตัดสินคนอื่น และอาจกลายเป็นเด็กที่มีนิสัยชอบจับผิดเพื่อนๆ
9. การโกหกสีขาว
“บอกป้าเขาไปนะว่าแม่ไม่อยู่บ้าน” แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ลูกจะได้รับแมสเสจว่า “การโกหกเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ถ้ามันสะดวก” ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการไม่พูดความจริงในเรื่องที่ใหญ่กว่าในอนาคต
10. การทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลา
การที่พ่อแม่เครียดเรื่องงานตลอดเวลาจนไม่มีรอยยิ้มให้ลูก ลูกจะเลียนแบบความเครียดนั้น และอาจเติบโตมาพร้อมกับความกดดันว่าชีวิตต้องมีแต่การแข่งขันจนลืมความสุขระหว่างทาง
คุณพ่อคุณแม่ควรเป็น “กระจกที่ใสสะอาด”
ไม่มีพ่อแม่คนไหนสมบูรณ์แบบ แต่เราปรับปรุงได้ เมื่อรู้แล้วว่า ลูกเลียนแบบพ่อแม่ในทุกย่างก้าว สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การพยายามสมบูรณ์แบบ 100% เพราะนั่นเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่ควรทำ คือ การมีสติในทุกการกระทำ
- ยอมรับผิดเมื่อพลาด: ถ้าเผลอหลุดพูดคำหยาบหรือโมโหใส่ลูก ให้เข้าไปขอโทษและอธิบายว่า “แม่ขอโทษนะคะที่เมื่อกี้ใช้เสียงดัง แม่กำลังโกรธแต่แม่ไม่ควรทำแบบนั้น” นี่คือการสอนเรื่องความรับผิดชอบที่ดีที่สุด
- ใช้พลังของการกระทำ: แทนที่จะสอนลูกว่า “หนูห้ามโกหกนะ” ให้เปลี่ยนเป็นการแสดงความซื่อสัตย์ให้ลูกเห็นในชีวิตประจำวัน
- สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี: จงมอบสิ่งที่ดีให้ลูกเลียนแบบ เริ่มต้นที่การดูแลจิตใจของพ่อแม่ให้แจ่มใส เพื่อส่งต่อพลังงานดีๆ ให้ลูก
พฤติกรรมที่ลูกเลียนแบบพ่อแม่ คือเครื่องเตือนใจอย่างดีว่า “เรากำลังปั้นคนคนหนึ่งขึ้นมาด้วยการกระทำของเราเอง” ในฐานะคุณพ่อคุณแม่ เราอาจจะไม่ต้องเป็นคนเก่งที่สุด แต่การพยายามเป็นต้นแบบที่มีความสุข มีคุณธรรม และรู้จักจัดการอารมณ์ คือบทเรียนที่มีค่ามากกว่าวิชาการใดๆ ที่ลูกจะได้รับ
คุณอยากเห็นลูกเติบโตไปเป็นคนแบบไหน จงเริ่มเป็นคนคนนั้นให้ลูกเห็นตั้งแต่วันนี้
ที่มา: Spirit Science
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ลูกเอาแต่เล่นของเดิม ทำไมถึงดีต่อสมอง? เข้าใจ “การเล่นซ้ำ” ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม
“คลิปสั้น” อันตรายนะรู้ไหม? ผลกระทบลึกถึงระดับโครงสร้างสมอง
ถามถูกจุด ลูกฉลาดได้จริง: เคล็ดลับ ตั้งคำถามกระตุ้นสมองตามวัย