10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

ทำไมลูกถึงเหมือนเราขนาดนี้? เจาะลึก 10 พฤติกรรมที่ ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ทั้งด้านบวกและลบ พร้อมวิธีปรับตัวเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดให้กับลูกรัก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บางครั้งเราเห็นลูกน้อยพูดประโยคบางประโยคออกมาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นหูจนเราต้องสะดุ้ง เพราะนั่นมันคือ “ตัวเราชัดๆ!” ปรากฏการณ์ ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญค่ะ ในบทความนี้ เราจะมาเช็กกันดูค่ะว่า มีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ทั้งในแง่ที่น่าชื่นใจและแง่ที่เราอาจต้องรีบปรับปรุงตัวด่วน!

 

ทำไม “ลูกเลียนแบบพ่อแม่”?

ก่อนจะไปดูลิสต์พฤติกรรม มาทำความเข้าใจกันนิดหนึ่งค่ะว่าทำไมเด็กๆ ถึงเป็นนักเลียนแบบตัวยง ในทางจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์ มีสิ่งที่เรียกว่า “เซลล์กระจกเงา” (Mirror Neurons) ในสมอง ซึ่งทำหน้าที่ช่วยให้มนุษย์เรียนรู้พฤติกรรมจากการสังเกตคนรอบข้าง เด็กปฐมวัยเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ดูดซับทุกอย่างรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ท่าทาง หรือแม้แต่ทัศนคติ ดังนั้นการที่ลูกเลียนแบบพ่อแม่ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยค่ะ

 

5 พฤติกรรมด้านดี ที่ลูกซึมซับจากคุณแม่คุณพ่อ

การเริ่มต้นเป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model) คือวิธีสร้างนิสัยให้ลูกได้มีประสิทธิภาพที่สุด โดยที่เราแทบไม่ต้องเหนื่อยบ่นเลยค่ะ เพราะนี่คือสิ่งที่ลูกมักจะจดจำและเลียนแบบจากเราอยู่เสมอเมื่อเขาเห็นเราทำเป็นประจำค่ะ

1. การจัดการกับอารมณ์

เวลาที่คุณแม่เจอเรื่องเครียด หรือมีคนขับรถปาดหน้า แล้วคุณแม่เลือกที่จะหายใจลึกๆ แทนการตะโกนด่า ลูกกำลังจดจำ “วิธีสงบสติอารมณ์” นั้นอยู่ค่ะ เมื่อเขาโตขึ้นและเจอเรื่องไม่ได้ดั่งใจ เขาจะเรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์ตัวเองเหมือนที่คุณแม่ทำ

2. คำพูดติดปาก “ขอบคุณ-ขอโทษ-สวัสดี”

หากเราอยากให้ลูกเป็นเด็กมีสัมมาคารวะ วิธีที่ง่ายที่สุดไม่ใช่การบังคับให้เขายกมือไหว้ แต่คือการที่เขาเห็นพ่อแม่พูดคำว่า “ขอบคุณค่ะ/ครับ” กับพนักงานบริการ หรือกล่าว “ขอโทษ” ต่อหน้าลูกเมื่อเราทำผิด พฤติกรรมเหล่านี้จะกลายเป็นนิสัยอัตโนมัติของลูกทันที

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

3. นิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้

บ้านไหนอยากให้ลูกเลิกติดมือถือ ลองวางสมาร์ทโฟนแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านให้ลูกเห็นดูค่ะ การที่ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ในเรื่องความกระหายความรู้จะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เมื่อเขาเห็นว่าพ่อแม่ให้ความสำคัญกับหนังสือมากกว่าหน้าจอ

4. การดูแลสุขภาพและสุขอนามัย

การล้างมือก่อนทานข้าว การแปรงฟันอย่างตั้งใจ หรือการเลือกทานผักผลไม้ ถ้าพ่อแม่ทำเป็นประจำ ลูกจะมองว่าสิ่งเหล่านี้คือ วิถีชีวิตปกติ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องถูกบังคับ

5. ความเมตตาและการแบ่งปัน

วิธีที่คุณปฏิบัติต่อคนลำบากกว่า หรือการแบ่งปันอาหารให้เพื่อนบ้าน ลูกจะสังเกตและซึมซับความอ่อนโยนนี้ไว้ในใจ ทำให้เขาเติบโตมาเป็นเด็กที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

5 พฤติกรรม “ด้านลบ” ที่ต้องระวัง! ลูกอาจจำไปใช้โดยไม่รู้ตัว

บางครั้งเราก็เผลอหลุดพฤติกรรมที่ไม่น่ารักออกมา และแน่นอนว่า ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ในส่วนนี้ได้รวดเร็วไม่แพ้กันค่ะ

6. การใช้ความรุนแรงหรือน้ำเสียงกระแทกกระทั้น

หากเราชอบใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา หรือตะคอกใส่คนในบ้าน ลูกจะเรียนรู้ว่า “การใช้อำนาจและเสียงดัง” คือวิธีเดียวที่จะชนะหรือเรียกร้องความสนใจได้ ซึ่งอาจส่งผลให้เขามีพฤติกรรมก้าวร้าวที่โรงเรียน

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

7. สังคมก้มหน้า 

เรามักบ่นว่าลูกติดแท็บเล็ต แต่ลองเช็กดูสิคะว่าในหนึ่งวันเราถือมือถือต่อหน้าลูกนานแค่ไหน? พฤติกรรม ลูกเลียนแบบพ่อแม่ ที่ติดโซเชียลจะทำให้เขารู้สึกว่าหน้าจอสำคัญกว่าความสัมพันธ์ตรงหน้า

8. การนินทาหรือพูดจาในเชิงลบ

การพูดถึงคนอื่นลับหลังด้วยคำพูดที่ไม่ดี หากลูกได้ยินบ่อยๆ เขาจะซึมซับทัศนคติที่ตัดสินคนอื่น และอาจกลายเป็นเด็กที่มีนิสัยชอบจับผิดเพื่อนๆ

9. การโกหกสีขาว

“บอกป้าเขาไปนะว่าแม่ไม่อยู่บ้าน” แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ลูกจะได้รับแมสเสจว่า “การโกหกเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ถ้ามันสะดวก” ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการไม่พูดความจริงในเรื่องที่ใหญ่กว่าในอนาคต

10. การทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลา

การที่พ่อแม่เครียดเรื่องงานตลอดเวลาจนไม่มีรอยยิ้มให้ลูก ลูกจะเลียนแบบความเครียดนั้น และอาจเติบโตมาพร้อมกับความกดดันว่าชีวิตต้องมีแต่การแข่งขันจนลืมความสุขระหว่างทาง

 

คุณพ่อคุณแม่ควรเป็น “กระจกที่ใสสะอาด”

ไม่มีพ่อแม่คนไหนสมบูรณ์แบบ แต่เราปรับปรุงได้ เมื่อรู้แล้วว่า ลูกเลียนแบบพ่อแม่ในทุกย่างก้าว สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การพยายามสมบูรณ์แบบ 100% เพราะนั่นเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่ควรทำ คือ การมีสติในทุกการกระทำ

  • ยอมรับผิดเมื่อพลาด: ถ้าเผลอหลุดพูดคำหยาบหรือโมโหใส่ลูก ให้เข้าไปขอโทษและอธิบายว่า “แม่ขอโทษนะคะที่เมื่อกี้ใช้เสียงดัง แม่กำลังโกรธแต่แม่ไม่ควรทำแบบนั้น” นี่คือการสอนเรื่องความรับผิดชอบที่ดีที่สุด
  • ใช้พลังของการกระทำ: แทนที่จะสอนลูกว่า “หนูห้ามโกหกนะ” ให้เปลี่ยนเป็นการแสดงความซื่อสัตย์ให้ลูกเห็นในชีวิตประจำวัน
  • สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี: จงมอบสิ่งที่ดีให้ลูกเลียนแบบ เริ่มต้นที่การดูแลจิตใจของพ่อแม่ให้แจ่มใส เพื่อส่งต่อพลังงานดีๆ ให้ลูก

พฤติกรรมที่ลูกเลียนแบบพ่อแม่ คือเครื่องเตือนใจอย่างดีว่า “เรากำลังปั้นคนคนหนึ่งขึ้นมาด้วยการกระทำของเราเอง” ในฐานะคุณพ่อคุณแม่ เราอาจจะไม่ต้องเป็นคนเก่งที่สุด แต่การพยายามเป็นต้นแบบที่มีความสุข มีคุณธรรม และรู้จักจัดการอารมณ์ คือบทเรียนที่มีค่ามากกว่าวิชาการใดๆ ที่ลูกจะได้รับ

คุณอยากเห็นลูกเติบโตไปเป็นคนแบบไหน จงเริ่มเป็นคนคนนั้นให้ลูกเห็นตั้งแต่วันนี้

 

ที่มา: Spirit Science

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลูกเอาแต่เล่นของเดิม ทำไมถึงดีต่อสมอง? เข้าใจ “การเล่นซ้ำ” ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

“คลิปสั้น” อันตรายนะรู้ไหม? ผลกระทบลึกถึงระดับโครงสร้างสมอง

ถามถูกจุด ลูกฉลาดได้จริง: เคล็ดลับ ตั้งคำถามกระตุ้นสมองตามวัย