TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดบ้านต้อนรับคู่รักที่มีภาวะมีบุตรยาก ชวนทำความรู้จัก คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก ที่พร้อมให้บริการแบบ One Stop Service

บทความ 8 นาที
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดบ้านต้อนรับคู่รักที่มีภาวะมีบุตรยาก ชวนทำความรู้จัก คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก ที่พร้อมให้บริการแบบ One Stop Service

ปัจจุบันไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก นอกจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบแข่งขันกับเวลาจนเป็นปกติแล้ว หนุ่มสาวยุค 2023 ยังครองชีวิตโสด แต่งงานช้า และต้องการสร้างรากฐานชีวิตให้มั่นคงก่อนที่จะตัดสินใจมีลูกสักคน ทำให้กว่าจะพร้อมมีบุตรได้ สุขภาพและอายุอานามก็เข้าข่ายผู้มีบุตรยากไปเสียแล้ว

ภาวะมีบุตรยาก กลายเป็นปัญหาใหญ่ของคู่แต่งงานในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคม ค่านิยม รวมถึงความพร้อมทางด้านการเงินของคู่สมรสในวัยทำงาน ส่งผลให้ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก ประสบปัญหาโครงสร้างประชากรที่มีคุณภาพลดลงอย่างต่อเนื่อง

ด้วยปัจจัยต่าง ๆ ที่นำมาสู่ภาวะมีบุตรยากของกลุ่มประชากรที่มีคุณภาพ และมีความพร้อมต้องการมีบุตรนี้เอง ทำให้คู่รักหลายคู่ที่มีแนวโน้มของภาวะมีบุตรยากหันมาฝากความหวังไว้กับ คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก ซึ่ง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คือ หนึ่งในทางเลือกอันดับต้น ๆ ที่ช่วยให้คู่สมรสประสบความสำเร็จในการมีบุตร ด้วยเทคโนโลยีด้านการเจริญพันธุ์ที่ทันสมัยและครบวงจร พร้อมดูแลตลอดทุกขั้นตอนด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน ส่งผลให้มีอัตราความสำเร็จ (Success Rate) ของการทำ IVF สูงถึง 90%    

จากอัตราความสำเร็จในการทำ IVF ที่สูงมากนี้เอง theAsianparent จึงอยากพาคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการมีบุตร หรือผู้ที่มีแนวโน้มมีบุตรยาก ไปทำความรู้จักกับ คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้มากขึ้น ผ่านกิจกรรม Open House: ‘Miracle of Life’ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา 

 

Open House: Miracle of Life

 

นำทีมเปิดบ้านต้อนรับคุณพ่อคุณแม่ผู้ต้องการมีบุตร และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากหลากหลายวงการ โดยผู้บริหารและทีมสูติแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชพันธุศาสตร์ ทั้ง 6 ท่าน ได้แก่ 

 

คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

 

  • ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
  • รศ. นพ. นพดล สโรบล หัวหน้าศูนย์สูติ-นรีเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 
  • รศ. นพ. ชาติชัย ศรีสมบัติ สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และการผ่าตัดด้วยกล้อง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 
  • พญ. ณหทัย ภัคธินันท์ สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 
  • ผศ. พญ. ชนัญญา ตันติธรรม สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 
  • ผศ. นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ และเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีสุดทันสมัย ทีมสหสาขาวิชาชีพผู้ชำนาญการครบทุกด้าน พร้อมให้บริการภายใต้กรอบจริยธรรมแบบ One Stop Service

 

การมองหาคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการมีบุตรไม่ใช่แค่ให้ความสนใจเฉพาะเรื่องของค่าใช้จ่ายและอัตราความสำเร็จเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คู่รักที่ต้องการมีโซ่ทองคล้องใจจำเป็นต้องมองภาพรวมให้ครบตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ได้แก่ การให้คำปรึกษาและวางแผนมีบุตร การตรวจสุขภาพคู่สมรส การตรวจความสมบูรณ์ของระบบสืบพันธุ์ การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมก่อนตั้งครรภ์ การเก็บรักษาไข่และอสุจิ การทำเด็กหลอดแก้ว การดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ การคลอด และการดูแลสุขภาพของคุณแม่และทารกหลังคลอด ซึ่งถ้าหากเป็นคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากที่ไม่ได้ให้บริการแบบครบวงจร ขาดความพร้อมด้านเครื่องมือ และทีมสหวิชาชีพผู้ชำนาญการ เมื่อเกิดปัญหาในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งอาจทำให้ผู้ที่ต้องการมีบุตรมีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ลดลง หรือสร้างกระทบด้านสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยในระยะยาว

สำหรับ คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นหนึ่งในศูนย์ของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่มีประสบการณ์ในการช่วยให้คู่รักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งโซนเอเชีย และตะวันออกกลางประสบความสำเร็จในการมีบุตร โดยมีอัตราการประสบความสำเร็จจากการทำ IVF หรือ เด็กหลอดแก้ว ในปี พ.ศ. 2563 – 2565 เฉลี่ยสูงถึง 90% ในกลุ่มคุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี เรียกได้ว่าเป็นคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือต่าง ๆ มากที่สุดแห่งหนึ่ง 

 

คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

 

และที่สำคัญ มีทีมสหสาขาวิชาชีพผู้ชำนาญการ ให้การดูแลคุณแม่และลูกน้อยอย่างดีที่สุดครบทุกด้าน ได้แก่

 

ทีมสหสาขาวิชาชีพผู้ชำนาญการ คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

 

  • นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist)  
  • แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ 
  • แพทย์สูตินรีเวชผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ที่สามารถผ่าตัดผ่านกล้องได้
  • แพทย์ผู้ชำนาญการด้านพันธุศาสตร์ 
  • แพทย์ผู้ชำนาญการด้านระบบทางเดินปัสสาวะ 
  • จิตแพทย์ 
  • พยาบาลผู้ชำนาญด้านภาวะการเจริญพันธุ์ (Infertility nurse practitioner) 
  • พยาบาลผู้ชำนาญการด้าน IVF ที่ช่วยให้คำปรึกษาผู้ป่วย (Nurse Navigator IVF) 
  • เภสัชกร
  • แพทย์ผู้ชำนาญด้านมารดาและทารกในครรภ์ (Maternal fetal medicine) 
  • ทีมบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด (NICU)

 

ทีมแพทย์และบุคลากรผู้ชำนาญการ

 

ทีมแพทย์และบุคลากรผู้ชำนาญการทุกท่าน พร้อมให้การดูแลคุณแม่และทารกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนและหลังการทำ IVF โดยให้คุณพ่อและคุณแม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากที่สุด ตลอดจนให้การดูแลสุขภาพของคุณแม่และทารกภายหลังคลอดให้เกิดรอดปลอดภัย มีสุขภาพที่ดีและสมบูรณ์ที่สุด

 

ทีมบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด (NICU)

 

ปัญหา สาเหตุ และแนวทางการรักษาภาวะมีบุตรยาก

 

รศ. นพ. ชาติชัย ศรีสมบัติ สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และการผ่าตัดด้วยกล้อง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

รศ. นพ. ชาติชัย ศรีสมบัติ สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และการผ่าตัดด้วยกล้อง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้อธิบาย ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) ว่า คือการที่คู่รักซึ่งต้องการมีบุตรพยายามมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติตามคำแนะนำของแพทย์ คือ มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง โดยไม่มีการคุมกำเนิดนานกว่า 1 ปีขึ้นไป และฝ่ายหญิงยังไม่เกิดการตั้งครรภ์ อีกกรณีหนึ่ง คือ ฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่า 35 – 40  ปีขึ้นไป หรือมีความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ หรือฝ่ายชายกำลังประสบปัญหาด้านการเจริญพันธุ์ที่ส่งผลกระทบต่อการมีบุตร

การรักษาภาวะมีบุตรยาก จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ด้านของคู่รัก เช่น ข้อจำกัดด้านสุขภาพ พันธุกรรม และพฤติกรรมของ ฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่าย ซึ่งทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการเจริญพันธุ์จะให้คำแนะนำร่วมกับคุณพ่อคุณแม่เพื่อวางแผนการมีบุตร โดยจะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เมื่อได้วิธีที่เหมาะสมแล้วก็จะทำการรักษาร่วมกับการใช้เทคโนโลยีด้านการเจริญพันธุ์ที่ทันสมัยเพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงยิ่งขึ้น 

 

การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) มีขั้นตอนอย่างไร เทคโนโลยีอะไรที่ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จได้สูงขึ้น

 

พญ. ณหทัย ภัคธินันท์ สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

พญ. ณหทัย ภัคธินันท์ สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้อธิบาย ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF (In-vitro Fertilization) ว่า เป็นการปฏิสนธิภายนอกร่างกายด้วยการนำไข่และอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกว่ามีความสมบูรณ์ที่สุดมาผสมกันให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกายในห้องปฏิบัติการ หลังจากขั้นตอนการเลี้ยงและควบคุมคุณภาพตัวอ่อน และติดตามดูไข่ที่ผ่านการปฏิสนธิ 3 – 5 วัน จากนั้นทำการแช่แข็งตัวอ่อนไว้ก่อน บางรายแพทย์นำตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปในโพรงมดลูกเลย รวมไปถึงนำตัวอ่อนมาตรวจโครโมโซมในรายที่มีข้อบ่งชี้ ซึ่งกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วใช้เวลาประมาณ 4 – 8 สัปดาห์ หลังการย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูก 9 – 12 วัน แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาตรวจเลือด เพื่อทดสอบการตั้งครรภ์อีกครั้ง

 

ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF (In-vitro Fertilization) คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

 

โดยอัตราการทำเด็กหลอดแก้วที่ประสบความสำเร็จมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากเทคโนโลยีด้านการเจริญพันธุ์ที่ก้าวหน้าไปมาก ได้แก่ 

  • การตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อน (Preimplantation Genetic Screening หรือ PGT-A) ช่วยในการคัดกรองตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมปกติ 
  • การตรวจวิเคราะห์โรคทางพันธุกรรมของตัวอ่อนของเด็กหลอดแก้ว (IVF) ในกรณีที่พ่อหรือแม่มียีนผิดปกติที่เป็นโรค (Preimplantation Genetic diagnosis, PGT-M, PGT-SR) โดยการสุ่มดูดเซลล์ของตัวอ่อนที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วมาตรวจวิเคราะห์หาความผิดปกติทางพันธุกรรมก่อนย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกของคุณแม่ 
  • การเจาะช่วยในการฟักตัวของตัวอ่อน (Assisted Hatching หรือ AH) เป็นเทคโนโลยีการใช้เลเซอร์หรือเอนไซม์ ช่วยทำให้เปลือกของตัวอ่อนบางลง เป็นการเปิดรูให้ตัวอ่อนฟักตัวออกมาได้ง่ายขึ้น เป็นขั้นตอนที่ต้องทำภายในห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้สูงขึ้น

 

ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน

 

นอกจากนี้อุปกรณ์ที่ทันสมัย อย่างตู้เลี้ยงตัวอ่อนแบบ Embryoscope เป็นตู้เลี้ยงตัวอ่อนแบบพิเศษที่มีการติดตั้งกล้องจุลทรรศน์ และมีระบบถ่ายภาพต่อเนื่องด้วย Time-lapse system (TLS) ในตัว ช่วยให้สามารถติดตามการเติบโตของตัวอ่อน และประเมินคุณภาพของตัวอ่อนผ่านจอแสดงภาพ ร่วมกับซอฟต์แวร์ที่สามารถช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพเพื่อนำมาฝังตัวในโพรงมดลูก โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อตัวอ่อน และเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์สำเร็จสูงขึ้นอีก 20%

 

การทำ IVF เพิ่มโอกาสเกิดครรภ์เสี่ยง เมื่อเทียบกับการตั้งครรภ์ธรรมชาติ จริงหรือ?

 

ปัจจุบันมีทารกทั่วโลกกว่า 7 ล้านคนที่เกิดจากการทำ IVF ซึ่งยังไม่พบว่ามีความผิดปกติที่มากไปกว่าการตั้งครรภ์แบบธรรมชาติแต่อย่างใด ในทางการแพทย์ถือว่าสตรีที่มีบุตรยากจัดอยู่ในกลุ่มของผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์และมีภาวะมีบุตรยากจะได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้ชำนาญการอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะช่วยลดในเรื่องของครรภ์เสี่ยงลงได้มากขึ้น

 

ทีมสูตินรีแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารก

 

นอกจากนี้หากคุณแม่มีภาวะครรภ์เสี่ยงในขณะที่ทารกยังอยู่ในครรภ์ก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะจะมีทีมสูตินรีแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกให้การดูแล โดยจะทำงานร่วมกับทีมบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด (NICU) ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงมาก ซึ่งจะเข้ามาช่วยวางแผน ให้คำปรึกษา และดูแลทารกหลังคลอดอย่างใกล้ชิด

 

ทีมบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด (NICU)

 

คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ ตรวจยีนก่อนตั้งครรภ์ ป้องกันการส่งต่อโรคร้ายทางพันธุกรรมให้ลูกรักได้

 

ตรวจยีนก่อนตั้งครรภ์

 

การตรวจยีนก่อนการตั้งครรภ์ โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์พันธุกรรมจะช่วยป้องกันการถ่ายทอดโรคร้ายทางพันธุกรรมไปยังลูกรักได้ โดยสามารถตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมที่อาจทำให้เด็กมีความผิดปกติได้มากกว่า 600 ยีน รวมถึงโรคที่พบบ่อยในคนไทย เช่น โรคธาลัสซีเมีย รวมไปถึงโรคร้ายแรงอื่น ๆ เช่น โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นต้น 

 

ผศ. นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ และเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

ผศ. นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ และเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญ และกระบวนการตรวจยีนคู่สมรสก่อนตั้งครรภ์เพื่อคัดกรองโรคทางพันธุกรรมว่า จะเป็นการพิจารณาการตรวจยีนจากอัตราการเกิดโรคทางพันธุกรรมในเด็กที่สูง ๆ เช่น โรคจากยีนด้อยโครโมโซมเอกซ์ ดาวน์ซินโดรม หูหนวก โรคธาลัสซีเมีย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือโรคและภาวะทางพันธุกรรมอื่น ๆ โดยเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมที่สุด รวมถึงเทคโนโลยี Non-Invasive Prenatal Testing (NIPT) เป็นการเจาะเลือดแม่ในระหว่างตั้งครรภ์เพื่อตรวจดูความผิดปกติทางพันธุกรรมของทารกแทนการเจาะน้ำคร่ำ จึงลดความเสี่ยงต่อการแท้งได้มากขึ้น

 

เทคโนโลยีที่ช่วยในการตรวจวิเคราะห์โรคทางพันธุกรรม

 

การตรวจยีนเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการตรวจวิเคราะห์โรคทางพันธุกรรมที่แฝงอยู่ใน DNA ของเราที่มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ผ่านการตรวจเลือดหรือเก็บตัวอย่างน้ำลาย และทราบผลภายใน 3 – 4 สัปดาห์ ซึ่งการตรวจยีนนั้นเป็นสิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ หรือคู่สมรสใหม่ควรทำเพื่อป้องกันการส่งต่อโรคร้ายแรงที่แอบแฝงเงียบ ๆ อยู่ในตัวเราไปสู่ลูกหลานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประชากรกลุ่มที่แพทย์ฯ แนะนำให้มีการตรวจยีน ได้แก่ 

  • คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนมีบุตร ทั้งที่ครอบครัวเคยมีประวัติ และไม่มีประวัติโรคทางพันธุกรรม 
  • คุณพ่อคุณแม่ที่มีบุตรแล้ว และครอบครัวมีประวัติเป็นโรคทางพันธุกรรม

 

การฝากไข่ ทางเลือกที่น่าสนใจของฝ่ายหญิงที่วางแผนอยากมีลูกในอนาคต

 

ในฝั่งสาว ๆ ที่ยังไม่แต่งงาน หรือยังไม่พร้อมมีบุตรในตอนนี้ ก็มีทางเลือกที่น่าสนใจที่จะช่วยให้สามารถมีบุตรได้ง่ายขึ้น และยังคงได้ทารกที่มีสุขภาพแข็งแรงถึงแม้ก้าวเข้าสู่วัยที่มีบุตรยาก ซึ่งการฝากไข่เป็นการรักษาเซลล์ไข่เอาไว้ในอุณหภูมิต่ำ โดยเซลล์ไข่ดังกล่าวนั้นจะมีคุณภาพดีเหมือนกับช่วงเวลาที่ทำการเก็บไข่แม้เวลาจะผ่านไปมากกว่า 10 ปีก็ตาม

 

ผศ. พญ. ชนัญญา ตันติธรรม สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

ผศ. พญ. ชนัญญา ตันติธรรม สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการฝากไข่และการวางแผนมีบุตรเพิ่มเติมว่า การฝากไข่แต่ละครั้งจะมีการเก็บไข่ให้ได้ 10 – 15 ใบ ต่อการสร้างโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ 1 ครั้ง หลังจากที่นำไข่ออกมาละลายเพื่อใช้ในการปฏิสนธิโอกาสที่ไข่จะอยู่รอดจะสูงประมาณ 90% และเมื่อนำไปปฏิสนธิกับอสุจิจะมีโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ประมาณ 70 – 80%

 

การฝากเซลล์ไข่ และแช่แข็งไข่ คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

 

เลือกฝากไข่ทั้งที ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน เพราะเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและอ่อนไหวมาก

 

การฝากเซลล์ไข่ และแช่แข็งไข่ เป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนและอ่อนไหวมาก นอกจากต้องใช้ทีมแพทย์และสหวิชาชีพที่มีความชำนาญสูงแล้ว สถานที่แช่แข็งไข่ต้องมีความน่าเชื่อถือ เพราะไข่ 1 ชุดสามารถเก็บได้นานกว่า 10 ปี หากคลินิกนั้น ๆ ไม่มีความมั่นคงและปิดตัวไปก่อนก็จะทำให้การฝากไข่ของเราสูญเปล่า 

นอกจากนี้ หากคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากมีทีมห้องผ่าตัด (OR) เพื่อรับมือในกรณีที่เกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งทางคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย (patient safety) เป็นสำคัญสูงสุด จึงมีทีมสนับสนุนเหตุฉุกเฉินตลอดเวลา 

 

คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

 

สำหรับคู่รักที่ต้องการขอรับคำปรึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการมีบุตร หรือตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองภาวะมีบุตรยาก สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โทร. 0-2 011 2364, 0-2 011 2368 สายด่วน 090-972 2609 หรือ 1378 

 

ช่องทางออนไลน์ คลิกที่นี่

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดบ้านต้อนรับคู่รักที่มีภาวะมีบุตรยาก ชวนทำความรู้จัก คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก ที่พร้อมให้บริการแบบ One Stop Service
แชร์ :
  • มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร? ส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?

    มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร? ส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?

  • เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

    เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

  • ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
    บทความจากพันธมิตร

    ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช

  • มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร? ส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?

    มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร? ส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?

  • เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

    เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

  • ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
    บทความจากพันธมิตร

    ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว