คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตเห็นว่า ทารกนอนอ้าปาก แต่ทราบไหมคะว่า การหายใจทางปากของทารกขณะนอนหลับอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ เช่น การติดเชื้อหรือภูมิแพ้ หากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกน้อยได้ค่ะ
สารบัญ
ทำไม ทารกนอนอ้าปาก?
ปกติแล้ว ทารกจะหายใจทางจมูกเกือบตลอดเวลา โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 3-4 เดือน หลังจากนั้นทารกจะเริ่มเรียนรู้และมีกลไกหายใจทางปากได้สมบูรณ์ขึ้นเมื่ออายุมากกว่า 4 เดือน แต่ทำไมบางครั้งเราถึงเห็นลูกน้อยนอนอ้าปาก? การหายใจทางปากในเด็กเล็กอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งบางอย่างอาจเป็นเรื่องปกติ แต่บางอย่างก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ต้องระวัง ได้แก่
- หวัดและภูมิแพ้ เมื่อจมูกของลูกน้อยมีการอุดตันจากน้ำมูก หรือ เยื่อบุโพรงจมูกที่บวมมากขึ้นจากการอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นจากการติดเชื้อหรือได้รับสารกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ ทำให้การหายใจทางปากจะเป็นทางเลือกเดียวที่ช่วยในการหายใจ
- ผนังกั้นจมูกคด หากโครงสร้างภายในจมูกของลูกน้อยผิดปกติ อาจทำให้หายใจทางจมูกลำบาก
- ต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอนซิลโต อวัยวะสองส่วนนี้หากโตผิดปกติอาจไปอุดตันทางเดินหายใจ ทำให้ลูกน้อยต้องหายใจทางปาก
- ความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้า เช่น คางเล็กหรือสั้นกว่าปกติ เป็นต้น
- นิสัย บางครั้งการหายใจทางปากอาจกลายเป็นนิสัย หลังจากที่ลูกน้อยเคยมีอาการหวัดหรือภูมิแพ้
ทารนอนอ้าปาก อันตรายไหม?
การที่ทารกต้องหายใจทางปากแทนจมูก มักสะท้อนว่ามีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ การหายใจทางปากในระยะสั้นอาจไม่เป็นอันตราย แต่หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของใบหน้าและขากรรไกร รวมถึงปัญหาการนอนหลับและการเรียนรู้ของลูกได้
-
ส่งผลต่อใบหน้าและขากรรไกร
เมื่อเด็กหายใจทางปาก กล้ามเนื้อรอบปากและลิ้นจะทำงานแตกต่างจากปกติ ทำให้ตำแหน่งของลิ้นเปลี่ยนไปจากเดิม กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการดูดกลืนก็จะทำงานไม่สัมพันธ์กัน นอกจากนี้ การหายใจทางปากทำให้กระแสอากาศไหลเวียนภายในโพรงอากาศในใบหน้าไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาของกระดูกใบหน้าและขากรรไกร อาจทำให้ใบหน้ายาว คางเล็ก หรือฟันเกได้
-
ส่งผลต่อการขึ้นของฟัน
เมื่อขากรรไกรมีขนาดและรูปร่างผิดปกติ ฟันก็จะไม่มีที่ว่างเพียงพอในการขึ้น ทำให้เกิดปัญหาฟันเก หรือฟันซ้อนกันได้
-
นอนกรน
การหายใจทางปากอาจทำให้เกิดเสียงกรน ซึ่งรบกวนการนอนหลับของทั้งตัวเด็กเองและผู้ดูแล และอาจจะส่งผลรุนแรงถึงขั้นทางเดินหายใจอุดกลั้น
-
ทางเดินหายใจอุดกลั้นขณะนอนหลับ
เมื่อทารกหายใจทางปาก อากาศที่เข้าสู่ปอดอาจไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนล้าและหลับไม่สนิท หรือหากรุนแรงขึ้นอาจจะทำให้มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับได้ (obstructive sleep apnea)
-
ปัญหาสุขภาพในช่องปาก
การหายใจทางปากทำให้ปากแห้ง ขาดน้ำลาย และระคายเคือง ซึ่งอาจทำให้ทารกตื่นบ่อยขึ้น และทำให้แบคทีเรียในช่องปากเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อภาวะฟันผุและเหงือกอักเสบได้ง่ายขึ้น
-
นอนหลับไม่เพียงพอ
ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและสมอง ระบบภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ส่งผลต่อพัฒนาการด้านต่างๆ เช่น การเรียนรู้ การจดจำ และพัฒนาการทางภาษา นอกจากนี้ ยังอาจทำให้ทารกหงุดหงิด งอแง และมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์
สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกน้อยหายใจทางปาก
ลูกน้อยชอบนอนอ้าปาก อาจเป็นสัญญาณว่า ลูกน้อยหายใจทางปาก ทั้งนี้ยังมีอาการอื่นๆ ที่อาจเป็นสัญญาณว่าลูกน้อยหายใจทางปาก ได้แก่
ทารกนอนอ้าปาก แก้ยังไง
เมื่อลูกน้อยมีอาการหายใจลำบากและนอนอ้าปาก อาจมีปัญหาทางเดินหายใจ ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับคำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มีวิธีแก้โดยคุณแม่สามารถดูแลเบื้องต้นที่บ้าน เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก ดังนี้
- เพิ่มความชื้นในอากาศ ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นแบบละอองเย็น เพื่อสร้างไอน้ำ ช่วยให้เสมหะเหลวและหายใจสะดวกขึ้น
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ช่วยลดการอักเสบและทำความสะอาดโพรงจมูก
- ดูดน้ำมูก ใช้ที่ดูดน้ำมูกสำหรับเด็ก เพื่อช่วยดูดน้ำมูกออกจากจมูก
- ให้ลูกน้อยดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้เสมหะเหลวและขับออกได้ง่าย
- รักษาความสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
พฤติกรรมเสี่ยง ที่ทำให้ทารกหายใจทางปาก
การที่ลูกน้อยหายใจทางปากบ่อยๆ อาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง โดยพฤติกรรมบางอย่างอาจส่งผลต่อการพัฒนาของช่องปากและทางเดินหายใจได้ ดังนี้
- การหย่านมแม่จากเต้าเร็วเกินไป การให้นมแม่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อปากและลิ้น ทำให้การหายใจทางจมูกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การหย่านมแม่ก่อนอายุ 3 เดือน อาจส่งผลต่อการพัฒนาของช่องปากและเพิ่มความเสี่ยงในการหายใจทางปาก
- ลิ้นติด ลูกจะดูดนมแม่ได้ไม่เต็มที่ ลิ้นติดส่งผลต่อการดูดนม การกลืน และการพูด นอกจากนี้ ยังอาจทำให้โครงสร้างของช่องปากผิดปกติและอุดตันทางเดินหายใจด้วย
- ดูดนิ้วและจุกนมหลอกเป็นเวลานาน การดูดนิ้วหรือจุกหลอกเป็นเวลานานจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของขากรรไกร ทำให้ขากรรไกรแคบลง เพดานปากสูงขึ้น และส่งผลให้พื้นที่ของโพรงจมูกที่อยู่ด้านบนถูกเบียดให้แคบลงทำให้การหายใจทางจมูกลำบากขึ้นจนต้องอ้าปากช่วย
- การปล่อยให้มีน้ำมูกคั่งค้างนาน เมื่อทารกเป็นหวัดหรือมีภาวะภูมิแพ้ แล้วมีน้ำมูกอุดตันเป็นเวลานานเกินไป ทำให้การหายใจทางจมูกลำบากจึงต้องหายใจทางปากเพื่อช่วย
- สิ่งกระตุ้นที่ที่กระตุ้นภูมิแพ้ในห้องนอนหรือสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้โพรงจมูกบวมและมีการผลิดน้ำมูก นอกจากกนี้อาจส่งผลต่อมทอนซิลโต และอะดีนอยด์โต ต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์ที่โตผิดปกติอาจไปอุดตันทางเดินหายใจ ทำให้ลูกน้อยหายใจลำบากและมีภาวะนอนกรนได้
- ท่านอนที่ผิดสุขลักษณะ ที่อาจจะส่งผลให้ทางเดินหายใจไม่เปิดโล่ง เกิดการอุดกลั้นทางเดินหายใจ
- การปล่อยให้ทารกมีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินเกณฑ์ ซึ่งอาจจะทำให้ทางเดินหายใจแคบจากการที่ไขมันรอบลำคอไปเบียดหลอดลมได้ ทำให้ลูกหายใจลำบากและต้องอ้าปากเพื่อรับอากาศให้มากขึ้น
เมื่อไรควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์
หากลูกน้อยมีอาการดังต่อไปนี้ นอกเหนือจากการหายใจทางปาก ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
- นอนกรนเสียงดัง อาจเป็นสัญญาณของภาวะทางเดินหายใจอุดกลั้นขณะหลับ ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ
- หายใจขณะหลับไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นภาวะที่การหายใจหยุดชะงักเป็นระยะๆ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน
- ปากแห้ง อาจเกิดจากการหายใจทางปากเป็นเวลานาน หรืออาจเป็นสัญญาณของการขาดน้ำ
- หงุดหงิดง่าย อาจเกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ หรือการได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
- เจริญเติบโตช้า อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือโรคเรื้อรังอื่นๆ
หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของลูกน้อยในระยะยาว เช่น
- ปัญหาการเรียนรู้ การขาดออกซิเจนอาจส่งผลต่อการพัฒนาสมองและการเรียนรู้
- ปัญหาพฤติกรรม อาจทำให้เด็กหงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว หรือมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์
- โรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ทารกนอนอ้าปาก เป็นสัญญาณหนึ่งของปัญหาสุขภาพที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างทันท่วงทีนะคะ
ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สุธิดา ชินธเนศ
กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต
ที่มา : WebMD , TopLineMD , โรงพยาบาลวิมุต
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
5 ขั้นตอน วิธีทำให้ทารกหยุดร้องไห้ ภายใน 10 วินาที
พัฒนาการทารก 1 – 12 เดือน พัฒนาการที่สำคัญของลูกน้อยแต่ละเดือน มีอะไรบ้าง?
ลูกบิดตัวบ่อย หลับไม่สนิท ปกติไหม แก้อาการลูกบิดตัวยังไงดี