แม่ช็อก! อวดคลิปลูกสาว แต่ชาวเน็ตทัก "ลูกเสี่ยง ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำ"

แม่อวดคลิปลูกสาว 10 ขวบ แต่ชาวเน็ตทัก "เด็กป่วย" ท่ายืนผิดปกติ นี่คือสัญญาณอันตรายของ ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คนเป็นแม่ทุกคน ย่อมมีความสุขและภาคภูมิใจเมื่อเห็นลูกน้อยเติบโต มีพัฒนาการที่ดี และสามารถพึ่งพาตัวเองได้ แต่บางครั้งความภูมิใจนั้นอาจทำให้เราเผลอมองข้าม “ความผิดปกติ” บางอย่างของสรีระลูกไป เหมือนกับเรื่องราวอุทาหรณ์ไวรัลที่กำลังเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์เรื่องนี้ ที่ลูกอาจมีความเสี่ยง ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำ (Anterior Pelvic Tilt) ค่ะ

 

อุทาหรณ์! แม่อวดคลิปลูกสาว แต่ชาวเน็ตทัก “ลูกเสี่ยง ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำ”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ชาวจีนรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวิดีโอของลูกสาววัย 10 ขวบ ที่กำลังยืนเป่าผมในห้องน้ำด้วยตัวเอง คุณแม่โพสต์คลิปนี้พร้อมระบุข้อความด้วยความภูมิใจว่า ลูกสาวคนนี้เก่งมาก สามารถพึ่งพาตัวเอง อาบน้ำและสระผมเองได้ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

แต่ทิศทางของคอมเมนต์กลับไม่ได้เป็นไปตามที่คุณแม่คาดหวัง แทนที่จะมีคนชื่นชมความเก่งของเด็กน้อย ชาวเน็ตหลายคนกลับสังเกตเห็นท่ายืนผิดปกติในเด็กจากสรีระของเด็กหญิงในคลิป ในขณะที่เด็กหญิงกำลังยืน หน้าท้องของเธอยื่นออกมาด้านหน้ามากผิดปกติ ในขณะที่ช่วงสะโพกและก้นก็งอนโค้งไปด้านหลังจนผิดธรรมชาติ ถึงขั้นมีบางคอมเมนต์บอกว่า “งอนจนแทบจะวางขวดน้ำบนก้นได้เลย” แม้ว่าเด็กจะไม่ได้มีภาวะน้ำหนักเกินก็ตาม

ชาวเน็ตที่มีความรู้ได้เข้ามาเตือนสติว่า นี่คือสัญญาณเตือนของภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปข้างหน้า (Anterior Pelvic Tilt) ซึ่งดูจากในคลิปแล้วเข้าข่ายขั้นรุนแรงที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้จนเด็กโต การปรับสรีระเด็กจะทำได้ยากขึ้น

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ขอบคุณภาพจาก SOHA

 

ทำความรู้จักภัยเงียบ ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำ (Anterior Pelvic Tilt) 

จากข่าวนี้ คุณแม่หลายท่านอาจจะเริ่มหันกลับไปมองสรีระของลูกน้อยที่บ้าน อาการก้นงอน หลังแอ่น พุงยื่น ไม่ใช่ลักษณะของเด็กที่หุ่นดีแต่อย่างใด แต่มันคืออาการผิดปกติที่เรียกว่า ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปข้างหน้า หรือ Anterior Pelvic Tilt (APT)

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อกระดูกเชิงกรานมีการหมุนหรือเอียงตัวไปด้านหน้า ทำให้ส่วนหน้าของกระดูกเชิงกรานตกลงต่ำ และส่วนหลังยกตัวสูงขึ้น การเอียงเช่นนี้จะดึงให้กระดูกสันหลังส่วนล่างแอ่นโค้งมากผิดปกติ (Hyperlordosis) ดันให้ก้นดูงอนเด้งไปด้านหลัง และในขณะเดียวกัน กล้ามเนื้อหน้าท้องก็จะถูกยืดออก ส่งผลให้ลูกพุงป่องทั้งที่ไม่อ้วน หรือหน้าท้องยื่นออกมาด้านหน้า

 

สาเหตุที่ทำให้ลูกมี ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำ 

ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำ เป็นความผิดปกติทางสรีระที่พบได้บ่อยมาก โดยพบในผู้หญิงถึง 75% และผู้ชาย 85% สาเหตุหลักมักมาจากพฤติกรรมและความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ ดังนี้

  • พฤติกรรมเนือยนิ่ง และการนั่งนานเกินไป: การที่ลูกนั่งเรียน หรือนั่งเล่นเป็นเวลานานๆ ทำให้กล้ามเนื้อสูญเสียความสมดุล
  • กล้ามเนื้อหน้าขางอสะโพก ตึงและหดสั้น: เมื่อนั่งนานๆ กล้ามเนื้อบริเวณนี้จะตึงและดึงกระดูกเชิงกรานให้คว่ำลงไปด้านหน้า
  • กล้ามเนื้อหน้าท้องและก้นอ่อนแรง: เมื่อกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อก้น ที่คอยดึงกระดูกเชิงกรานให้อยู่ในแนวตรงเกิดความอ่อนแรง ก็จะไม่สามารถต้านทานแรงดึงจากหน้าขาที่ตึงตัวได้

นอกจากนี้ ในโลกออนไลน์ยังมีความเชื่อผิดๆ ที่ว่ารูปร่างหน้าตา หรือการมีก้นที่ดูใหญ่และงอน เป็นสัญญาณของโรคออทิสติก (Autism) หรือสมาธิสั้น (ADHD) ซึ่งจิตแพทย์ยืนยันว่า ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่เชื่อมโยงรูปร่างเข้ากับออทิสติกหรือสมาธิสั้น อาการพุงยื่นและก้นงอนนี้ เกิดจาก ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปข้างหน้า เท่านั้น ซึ่งเป็นปัญหาด้านระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ผลกระทบอันตราย หากปล่อยทิ้งไว้

หากคุณแม่ปล่อยให้ลูกมี ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปข้างหน้า โดยไม่ได้รับการแก้ไข จะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ได้แก่

  • ปวดหลังส่วนล่าง: กระดูกสันหลังที่แอ่นผิดรูป จะทำให้เกิดอาการปวดหลัง และอาจมีอาการเจ็บแปล๊บๆ บริเวณระหว่างซี่โครงกับกระดูกเชิงกราน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ: ท่าทางที่ผิดปกติจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาออกกำลังกาย และอาจส่งผลเสียต่อหมอนรองกระดูกสันหลัง
  • ปวดข้อสะโพกและขาหนีบ: กล้ามเนื้อหน้าขาที่ตึงเกินไปจะทำให้เกิดอาการปวดที่ขาหนีบ และทำให้กล้ามเนื้อหลังต้นขา (Hamstrings) ถูกยืดออกมากเกินไปจนเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

 

วิธีเช็กง่ายๆ ว่าลูกมี ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำ หรือไม่?

คุณแม่สามารถทดสอบลูกเบื้องต้นที่บ้านได้ด้วยการให้ลูกใส่กางเกงที่คาดเข็มขัด แล้วให้ลูกยืนตามปกติหน้ากระจก หากสังเกตเห็นว่า “หัวเข็มขัดด้านหน้า อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าสายเข็มขัดด้านหลังอย่างเห็นได้ชัด” แสดงว่าลูกอาจกำลังมี ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปข้างหน้า หากพบความผิดปกติ ควรพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการประเมินอย่างละเอียด

 

ขอบคุณภาพจาก boonbua.com

วิธีแก้กระดูกเชิงกรานคว่ำ และท่าออกกำลังกายปรับสรีระ 

ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปข้างหน้า มักจะแก้ไขได้ด้วยการออกกำลังกายเพื่อยืดกล้ามเนื้อที่ตึง และเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง คุณแม่สามารถชวนลูกทำท่าบริหารเหล่านี้ได้ค่ะ

  1. ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าขางอสะโพก: คุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้น ขาอีกข้างตั้งฉาก 90 องศา โน้มสะโพกไปข้างหน้าช้าๆ จนรู้สึกตึงที่หน้าขา ทำค้างไว้ 30 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง แล้วสลับข้าง ท่านี้จะช่วยคลายหน้าขาที่ดึงรั้งกระดูกเชิงกราน
  2. ท่าสะพานโค้ง: นอนหงาย ชันเข่าขึ้น เท้าวางราบ ยกสะโพกขึ้นจนลำตัวและต้นขาเป็นเส้นตรงเดียวกัน เกร็งก้นที่จุดสูงสุด ค้างไว้ 2 วินาที แล้วค่อยๆ ลดตัวลง ทำ 8-12 ครั้ง เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อก้นและต้นขาด้านหลัง
  3. ท่าสควอท: ยืนแยกเท้ากว้างกว่าสะโพกเล็กน้อย ย่อตัวลงดันสะโพกไปด้านหลังเหมือนกำลังนั่งเก้าอี้ โดยให้ต้นขาขนานกับพื้น ค่อยๆ ดันตัวกลับขึ้นมายืนตรง ทำ 10-20 ครั้ง ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อขาทั้งหมด ก้น และหน้าท้อง
  4. ท่าแมลงหงายท้อง: นอนหงาย ชูแขนขึ้น งอเข่าตั้งฉาก 90 องศา ค่อยๆ ลดแขนข้างหนึ่งลงพร้อมเหยียดขาฝั่งตรงข้ามลงใกล้พื้น โดยเกร็งหน้าท้องกดหลังส่วนล่างให้ติดพื้นตลอดเวลา ทำ 10-12 ครั้งต่อข้าง ท่านี้เน้นเสริมความแข็งแรงให้หน้าท้องและแกนกลางลำตัว
  5. ท่าแพลงก์: นอนคว่ำ วางท่อนแขนลงบนพื้น เกร็งหน้าท้องและก้น ยกตัวขึ้นให้ลำตัวตรงเป็นแผ่นกระดาน พยายามค้างไว้ให้นานที่สุด (เป้าหมาย 60 วินาที) ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและแผ่นหลัง

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คุณแม่ต้องหมั่นสังเกตท่ายืนและสรีระของลูกนะคะ เพราะอาการพุงยื่น ก้นงอน อาจไม่ใช่เรื่องน่ารัก แต่เป็นสัญญาณของ ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปข้างหน้า ที่หากปล่อยไว้จะส่งผลเสียต่อร่างกายลูกในระยะยาว การจำกัดเวลาการนั่งหน้าจอ และส่งเสริมให้ลูกเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ คือหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะนี้ค่ะ

 

แหล่งอ้างอิง

SOHASanookBaptist HealthMedical News TodayTheseus

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

ระวัง! ลูกเป็นโรคโตเกินวัย เป็นหนุ่มสาวเร็ว ภัยร้ายที่พ่อแม่สร้าง