TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

7 เรื่องที่เด็กควรรู้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

12 Mar, 2015

อย่าประเมินความสามารถในการเรียนรู้ของลูกคุณต่ำเกินไปนัก อันที่จริงแล้ว คุณสามารถสอนลูกว่าจะจัดการกับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ได้อย่างไรนับตั้งแต่นาทีแรกที่ลูกเดินได้เลยล่ะ เรามี 7 วิธีเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินมาฝากกัน!

1. ไม่มีคำว่าเร็วเกินไป

1. ไม่มีคำว่าเร็วเกินไป

อย่าประเมินความสามารถในการเรียนรู้ของลูกคุณต่ำเกินไปนัก ลูกของคุณสามารถเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยและจัดการกับเหตุฉุกเฉินได้นับตั้งแต่นาทีแรกที่ลูกเดินได้เลยล่ะ เราเคยเห็นเด็กทารกอายุเพียง 17 เดือนที่เรียนรู้เรื่องการอ่านได้มาแล้ว
2. ร้องขอความช่วยเหลือ

2. ร้องขอความช่วยเหลือ

หมายเลขโทรฉุกเฉิน เช่น 191 สร้างขึ้นมาเพื่อให้โทรได้ง่าย ดังนั้นเด็กจึงเข้าใจได้ง่ายมาก เพื่อให้แน่ใจว่าลูกจะไม่เอาหมายเลขฉุกเฉินเหล่านี้ไปโทรเล่น คุณต้องสอนให้ลูกรู้ถึงเรื่องนี้ด้วยความจริงจังเพื่อให้ลูกเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องวินัยไม่ใช่เรื่องเล่นสนุก

นอกจากนี้ โทรศัพท์ไม่ได้เป็นเพียงหนทางเดียวสำหรับการเรียกร้องความช่วยเหลือ ลูกของคุณสามารถร้องตะโกนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนบ้านหรือคนที่ผ่านไปมาได้อีกด้วย
3. เรียนรู้วิธีการกู้ชีพแบบต่าง ๆ

3. เรียนรู้วิธีการกู้ชีพแบบต่าง ๆ

หากคุณอยากสอนให้ลูกรู้จักเรื่องเทคนิคการช่วยชีวิตแบบต่าง ๆ ขั้นตอนแรกของคุณคือการสอนให้ลูกรู้ว่าการหมุนเวียนโลหิตและการหายใจสำคัญต่อการทำงานของร่างกายอย่างไร การรู้ว่าหัวใจทำงานอย่างไรจะช่วยให้ลูกเข้าใจว่าจะจัดการปฏิบัติการกู้ชีพ (ปั๊มหัวใจ) และการสำลักได้อย่างไร
4. สังเกตเหตุฉุกเฉิน

4. สังเกตเหตุฉุกเฉิน

พูดคุยเรื่องสถานการณ์ฉุกเฉินที่เป็นไปได้กับลูกของคุณ แล้วซักซ้อมว่าต้องทำอะไรบ้างในกรณีที่เกิดขึ้นจริง ๆ การสอนให้ลูกรู้จักสังเกตสิ่งผิดปกตินับเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากหากคุณมีสมาชิกในครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังและเป็นโรคระยะยาวต่าง ๆ เช่น ภูมิแพ้ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง
5. วางสิ่งจำเป็นไว้ในจุดที่เด็กเอื้อมถึง

5. วางสิ่งจำเป็นไว้ในจุดที่เด็กเอื้อมถึง

ขวดยาของคุณจะมีคำเตือนให้ทำในสิ่งตรงกันข้าม (คือให้เอาไว้ไกลมือเด็ก) แต่เราจะไม่เถียงในเรื่องคำเตือนนั้น เมื่อคุณรู้ว่าคุณต้องใช้ยาอะไรเมื่อลูกคุณป่วย คุณก็จำเป็นต้องให้ลูกได้รู้ด้วยว่ามียาอะไรที่สำคัญสำหรับคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณหรือคู่ของคุณกินหรือใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ (เช่น ยาความดันโลหิต ยาพ่น Ventolin inhalers และอื่น ๆ )

บอกให้ลูกรับรู้เวลาที่คุณกินหรือใช้ยา ค่อย ๆ อธิบายว่ายาเหล่านั้นทำหน้าที่อะไร คอยย้ำให้ลูกเข้าใจว่ายาไม่ใช่ของเล่นหรือขนม ในเหตุฉุกเฉิน ลูกจะได้สามารถช่วยหยิบยาที่คุณต้องการได้
6. หลีกเลี่ยงเลือด

6. หลีกเลี่ยงเลือด

แผลที่เปิดออกสามารถนำไปสู่การติดเชื้อได้ และสิ่งสุดท้ายที่คุณต้องการคือการที่ลูกของเราเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยอีกชีวิตหนึ่งโดยที่ไม่รู้ทัน คุณต้องแน่ใจว่าลูกรู้ว่าไม่ควรสัมผัสแผลที่เปิดหรือเลือดของใครในขณะที่รอรับความช่วยเหลือ แต่อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์เช่นนั้น เสียงของลูกอาจเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ผู้ประสบเหตุฉุกเฉินวางใจได้ดีที่สุด ดังนั้นให้ลูกอยู่ใกล้กับคนผู้นั้นและคอยพูดคุยด้วยจนกว่าความช่วยเหลือจะไปถึง
7. อย่าเคลื่อนไหวผู้ป่วย

7. อย่าเคลื่อนไหวผู้ป่วย

เมื่อต้องจัดการกับคนที่หมดสติ นับเป็นเรื่องสำคัญที่ลูกของคุณต้องรู้ว่าไม่ควรขยับคนผู้นั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมจากอาการบาดเจ็บเดิมที่ผู้ประสบเหตุฉุกเฉินผู้นั้นอาจมีอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม คุณก็ควรให้ตัวอย่างสถานการณ์ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตที่ลูกควรพยายามเคลื่อนไหวใครสักคนเพื่อช่วยชีวิตคนผู้นั้น
ถัดไป
img

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • 7 เรื่องที่เด็กควรรู้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
แชร์ :
  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว