TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

10 วิธีจัดการกับปัญหาเมื่อลูกทะเลาะกัน

10 Nov, 2014

เคล็ดลับเหล่านี้เป็นเคล็ดลับในการเลี้ยงดูลูกที่ไม่เพียงช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ทักษะทางสังคมและฝึกฝนให้ลูกรู้วิธีในการจัดการตัวเองเมื่อเจอกับปัญหาความขัดแย้ง แต่ยังช่วยให้คุณไม่ต้องทนกับการทะเลาะหรือโต้เถียงกันเองของลูก ๆ ได้

1. ตั้งกฎ “ไม่ทะเลาะกัน”

1. ตั้งกฎ “ไม่ทะเลาะกัน”

ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุด และคุณสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเลี้ยงลูกได้โดยการตั้งกฎพื้นฐานสำหรับการประพฤติตัวของลูก คุณรู้จักกฎ “ปฏิบัติต่อคนอื่นเช่นเดียวกับที่คุณอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อคุณ” หรือไม่ คุณสามารถที่จะตั้งกฎของคุณที่คล้ายกับกฎต่าง ๆ ด้านล่างนี้ได้:

1.1 รักพี่น้องของตัวเองเสมอ
1.2 ทำให้ห้องตัวเองสะอาดและเป็นระเบียบอยู่เสมอ
1.3 ทำความสะอาดสิ่งของหลังจากใช้งานและเอากลับไปไว้ที่ที่มันควรอยู่
1.4 ไม่ทะเลาะกัน ไม่กัดกัน ไม่ถ่มน้ำลายใส่กัน ไม่สาปแช่งกัน
1.5 เคารพในทรัพย์สินของผู้อื่น ฯลฯ
คุณสามารถสร้างกฎเหล่านี้กับลูก ๆ ของคุณได้ ให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมและให้เขาได้เป็นเจ้าของกฎของตัวเอง เมื่อพวกเขารู้สึกว่าตนเองได้รับอำนาจและเป็นเจ้าของกฎของตัวเอง นั่นจะทำให้พวกเขาสามารถปฏิบัติตามกฎที่คุณตั้งได้ง่ายขึ้น คุณอาจพูดคุยและอธิบายกฎที่คุณได้สร้างขึ้นให้พวกเขาฟัง ให้ลูกพิมพ์กฎเหล่านี้และเอาไปติดตามที่ต่าง ๆ ที่ทุกคนมองเห็น เช่น ที่ตู้เย็น หากมีลูกคุณบางคนยังอ่านกฎเหล่านี้ไม่ออก ก็ไม่เป็นไร เขาอาจแกล้งทำเป็นอ่านออกเพราะเขาต้องรู้กฎเหล่านี้ด้วยความรู้สึกของเขาเอง
2. มีความสม่ำเสมอ

2. มีความสม่ำเสมอ

อย่าให้อารมณ์ของคุณตัดสินสิทธิในการปฏิบัติตามกฎเหล่านี้ ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยหรือยุ่งมากแค่ไหน หากมีการละเมิดกฎ คุณจะต้องเข้าไปอบรมสั่งสอนลูกที่เกี่ยวเนื่องกับการละเมิดกฎนั้น ๆ หากคุณไม่เข้มงวดในเรื่องการทำผิดกฎเหล่านี้ มันจะทำให้ลูกรู้สึกว่าพวกเขาสามารถทำผิดกฎได้ในบางครั้ง
3. ให้ความสนใจพวกเขา (ไม่ใช่ในขณะที่พวกเขากำลังทะเลาะกัน)

3. ให้ความสนใจพวกเขา (ไม่ใช่ในขณะที่พวกเขากำลังทะเลาะกัน)

คุณจำประประโยคนี้ได้หรือไม่? “ถึงรึยัง?” เมื่อสมาชิกในครอบครัวอยู่ในระหว่างการเดินทางที่กินเวลานาน เด็ก ๆ ก็จะเริ่มกวนใจพ่อแม่ด้วยคำถามนี้ พวกเขาจะเริ่มด้วยอาการหงุดหงิด เถียงกัน และทะเลาะกันในที่สุด พฤติกรรมเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นหากคุณพูดคุยกับลูกหรือพาลูกเล่นเกมส์ในระหว่างการเดินทาง

เด็กที่รู้สึกถึงความรัก การดูแล และความเอาใจใส่ที่เพียงพอจากพ่อแม่นั้นมักจะทะเลาะกันน้อยกว่า ไม่ว่าจะอยู่ในรถหรืออยู่ที่บ้าน คุณก็ควรให้ความสนใจพวกเขาอยู่เสมอ ก็อย่างที่รู้กันว่าเด็กทะเลาะกันเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคุณ (ถึงแม้ว่าคุณอาจไม่ให้พวกเขา) หากคุณมีลูกมากกว่าหนึ่งคน คุณควรเป็นหนึ่งใน “แก๊งค์” ของพวกเขา และแบ่งเวลาเพื่อเล่นเป็นเพื่อนลูกโดยไม่ได้ทำตัวเป็นพ่อหรือแม่สักพัก และมันอาจจะดีกว่าด้วยหากคุณสามารถที่จะให้เวลาและความใส่ใจกับลูกแต่ละคน บอกรักเขาเสมอ กอดเขาให้มากเท่าที่คุณมีโอกาส
4. สอนให้ลูกสื่อสารได้อย่างเหมาะสม

4. สอนให้ลูกสื่อสารได้อย่างเหมาะสม

จงจำไว้ว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นจากขาดการสื่อสารที่เหมาะสม หรือขาดการสื่อสารกัน การสื่อสารกันได้อย่างเหมาะสมเป็นคุณสมบัติของผู้นำที่ดี แม้กระทั่งในหมู่เด็กด้วยกัน เขาจะแสดงความเป็นตัวเขาเอง เด็กสามารถโน้มน้าวและชักจูงพี่หรือน้องให้ออกจากสถานการณ์ความขัดแย้งได้ การที่เขาไม่สามารถแสดงความเป็นตัวเองออกมาได้จะทำให้เขาเกิดความหงุดหงิดและทะเลาะกับคนอื่นได้
5. สอนให้เด็กรู้จักเห็นใจคนอื่น

5. สอนให้เด็กรู้จักเห็นใจคนอื่น

การสอนนี้เป็นการสอนให้ลูกคุณมี “ความรู้สึก” เมื่อลูกพูดว่า “หนูเกลียดพี่” คุณควรอธิบายให้เขาฟังว่าการเกลียดนั้นแตกต่างจาก “ความโกรธ” คุณอาจบอกลูกว่า “ลูกไม่ได้เกลียดพี่หรอก ลูกรักพี่ แต่ลูกแค่โกรธพี่ที่เขาแย่งของเล่นลูกเท่านั้นเอง” นี่เป็นวิธีการแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจในความรู้สึกของลูกน้อย ลูกจะรู้สึกขอบคุณที่คุณเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไร และนี่จะกลายเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความเห็นอกเห็นใจของลูกที่มีต่อคนอื่น

คุณอาจอธิบายให้ลูกฟังว่าเด็กคนอื่นรู้สึกอย่างไร “แม่คิดว่าเขาคงรู้สึกแย่มากแน่ ๆ เลย เพราะเขาร้องไห้ด้วย มันคงจะดีถ้ามีใครปลอบใจเขา” และหากลูกคุณสามารถที่จะปลอบใจคนอื่นได้ นั่นแสดงว่าเขาสามารถหยุดคิดทบทวนได้เมื่อเขารู้สึกว่าอยากจะทำร้ายคนอื่น
6. สอนความคิดเรื่อง “ทุกฝ่ายได้ประโยชน์” ให้กับลูก

6. สอนความคิดเรื่อง “ทุกฝ่ายได้ประโยชน์” ให้กับลูก

อาจเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้ลูกได้เข้าใจว่าโลกไม่ได้หมุนรอบตัวพวกเขา ดังนั้น การสอนให้ลูกรู้จักเจรจาและประนีประนอมนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในบทเรียนที่คุณสามารถใช้สอนลูกได้นั่นคือ ลูกจะไม่ได้ทุกอย่างที่ลูกอยากได้ บางครั้งลูกต้องใช้ความพยายามหรือทำบางอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ลูกต้องการ

หากลูกทะเลาะกันเพื่อที่จะได้นั่งที่นั่งหน้าของรถ คุณอาจสอนให้ลูกผลัดเปลี่ยนกันหรือให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสนอบางอย่างเพื่อแลกกับการได้นั่งที่นั่งด้านหน้า
7. สอนให้ลูกรู้คุณค่าของความอดทนและการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

7. สอนให้ลูกรู้คุณค่าของความอดทนและการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

หากทั้งหมดที่กล่าวมาใช้ไม่ได้ผล พวกเขาอาจต้องใช้ความอดทนเพิ่มขึ้นอีกสักเล็กน้อยหรือยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นเพิ่มขึ้น หากคุณตั้งกฎ “รักพี่น้องของตัวเองเสมอ” ความอดทนและการยอมรับในความคิดเห็นของคนอื่นมักเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ คุณสามารถสอนลูกให้รู้จักแบ่งปัน (เช่น แบ่งปันเค้ก) หรือรู้จักให้ นอกจากนี้ เรียนรู้การเจรจา การรู้จักอดทนและยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นนั้นก็เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาควบคู่กันไป
8. อย่าเข้าไปยุ่ง

8. อย่าเข้าไปยุ่ง

อย่าเข้าไปยุ่งการทะเลาะกันของพี่น้องเพื่อที่จะหยุดการทะเลาะเบาะแว้ง ให้พวกเขาจัดการต่อสู้กันเอง เพราะหากคุณยื่นมือเข้าไปยุ่งตลอดเวลา พวกเขาจะต่อสู้กันได้ตลอดเวลาเพราะพวกเขาจะคิดว่าคุณจะอยู่ที่นั่นด้วยเพื่อยุติการทะเลาะกัน พวกเขาจะไม่เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง นี่ฟังดูเหมือนยาก แต่ตราบเท่าที่ไม่มีความอันตรายทางด้านร่างกาย คุณอาจให้พวกเขาได้เรียนรู้ว่าการก่อเรื่องนั้นเป็นอย่างไร หลังจากนั้นคุณก็เตือนพวกเขาให้นึกถึงกฎพื้นฐานที่ไม่ให้มีการทะเลาะกันและบอกให้ลูกแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างด้วยตัวของพวกเขาเอง คุณสามารถตัดสินใจในภายหลังว่าควรมีการ “ลงโทษ” สำหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎหรือไม่ แต่ไม่ควรลงโทษก่อนที่พวกเขาจะมีการทะเลาะกัน

โดยปกติแล้ว สิ่งแรกที่คนเป็นพ่อหรือแม่มักทำคือการถามว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน อย่าทำเช่นนั้น! เพราะมันไม่สำคัญที่ใครเริ่มต้นทะเลาะก่อน ต่างฝ่ายต่างมีส่วนร่วมในการทะเลาะเบาะแว้งครั้งนี้ ดังนั้น ทุกคนต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ แต่ในกรณีที่ลูกคนโตรังแกลูกที่เล็กกว่านั้นคนละเรื่องกัน มันเป็นการรังแก ไม่ใช่การทะเลาะกัน
9. ทำตัวเป็นตัวอย่าง

9. ทำตัวเป็นตัวอย่าง

หากคุณสร้างกฎการ “ไม่ทะเลาะกัน” แต่เด็กเห็นคุณทะเลาะกับสามีหรือภรรยาของคุณ คุณไม่เพียงแต่ไม่ได้ทำตัวให้เป็นตัวอย่าง แต่คุณเองนั่นแหละที่แหกกฎ
10. สร้างความสุขและสนุกสนานในครอบครัว

10. สร้างความสุขและสนุกสนานในครอบครัว

หากคุณสามารถสร้างความสุขและทำให้ครอบครัวสนุกสนานอยู่เสมอ สิ่งอื่น ๆ จะตามมา ลูก ๆ จะไม่ทะเลาะกัน และทุกคนก็จะรักกันมากขึ้น
ถัดไป
img

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • 10 วิธีจัดการกับปัญหาเมื่อลูกทะเลาะกัน
แชร์ :
  • ลูกพร้อมจะมีมือถือหรือยัง? ผู้เชี่ยวชาญแนะ เช็กลิสต์ 5 ข้อ พ่อแม่ต้องดูอะไรบ้าง?

    ลูกพร้อมจะมีมือถือหรือยัง? ผู้เชี่ยวชาญแนะ เช็กลิสต์ 5 ข้อ พ่อแม่ต้องดูอะไรบ้าง?

  • 10 เคล็ดลับการเป็นพ่อแม่ที่เก่งขึ้น ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่เข้าใจลูกมากขึ้นในทุกๆ วัน

    10 เคล็ดลับการเป็นพ่อแม่ที่เก่งขึ้น ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่เข้าใจลูกมากขึ้นในทุกๆ วัน

  • 5 สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพ

    5 สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพ

  • ลูกพร้อมจะมีมือถือหรือยัง? ผู้เชี่ยวชาญแนะ เช็กลิสต์ 5 ข้อ พ่อแม่ต้องดูอะไรบ้าง?

    ลูกพร้อมจะมีมือถือหรือยัง? ผู้เชี่ยวชาญแนะ เช็กลิสต์ 5 ข้อ พ่อแม่ต้องดูอะไรบ้าง?

  • 10 เคล็ดลับการเป็นพ่อแม่ที่เก่งขึ้น ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่เข้าใจลูกมากขึ้นในทุกๆ วัน

    10 เคล็ดลับการเป็นพ่อแม่ที่เก่งขึ้น ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่เข้าใจลูกมากขึ้นในทุกๆ วัน

  • 5 สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพ

    5 สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว