แม่ยอม อุ้มท้อง ลูกไม่สมบูรณ์ เพื่อต่อชีวิตให้คนอื่น

แม่ยอม อุ้มท้อง ลูกไม่สมบูรณ์ เพื่อต่อชีวิตให้คนอื่น

ถึงแม้ว่าลูกในท้องสมบูรณ์ แต่แม่ก็ตัดสินใจอุ้มท้องต่อ เพื่อจุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่

เมื่อหมอตรวจพบว่า ครรภ์ของ แอ๊บบี้ เอเฮิร์น คุณแม่วัย 34 ปี มีความผิดปกติที่ร้ายแรง เนื่องจากทารกในครรภ์มีการพัฒนาของกระโหลกศีรษะไม่สมบูรณ์ ซึ่งหากเด็กเกิดออกมาแล้ว ก็จะมีชีวิตอยู่บนโลกได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่คุณแม่ที่ประสบกับปัญหานี้มักจะจบลงด้วยการยุติการตั้งครรภ์ แต่ แอ๊บบี้ กลับเลือกที่จะทำในสิ่งตรงกันข้าม คือการ อุ้มท้อง ลูกไม่สมบูรณ์

อุ้มท้อง ลูกไม่สมบูรณ์

แม่ยอม อุ้มท้อง ลูกไม่สมบูรณ์ เพื่อต่อชีวิตให้คนอื่น

แอ๊บบี้ตัดสินใจอย่างกล้าหาญที่จะเดินหน้า อุ้มท้อง นี้ต่อ โดยมี โรเบิร์ต สามีคอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง แอ๊บบี้ ผ่านการมีลูกสาวมาแล้วสองคน เธอกล่าวว่า การอุ้มท้องลูกคนนี้ เป็นสิ่งที่อยากที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา เธอและสามีไม่รู้เลยว่า เมื่อถึงเวลา จะมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่กับลูกคนนี้ได้นานแค่ไหน แต่เธอก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อ เพราะเธอต้องการที่จะบริจาคอวัยวะของลูกให้กับชีวิตอื่น ๆ ที่ต้องการ

ไม่นาน แอ๊บบี้ก็ให้กำเนิดลูกสาว โดยตั้งชื่อลูกว่า “แอนนี่” พวกเขาทุกคนได้ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัวเป็นระยะเวลาเพียง 14 ชั่วโมง 54 นาทีเท่านั้นก่อนที่ แอนนี่ จะจากไปอย่างสงบ แต่น่าเสียดาย ที่อวัยวะของแอนนี่ ไม่สามารถนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้อื่นได้ เนื่องจากได้รับออกซิเจนน้อยเกินไป แต่อย่างน้อยลิ้นหัวใจและเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ก็สามารถบริจาคเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยได้ เพราะเซลล์จากเนื้อเยื่อที่มีอายุน้อยจะสามารถเพาะให้เจริญเติบโตได้ดีกว่าเซลล์จากผู้ใหญ่ และการบริจาคเช่นนี้นั้น ก็ไม่ได้มีมากนัก

 

อุ้มท้อง ลูกไม่สมบูรณ์

แม่ยอม อุ้มท้อง ลูกไม่สมบูรณ์ เพื่อต่อชีวิตให้คนอื่น

“แอนนี่ไม่ใช่ของของเราที่จะเก็บเอาไว้คนเดียวได้ เรื่องราวของเธอจะต้องถูกแบ่งปันให้คนได้รู้ และฉันจะทำแบบนั้นต่อไป” แอ็บบี้กล่าว

สภาวะที่ทารกไม่มีกะโหลกศีรษะ เกิดขึ้นจากความผิดปกติของพัฒนาการในขณะตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลให้ร้อยละ 75 ของทารกที่มีภาวะนี้เสียชีวิต เรามาดูกันก่อนว่า ภาวะนี้เป็นอย่างไร

ภาวะทารกไม่มีกะโหลกศีรษะ

เกิดจากมีความผิดปกติพัฒนาการท่อประสาท ไม่มีการปิดท่อประสาทส่วนบน ส่งผลให้ทารกไม่มีกะโหลก ไม่มีสมองส่วนหน้า สมองส่วนที่เหลือ มีรายงานพบอุบัติการประมาณ 1/1,000 ของทารกที่คลอด

ทารกมักจะตาบอด หูหนวก ไม่รับรู้ความเจ็บปวด ไม่รู้สึกตัว อาจมีตาโปนออกมาจากเบ้าตาได้ ร้อยละ 75 มักจะตายคลอด ที่เหลืออาจมีชีวิตอยู่ได้เป็นชั่วโมง เป็นวัน หรือเป็นสัปดาห์ แล้วเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น พบในบุตรเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

สาเหตุที่แท้จริงนั้นไม่ทราบ เชื่อว่าเป็นจากการขาดสารอาหารบางชนิด เช่น โฟเลท วิตามินบี 6 บี 12 และธาตุสังกะสีหรือปัจจัยทางพันธุกรรม มารดามีโรคเบาหวาน ยาบางชนิดที่มีผลต่อโฟลิคเช่น ยากันชัก (valproic acid, antimetabolic drugs)

การวินิจฉัยระหว่างตั้งครรภ์

  1. การเจาะตรวจน้ำคร่ำหรือตรวจเลือดมารดาเพื่อวัดระดับ Alpha fetoprotein ซึ่งจะสูงขึ้นในทารกที่เป็นโรคนี้
  2. ตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง ตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 14 สัปดาห์เป็นต้นไป

การป้องกันภาวะทารกไม่มีกะโหลกศีรษะ

สามารถทำได้โดยรับประทานธาตุโฟลิคทดแทน ขนาด 0.4 มิลลิกรัมต่อวันเพื่อป้องกันโรคเกิดใหม่(ลดได้ร้อยละ 58) และในขนาด 4 มิลลิกรัมต่อวันเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำในรายที่มีบุตรเป็นโรคในครรภ์ก่อน (ลดได้ ร้อยละ 95)

อุ้มท้อง ลูกไม่สมบูรณ์

แม่ยอม อุ้มท้อง ลูกไม่สมบูรณ์ เพื่อต่อชีวิตให้คนอื่น

 

ความผิดปกติของทารกในครรภ์นั้น มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ก็มีสามารถที่จะป้องกัน หรือลดความเสี่ยงได้เช่นกัน โดยการดูแลครรภ์ของคุณแม่ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น

  • การดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์

แม่ท้องที่ติดเหล้าหรือดื่มเหล้ามากขณะตั้งครรภ์  จะทำให้เสี่ยงเกิดการแท้งได้มาก และเด็กตายระหว่างคลอดเพิ่มขึ้น เด็กในครรภ์เกิดอาการที่เรียกว่า ฟีตอลแอลกอฮอล์ซินโดรม (Fetal alcohol syndrome) คือ มีความพิการของส่วนศีรษะ, หน้า, แขน, ขา, และหัวใจ การเจริญเติบโตในครรภ์ช้าผิดปกติ อาจเป็นเด็กปัญญาอ่อน (Mental retardation) เด็กแรกคลอดบางรายจะแสดงอาการขาดเหล้า (Alcohol withdrawal) เช่น มีการร้องกวน ดิ้นและกระวนกระวายตลอดเวลา

  • แม่ท้องสูบบุหรี่

แม่ท้องที่สูบบุหรี่หรือได้รับสารเคมีในบุหรี่ จะทำลายโครโมโซมของทารก   ทำให้ทารกตายแรกคลอด หรือทำให้ทารกเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ มีน้ำหนัก  ส่วนสูง  รอบอกและรอบศีรษะต่ำกว่าเกณฑ์  ระบบประสาท  ระบบการหายใจและหลอดเลือด พบว่า  มีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ภายหลังคลอดทันทีและมีแนวโน้มจะเป็นโรคหอบหืดเมื่อโตขึ้น  มีอาการปวดท้อง  โคลิก (colic) อาเจียน  ท้องเสีย  ลำไส้อักเสบ  กระสับกระส่าย  นอนหลับพักผ่อนน้อย มีอาการเหมือนคนขาดยา  มีความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะแต่กำเนิดและเมื่อโตขึ้นเด็กอาจเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งในระบบต่าง ๆ ภายหลังคลอดทารกยังได้รับสารเคมีผ่านทางน้ำนมแม่อีกถ้าหากแม่ยังไม่เลิกสูบบุหรี่

  • การได้รับยาบางชนิดที่มีผลต่อทารก

ระหว่างที่ตั้งครรภ์แม่ท้องอาจเจ็บป่วย   และจำเป็นต้องใช้ยาบางอย่างรักษา   ยานั้นอาจเป็นพิษต่ออวัยวะของทารกในครรภ์ได้ เช่นคาควินิน ยาแอสไพริน ยาสเตร็ปโตมัยซิน และยาเพนนิซิลิน เป็นต้น  แม่ท้องควรระมัดระวังในการใช้ยาให้มากที่สุด  เพราะยาสามารถซึมผ่านรก ไปยังทารกในครรภ์ได้โดยง่าย  อันตรายที่ร้ายแรงมากในแม่ท้อง  การรับประทานยาที่มีผลทำให้ทารกในครรภ์พิการ โดยเฉพาะระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ และใกล้คลอด  นอกจากนี้ยังมียาอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อทารก  ได้แก่  ยาแก้อาเจียน แพ้ท้อง พวกธาลิโดไมด์ จะมีผลทำให้ทารกคลอดออดมาพิการ แขนขากุด มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด  ยากันชักพวกไฮแดนโทอิน มีผลทำให้ทารกที่คลอดออกมาหน้าแปลก ตัวเล็ก สติปัญญาอ่อน

  • สารเคมีอันตราย

การได้รับสารเคมีบางชนิดขณะตั้งครรภ์   สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ดังนั้น แม่ท้องควรหลีกเลี่ยงการสูดดม  หรือกินสารใด ๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ  เพราะสารที่ได้รับเข้าไปในร่างกายอาจมีผลทำให้ทารกเกิดมามีอาการผิดปกติได้  เช่น

1. แม่ท้องที่ได้รับสารดีบุกจำนวนมากจะมีอัตราการแท้งสูง

2. การได้รับสารปรอทมีผลทำให้ทารกมีอาการพิการทางสมอง มีศีรษะลีบเล็ก ไม่เจริญเติบโต เป็นต้น

3. การที่ได้รับรังสีเอ็กซ์ (X – ray) มากเกินไป จะก่อให้เกิดการเจริญที่ผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ ดังนั้น  หากต้องมีการตรวจรักษาด้วยการเอ็กซ์เรย์  (X – ray)  ต้องแจ้งคุณหมอทราบทุกครั้งว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่เพื่อความปลอดภัยของทารกในครรภ์

ที่มา: Work Point TV

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ทารกในครรภ์โตช้า อันตรายที่แม่ท้องต้องระวัง

7 สิ่งที่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

คู่มือคุณแม่ตั้งครรภ์ เรื่องอะไรบ้างที่คนท้องต้องรู้?

 

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner