แท้งได้ หากแม่ท้องเครียดจัด

lead image

หลายคนเชื่อว่า คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถแท้งได้ ถ้าเครียดมากเกินไป ความคิดนี้เป็นจริงหรือไม่ และมีวิธีลดความเสี่ยงในการแท้งบุตรได้หรือไม่ ดิเอเชี่ยนพาเร้นท์ มีคำตอบให้คุณ

ความเครียดทำให้แท้ง

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่ก็มักทำให้คุณแม่เกิดความกังวลไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เช่น ไม่สบายกินยาได้หรือเปล่า กิจกรรมนี้อันตรายไหม อาหารนี้ปลอดภัยหรือเปล่า เพราะหากคุณแม่ไม่ดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ ก็อาจแท้งบุตรได้

เชื่อหรือไม่? การแท้งบุตรนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด จากสถิติพบว่า คุณแม่ท้องมากถึง 15% ที่ลงเอยด้วยการแท้ง

บทความแนะนำ ไลฟ์สไตล์ของแม่ท้องที่เสี่ยงแท้ง

ความเครียดทำให้แท้งได้หรือไม่?

ความเครียดในชีวิตประจำวันไม่ได้เป็นสาเหตุของการแท้ง งานวิจัยต่างๆ ไม่สามารถระบุความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดปกติของชีวิตสมัยใหม่กับการแท้งได้ เนื่องจาก สาเหตุของการแท้งส่วนใหญ่นั้นไม่แน่ชัด มากกว่าครึ่งหนึ่งของการแท้งบุตรในช่วงไตรมาสแรกที่เกิดจากการผิดปกติของโครโมโซมในไข่และคุณไม่สามารถทำอะไรได้เลย

แต่ความเครียดที่รุนแรงจากปัญหารุนแรงทางการเงิน การหย่าร้าง หรือการเสียชีวิตของคนที่คุณรัก สามารถส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ งานวิจัยระบุว่า คุณแม่ที่เครียดจัดเป็นเวลานานเพิ่มความเสี่ยงของการตายคลอด 80% บางงานวิจัยพบว่า คุณแม่ท้องที่มีระดับความเครียดสูงจะส่งผลให้ลูกมีน้ำหนักแรกคลอดต่ำ คลอดก่อนกำหนด และเพิ่มความเสี่ยงของโรคหอบหืดและโรคภูมิแพ้ในภายหลัง

รู้อย่างนี้แล้ว คุณแม่ท้องต้องพยายามไม่เครียดมากเกินไป จะได้ไม่เป็นอันตรายกับลูกน้อยในท้องนะคะ แต่จะทำอย่างไรล่ะ ถึงจะบรรเทาความเครียดได้ ลองทำตามคำแนะนำต่อไปนี้

  1. ระบายมันออกมา

ถ้ามีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกเครียด ควรระบายมันออกมาให้สามี หรือคนในครอบครัวฟัง การได้ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นในใจจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น หรือหากคุณแม่ได้คุยกับคุณแม่ท้องคนอื่นๆ คุณแม่จะพบว่า คุณแม่ท้องคนอื่นก็มีความรู้สึกแบบเดียวกับคุณแม่เช่นกัน ทำให้คุณแม่ลดความกังวลลงได้

  1. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

การรับประทานผิดประเภทสามารถเพิ่มความเครียดได้ ในทางกลับกันความเครียดและความวิตกกังวลก็มีผลต่อความอยากอาหารของคุณเช่นกัน การรับประทานวิตามิน โอเมกา-3 และแร่ธาตุต่างๆ เพิ่มขึ้นช่วยทำให้คุณแม่อารมณ์ดีขึ้น โดยเฉพาะโอเมกา-3 มีประโยชน์อย่างยิ่งในการลดภาวะซึมเศร้า โอเมกา-3 พบในปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน หรือน้ำมันปลาอื่นๆ ทริปโตเฟนซึ่งพบใน ถั่ว ไก่ ชีส และปลา ช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น โดยช่วยเพิ่มระดับของเซโรโทนิน และเมลาโทนินในสมอง สารเคมีในสมองเหล่านี้จะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีและมีความสุข

  1. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์เป็นการบริหารความเครียดอย่างหนึ่ง การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ดีมากสำหรับแม่ท้อง ช่วยรักษารูปร่างโดยที่ไม่มีแรงกดที่ข้อต่อต่างๆ มากเกินไป หรือหากคุณแม่ไม่สะดวกที่จะว่ายน้ำ คุณแม่อาจเพียงแค่เดินรับอากาศบริสุทธิ์สัก 20 นาที หรือในที่ทำงาน คุณแม่อาจพักเบรกสั้นๆ และเดินไปรอบๆ เพียงไม่กี่นาที ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้

  1. ไปนวด

คุณแม่ท้องสามารถนวดผ่อนคลายได้ ไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ เพียงแต่คุณแม่ต้องบอกให้ผู้นวดทราบว่าคุณแม่กำลังตั้งครรภ์อยู่ค่ะ การนวดบริเวณหลังส่วนล่างจะช่วยลดความเครียด การนวดแบบอโรมาก็ช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายได้เช่นกัน แต่คุณแม่ต้องแน่ใจว่า น้ำมันที่ใช้นั้นปลอดภัยต่อคนท้อง

  1. ทำสมาธิ หรือโยคะ

การทำสมาธิ หรือโยคะเป็นเทคนิคที่ช่วยให้คุณแม่สามารถบรรเทาความเครียดได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน การทำสมาธิช่วยลดฮอร์โมนความเครียดได้ เพียงนั่งในที่เงียบๆ หลับตาและโฟกัสที่ลมหายใจ หายใจเข้าลึกๆ และหายใจออก ทำไหล่ให้ผ่อนคลาย ควรฝึกวันละ 20 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน

  1. น้ำมันลาเวนเดอร์ช่วยให้จิตใจสงบ

คุณสามารถพกน้ำมันลาเวนเดอร์ขวดเล็กๆ ไว้ในกระเป๋าสตางค์และผ่อนคลายไปกับกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์โดยหยดน้ำมันลาเวนเดอร์ลงบนข้อมือ หรือใช้เพียงไม่กี่หยดในการนวดไหล่และคอของคุณ

  1. สร้างพลังด้วยคำพูด

เทคนิคนี้ใช้ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ในการลดความเครียด เพียงคุณต้องหาคำพูด วลี หรือประโยคเด็ดที่จะสร้างพลังให้กับคุณ เมื่อรู้สึกเครียดให้พูดวลี หรือประโยคนั้น เป็นเหมือนคำสั่งง่ายๆ ที่จะวิ่งไปยังสมองของคุณ และมันจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น

ที่มา www.newhealthadvisor.com

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

แม่เครียด มีผลต่อลูก ลึกถึงยีนในสมอง

ลดเครียดในแม่ท้องด้วยดนตรีบำบัด

TAP mobile app

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner