เติมสีสันให้ชีวิตแต่งงาน

lead image

สามีภรรยาในปัจจุบันต้องดิ้นรนเพื่อสร้างฐานะ หลายคู่ทำงานมีรายได้จนซื้อความสุขสบายทางวัตถุได้มากมาย แต่กลับลืมเอาใจใส่ความรู้สึกของคู่ครองตัวเอง บางคู่ทำงานเพลินจนลืมไปว่าคุณแต่งงานเพราะความรักไม่ใช่เพื่อช่วยกันหารายได้ให้มากขึ้นอย่างเดียว ชีวิตแต่งงานยังต้องการความรักความเอาใจใส่ให้มีสีสันอยู่ตลอดเวลา

language of love couple เติมสีสันให้ชีวิตแต่งงาน

เติมสีสันให้ชีวิตแต่งงาน

ของขวัญพิเศษ

คนรักกันไม่ต้องการของขวัญราคาแพงหรือหรูหราเสมอไป สิ่งที่คู่แต่งงานต้องการก็คือความรู้สึกห่วงใยจากคู่ของคุณ อย่าลืมเติมสีสันให้ชีวิตแต่งงานของคุณ

มื้อกลางวันที่แสนโรแมนติก

เวลาอาหารกลางวันคือเวลาที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนรอคอยที่จะได้ใช้เวลาส่วนตัวกับคนรักที่แม้จะเป็นช่วงเวลาแสนสั้นและรีบเร่ง แต่ช่วงเวลาสั้น ๆ กับคนรู้ใจในร้านอาหารน่ารัก ๆ นี่แหละที่ทำให้ชีวิตแต่งงานที่แห้งแล้งมีสีสันสดใสขึ้นมาทันที

ตะลุยราตรี

ถ้าจำไม่ได้ว่าตั้งแต่แต่งงานมีลูกคุณไปเที่ยวกลางคืนด้วยกันเมื่อไหร่แล้วละก็ ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องออกไปหาความสนุกแบบนั้นอีกในเร็ววัน ความสุขที่ได้เลี้ยงดูลูกน้อยทำให้คุณลืมเอาใจใส่ความรู้สึกของคุณทั้งคู่ ความรักที่ยังหลงเหลืออยู่ต้องการการเติมความหวานเหมือนกับต้นไม้ที่ต้องได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อความสดชื่นในชีวิต การไปทานมื้อค่ำในร้านเก๋ ๆ ที่คุณหมายตาไว้สำหรับเวลาพิเศษของคุณ 2 คน หาพี่เลี้ยงเด็กที่ไว้ใจได้มาช่วยดูแลลูกของคุณเพื่อให้คุณและคนรักได้ออกไปหวนรำลึกถึงความหลังว่าเพราะอะไรคุณถึงแต่งงานกัน

หยอดคำหวานแก่กัน

แน่นอนว่าการแสดงออกด้วยการกระทำย่อมชัดเจนกว่าแค่การพูด แต่อย่าลืมว่าการพูดชื่นชมให้กำลังใจกันก็เหมือนการรดน้ำต้นไม้ การพูดหวาน ๆ ทำได้ตลอดเวลาที่เจอหน้ากัน อยู่ด้วยกัน ช่วยเติมเต็มความรู้สึกที่อ่อนล้าของแต่ละคนให้สดชื่นขึ้นมาทันที เช่นไม่มีใครทำไข่เจียวได้อร่อยเท่าคุณเลย เป็นต้น แค่นี้คนฟังก็หัวใจพองโตและจำได้ว่าคุณยอมแต่งงานกับเขาเพราะเขาเข้าใจพูดให้คุณรู้สึกดีและเป็นคนพิเศษตลอดเวลา

ให้ความสำคัญกับสามี/ภรรยาของคุณ

พอมีลูก ไม่พ่อก็แม่หรือไม่ก็ทั้งคู่จะทุ่มเทเวลา ความรักความเอาใจใส่กับลูก จนลืมนึกถึงคนข้าง ๆ ไปเลย ความคิดที่ว่าอยู่มาจนมีลูกด้วยกันแล้วไม่ต้องเอาใจอีกต่อไป เป็นความคิดที่ผิดมาก มันยากที่จะบอกได้ว่าคู่ชีวิตหรือลูกสำคัญกว่ากัน แต่ถ้าคุณต้องการให้ชีวิตแต่งงานยังหวานและมีสีสันอยู่ แม้จะมีลูกแล้วก็ตาม คุณต้องทำให้คู่แต่งงานรู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญของคุณ ถ้าไม่มีเขาก็จะไม่ได้แต่งงานและมีลูกที่น่ารักด้วยกัน

อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วตอนแรกว่า คู่แต่งงานมักจะใช้เวลาส่วนมากในแต่ละวันไปกับการทำงานที่บางครั้งก็ไม่มีเวลาเข้าหรือเลิกงานที่ตายตัว ทำให้ลืมที่จะหันมาดูคนข้างตัวว่าเขารู้สึกอย่างไร ดูซึมเศร้าไม่สดใสเหมือนเดิมหรือเปล่า อย่าหมกมุ่นกับงานจนลืมเอาใจใส่ชีวิตแต่งงานของคุณ ยิ่งคุณรับรู้ความผิดปกติในชีวิตแต่งงานได้ไวเท่าไหร่ ยิ่งทำให้คุณปรับตัวเพื่อรักษามันเอาไว้ ดังนั้นอย่าลืมเติมสีสันให้ชีวิตแต่งงานของคุณ

บทความแนะนำ: กิจกรรมทำแก้เบื่อ สำหรับคู่รัก