จับตา 5 อาการอันตราย ที่ต้องรีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาล

จับตา 5 อาการอันตราย ที่ต้องรีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาล

อาการอันตราย ที่ต้องรีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาล มีอะไรบ้าง

5 อาการอันตราย ที่ต้องรีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาล

อาการน้ำมูกไหล ปวดท้อง หรือผื่นคัน เป็นอาการที่มักจะเกิดขึ้นกับเด็กแทบจะทุกคน บ่อยครั้งที่คุณพ่อคุณแม่คิดว่าเป็นอาการธรรมดาทั่วไป แค่กินยาก็หาย จึงนิ่งนอนใจ ไม่ได้พาลูกไปรับการตรวจรักษา แต่อย่าลืมนะครับว่า เด็กเล็กนั้นมีภูมิคุ้มกันไม่เหมือนผู้ใหญ่ ดังนั้นหากพบว่าลูกมีอาการป่วยที่น่ากังวล คุณควรพาลูกน้อยของคุณไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อเข้ารับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที ดีกว่าที่เราจะต้องมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิต เรามาดูกันว่า อาการอันตราย ที่ต้องรีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาล มีอะไรบ้าง

1.เมื่อลูกน้อยมีไข้ขึ้นสูง

คุณหมอได้มีการแนะนำว่าไม่ควรดูจากปรอทวัดไข้อย่างเดียว เพราะไข้ เป็นอาการอย่างหนึ่งของร่างกายเมื่อร่ายกายได้รับเชื้อโรค หากเด็กๆมีไข้ นั่นก็หมายความว่า ระบบภูมิคุ้มกันทำงาน จึงต้องดูอาการอื่นๆประกอบด้วย

หากลูกของคุณมีอาการตัวร้อน หน้าแดง วัดไข้ได้ประมาณ 100.4 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 38 องศาเซลเซียส คุณพ่อคุณแม่อาจใช้ยาลดไข้ในกรณีที่เด็กมีอายุมากกว่า 6 เดือนได้ เช่น พาราเซตามอล แต่หากลูกน้อยของคุณมีอาการไข้สูง 104 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 40 องศาเซลเซียส ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบควรรีบไปพบแพทย์ภายใน 48 ชั่วโมงนะครับ

2.ลูกปวดศีรษะมาก

เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่า อาการปวดหัวแบบไหนที่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ สังเกตได้จากการที่ลูกปวดหัวเป็นเวลานานหลายชั่วโมง หรือปวดมากขึ้น  ไม่กินอาหาร มีอาการเซื่องซึม ไม่ร่าเริงแจ่มใส ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้เหมือนเดิม และมีอาการไข้ อาเจียน คอแข็ง อาการแบบนี้อันตราย เพราะเด็กอาจติดเชื้อรุนแรง เช่นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ที่ต้องการการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนนะครับ

อาการอันตราย ที่ต้องรีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาล

3.มีผื่นขึ้นกระจายไปทั่วตัว

คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลใจไปหากลูกมีผื่นขึ้นที่แขนหรือเท้าเพียงเล็กน้อย แต่หากเมื่อไหร่ที่ผื่นกระจายขึ้นทั่วตัว เป็นตุ่มผื่นขนาดเล็กสีแดงหรือสีม่วงบนผิวหนัง เมื่อกดลงไปแล้วไม่เปลี่ยนสี ก็ควรรีบพาลูกน้อยไปหาคุณหมอโดยเร็วนะครับ เพราะอาจเกิดจากอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเด็กมีอาการไข้ร่วมด้วย

นอกจากนั้นแล้ว หากลูกน้อยมีอาการผื่นลมพิษ มีอาการบวมที่บริเวณริมฝีปาก และมีอาการหายใจลำบาก ต้องรีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาลทันทีนะครับ เพราะอาจหมายถึงอาการแพ้บางอย่างที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

4.ลูกมีอาการปวดท้องรุนแรง

หากลูกปวดท้อง อาเจียนบ่อย มีอาการท้องเสียติดต่อกัน 8 ชั่วโมง อาจทำให้ลูกน้อยเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำได้ ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากคุณหมออย่างใกล้ชิด

5.ลูกน้อยคอแข็ง

อาการคอแข็งอาจเกิดจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยปกติอาการคอแข็งอาจเกิดจากกล้ามเนื้อตึงหรืออักเสบ และหากลูกมีอาการคอแข็งเพียงอย่างเดียวอาจเกิดจากการนอนตกหมอน ส่วนอาการคอแข็งจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบนั้นจะมีอาการไข้และปวดศีรษะร่วมด้วย หากคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกยืนตัวตรงคอแข็งทื่อ ไม่ยอมหันซ้ายหันขวา ก็อาจจะพาลูกน้อยไปตรวจอาการกับคุณหมอจะแน่นอนที่สุดนะครับ

สุขภาพของลูกน้อยนั้นเป็นเรื่องที่พ่อแม่ ผู้ปกครองทุกท่านไม่ควรมองข้าม หากพบว่าลูกน้อยรู้สึกไม่สบาย มีการผิดปกติต่างๆเกิดขึ้น ควรรีบไปพบคุณหมอจะดีที่สุดครับ


ที่มา webmd.com

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นอัจฉริยะ

ลูกเหงื่อออกตอนนอน สัญญาณโรคร้ายที่พ่อแม่ต้องระวัง

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner