แม่ท้องปวดอุ้งเชิงกรานไหม มาดูสาเหตุและวิธีรักษากัน

แม่ท้องปวดอุ้งเชิงกรานไหม มาดูสาเหตุและวิธีรักษากัน

อาการปวดในระหว่างตั้งครรภ์ เป็นสัญญาณเตือนที่แม่ท้องไม่ควรมองข้าม แม่ท้องส่วนใหญ่จะมีอาการปวดอุ้งเชิงกรานซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามนะครับ

อาการปวดอุ้งเชิงกราน

อาการปวดอุ้งเชิงกราน ที่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกนั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้เชิงกรานมีการขยายตัวในระหว่างตั้งครรภ์และในช่วงหลังคลอด เป็นเหตุทำให้เนื้อเยื่อที่อ่อนบริเวณดังกล่าวเกิดอาการปวด

อาการปวดระหว่างตั้งครรภ์มักพบมากในบริเวณมดลูก กระดูกเชิงกราน กล้ามเนื้อและขา และจะปวดมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ หรือประมาณสัปดาห์ที่ 17 – 20 ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในมดลูก เมื่อมดลูกโตขึ้น กระดูงเชิงกรานจะถูกเบียด และจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ การขาดแคลเซียมและวิตามินดียังส่งผลให้เกิดการปวดอุ้งเชิงกราน ดังนั้น แม่ท้องควรรับประทานวิตามินรวม เพื่อป้องกันอาการปวดอุ้งเชิงกราน แต่ไม่ควรรับประทานเกินปริมาณที่ระบุ เพราะจะส่งผลให้ลูกมีกระดูกที่แข็งและศีรษะเล็กเกินไป

ปวดอุ้งเชิงกราน

อาการปวดอุ้งเชิงกราน และปวดหลังอาจเกิดจากการที่น้ำหนักเพิ่มมากเกินไป ทำให้เกิดแรงกดกล้ามเนื้อและหลัง รวมถึงอุ้งเชิงกรานด้วยเช่นกัน

และหากคุณมีกระดูกสันหลังคด อาการปวดหลังช่วงล่าง หรือปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ก็อาจทำให้คุณปวดหลังและอุ้งเชิงกรานมากขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ครับ

วิธีการป้องกัน อาการปวดอุ้งเชิงกราน
  • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม และวิตามินรวมสำหรับแม่ท้องโดยเฉพาะ
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • เดินออกกำลังเบาๆ และใส่รองเท้าที่ใส่สบายและมีส้นเตี้ย
  • ใช้วิธีการประคบหากจำเป็น
  • นั่งหรือนอนบนพื้นที่นุ่มสบาย
  • ไม่ควรนั่งห้อยขา
  • เมื่อนั่งในรถ อย่าให้เข่าสูงกว่าเชิงกราน
  • หากปวดอุ้งเชิงกรานระหว่างพลิกตัวนอน ควรเปลี่ยนท่าของไหล่ ลำตัวด้านบน และเชิงกราน
  • วางหมอนรองไว้ใต้เข่า
  • ยืดเส้นสาย หรือออกกำลังกายในน้ำ

บางครั้งแม่ท้องอาจยังมี อาการปวดอุ้งเชิงกราน ในช่วงหลังคลอดไปจนถึง 6 เดือน และอาจต้องใส่เครื่องดัดอุ้งเชิงกราน เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดในช่วงฟื้นตัว แต่แม่ท้องไม่ควรรับประทานยาแก้ปวดนะครับ อีกทั้งแม่ท้องยังควรใส่ใจอาการปวดต่างๆที่เกิดขึ้น หากมีอาการปวดมากๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์นะครับ


ที่มา motherhow.com

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner