อันตรายของยาลดความอ้วนกับการตั้งครรภ์

อันตรายของยาลดความอ้วนกับการตั้งครรภ์

การใช้ยาขณะตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะยาอาจมีผลต่อทารกในครรภ์ได้ ยิ่งในช่วงท้องอ่อน 2-8 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงการพัฒนาอวัยวะของทารก อาจเพิ่มความเสี่ยงทารกพิการ เนื่องจากยาเป็นสารเคมีที่สำคัญที่ผ่านจากรกไปยังทารก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและปริมาณที่ได้รับด้วย

คุณแม่ท่านหนึ่งซึ่งใช้ชื่อเฟซบุ๊คว่า ออมสิน เพ้งเกล้ง ได้แชร์ประสบการณ์สูญเสียลูกสาว เพราะกินยาลดความอ้วนโดยไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ในเพจ The AsianParent Thailand คุณแม่เล่าให้ฟังว่า กินยาลดความอ้วนได้เพียง 2 เดือน พอรู้ว่าท้องตอนอายุครรภ์ประมาณเดือนกว่าๆ ก็หยุดทานยาทันที ซึ่งน้องก็คลอดออกมาแข็งแรงดี แต่ต่อมาตรวจพบว่าน้องเป็นมะเร็งผิวหนัง และเสียชีวิตเมื่ออายุเพียง 4 เดือนเท่านั้น โดยคุณหมอบอกว่า เป็นผลข้างเคียงจากยาลดความอ้วนนั่นเอง

อ่านประสบการณ์ของคุณแม่ที่ด้านล่างนี้

ยาลดความอ้วนกับการตั้งครรภ์

 

“คนอื่นเราไม่รู้แต่ที่รู้ ลูกเราเสียเพราะยาลดความอ้วนนี่แหละค่ะ เหตุเพราะว่าเราไม่รู้ว่าท้องนึกว่าอ้วนเลยกินยาลดความอ้วน มารู้อีกทีว่าท้องก็ตอนเดือนกว่าๆ แล้วค่ะ แต่พอรู้ว่าท้องก็หยุดกินเลยนะค่ะ แล้วก็ไปฝากท้อง แล้วก็ปรึกษาหมอ หมอบอกว่าต้องรอดูพัฒนาการของเด็กก่อนค่ะว่าเป็นยังไง แล้วเราไปตามที่หมอนัดทุกครั้งไม่เคยขาดนัดเลย หมอบอกน้องพัฒนาการดีแข็งแรงทุกอย่างจนคลอดนี่แหละ น้องคลอดออกมาแข็งแรงดีทุกอย่าง แต่น้องเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่หลังเป็นเหมือนปานแต่มันนูนๆ ขนาดเท่าฝ่ามือเราก็ไม่ได้คิดอะไรมากนึกว่าปาน แต่แล้วมันก้อไม่ใช่ปานเพราะมันโตขึ้นเรื่อยๆ จนน้องอายุได้สองเดือนหมอก็ตัดก่อนเนื้อนั้นไปตรวจ ผลออกมาว่าน้องเป็นมะเร็งผิวหนังค่ะ พอน้องได้สามเดือนหมอก็นัดผ่าตัดเอาก่อนนั้นออกไปเผื่อน้องจะหาย แต่แล้วมันก็เป็นลบ เพราะว่าพอผ่าได้หนึ่งอาทิตย์น้องก็มีอาการท้องโตขึ้น หมอเลยพาไปเอ็กซเรย์ดู พบก่อนเนื้อใหม่ในตับ แต่ก่อนผ่าตัดไม่มีนะ หมอบอกเป็นเพราะเชื้อมะเร็งมันลามไปที่ตับแล้วมันเร็วมากๆ เลยจนน้องได้ 4 เดือนน้องก็เสีย เราก็เสียใจมากรู้สึกผิดมาตลอดเลย

สรุปคือ หมอบอกว่าเป็นผลข้างเคียงจากการที่เรากินยาลดความอ้วนตอนท้องนี่แหละ แต่สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ไม่รู้ว่าตัวเองท้องและกินยาลดความอ้วนเข้าไปแล้วก็ขออย่าให้น้องที่กำลังจะเกิดมาเป็นอะไรเลยนะคะขอให้น้องและแม่ปลอดภัยค่ะ”

สำหรับการใช้ยาในขณะตั้งครรภ์นั้น ได้มีการแบ่งประเภทของยาตามความปลอดภัย โดยยากลุ่ม A เป็นกลุ่มที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแม่ท้องและลูกน้อยในครรภ์ ส่วนยากลุ่ม X เป็นยาอันตรายที่สุดตามลำดับ

  • Category A: จากการศึกษาในคนไม่พบความเสี่ยงต่อทารก
  • Category B: จากการศึกษาในสัตว์ไม่พบความเสี่ยงต่อตัวอ่อน จากการสังเกตไม่พบความเสี่ยงในคน แต่มีความเสี่ยงบ้างในสัตว์
  • Category C: มีผลเสียในสัตว์ แต่ยังไม่มีการศึกษาในคน
  • Category D :มีหลักฐานว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในคน การจะใช้ยานี้จะต้องเทียบประโยชน์และโทษ
  • Category X: ยาดังกล่าวมีผลเสียต่อทารกดังนั้นจึงไม่ควรใช้ในคนท้อง

คุณหมอตอบ กินยาลดความอ้วนตอนท้อง จะเป็นอันตรายต่อลูกในท้องหรือไม่ คลิกหน้าถัดไป

ในกรณี กินยาลดความอ้วนตอนท้อง จะเป็นอันตรายต่อลูกในท้องหรือไม่ นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ อธิบายว่า

  1. การจะบอกได้ว่ายามีผลต่อครรภ์หรือไม่ ขึ้นอยู่ที่คุณแม่กินยาตัวไหน เนื่องจากยาลดความอ้วนที่ถูกกฎหมายในเมืองไทยตอนนี้มีเพียงตัวเดียวคือ Olistat (Xenical) ซึ่งแพทย์แทบไม่สั่งให้คนไข้เลยเพราะมีฤทธิ์ข้างเคียงทำให้อุจจาระเล็ดออกมาเป็นไขมัน
  2. ยาลดความอ้วน Sibutramine (Reductil) ได้ถูกเพิกถอนทะเบียนยาไปแล้ว เพราะมีหลักฐานว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในยุโรป แต่ยังมีขายตามอินเทอร์เน็ตในชื่อ Reductil หรือ Reduce-15mg ผสมในกาแฟลดน้ำหนัก หรือในรูปแบบแอลคาร์นิทีนพลัส เป็นต้น

ในรูปของยาตัวนี้มีพิษต่อครรภ์ระดับ C แปลว่ายังไม่เคยมีงานวิจัยในหญิงตั้งครรภ์ แต่หลักฐานจากสัตว์ทดลองก็ไม่เคยปรากฏว่าทำให้ทารกพิการ ตีความได้ว่า เนื่องยานี้ยังไม่เคยมีหลักฐานว่าทำให้ทารกพิการ สำหรับคนที่กินเข้าไปแล้วขณะตั้งครรภ์ น่าจะคิดทางบวกไว้ก่อนว่าลูกของเราไม่น่าจะเป็นไร

  1. ฮอร์โมนไทรอยด์ เพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย กินแล้วใจเต้น นอนไม่หลับ เหงื่อแตก หัวใจวาย ผลของยานี้ต่อครรภ์อยู่ในระดับ A คือไม่มีปัญหากับทารก
  2. Amphetamine หรือยาบ้า และ methamphetamine เป็นของผิดกฎหมายร้ายแรงที่นำมาผสมเป็นยาลดความอ้วนขายในชื่อต่างๆ ยานี้หากใช้ระยะสั้นในหญิงมีครรภ์ไม่ได้เพิ่มอัตราความพิการของทารก และไม่ได้เป็นสารทำให้เกิดความพิการ (teratogenic)
  3. ยาสีรุ้ง เป็นส่วนผสมของยาขับปัสสาวะ กับยาดิจิตาลิสกระตุ้นหัวใจ จะผสมอยู่ในอาหารลดน้ำหนัก ซึ่งสามารถทำให้คนเสียชีวิตจากหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ผลต่อครรภ์ของยาสูตรนี้อยู่ในระดับ C เช่นกัน
  4. Fluoxetine (Prozac) จริงๆ แล้วใช้เป็นยาต้านซึมเศร้า แต่มีการลักลอบใช้เป็นยาลดความอ้วนอย่างผิดกฎหมาย ผลต่อครรภ์ของยานี้อยู่ในระดับ C เช่นกัน

แม้ว่ายาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม C คือยังไม่เคยมีหลักฐานว่าทำให้ทารกพิการ แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการศึกษาในคนจึงยังไม่มีการยืนยันถึงความปลอดภัยอย่างชัดเจน ยาลดความอ้วนที่คุณแม่กินเข้าไปโดยไม่รู้ตัวว่าท้องอาจส่งผลหรือไม่ส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์ก็ได้ ดังนั้น หากเป็นไปได้คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดความอ้วนตั้งแต่ช่วงวางแผนมีบุตรเพื่อความปลอดภัยและสบายใจ เพราะหากคุณแม่ต้องเป็นกังวลไปจนคลอด ความเครียดของคุณแม่ท้องก็ส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์เช่นเดียวกัน

ข้อมูลอ้างอิงจาก visitdrsant.blogspot.com/2010/12/blog-post_15.html

 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ทารกไม่มีผิวหนัง เพราะยาที่แม่กินตอนท้อง

แม่ท้องกินวิตามินมากไป ลูกเสี่ยงเป็นออทิสติก

 

TAP mobile app

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner