วอนช่วยเด็กชาย 7 ปีป่วยธาลัสซีเมียและม้ามโต ไร้เงินรักษา

วอนช่วยเด็กชาย 7 ปีป่วยธาลัสซีเมียและม้ามโต ไร้เงินรักษา

วอนสังคมโซเชียลช่วยเหลือเด็กชายวัย 7 ปี ไร้เงินรักษาโรคธาลัสซีเมียและม้ามโต

โลกโซเชียลพากันแชร์และพร้อมใจกันให้การช่วยเหลือเด็กชายวัย 7 ปี ที่ป่วยเป็นโรค ธาลัสซีเมีย โรคม้ามโต และโรคหลอดเลือดคอโป่งพอง และปราศจากเงินรักษา

เด็ก ธาลัสซีเมีย

หลังจากที่มีการแชร์เรื่องราวของเด็กชายสิรภัทร สาวินัย อายุ 7 ปี ผ่านเฟสบุ๊คของ นายอั๋น น้องอ๋อม ร๊ากคุนนู๋กิ๊ก โดยมีข้อความว่า

ช่วยกันแชร์หน่อยคับ ...!!!
เด็กชายสิรภัทร สาวินัย อายุ7 ปี
น้องเรียนอยุ่ที่โรงเรียนบ้านโนนม่วง ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพช ร
เมื่อวานพอดีผมได้ไปเข้าพบ ผอ.โรงเรียนจะไปติดต่อขอมอบกีต้าของบริษัทให้กับโรงเรียน พอดี ผอ.ให้บอกว่าเกิดเหตุมีเด็กอวจเป็นเลือดออกมา พึ่งเรียกกู้ภัยมาชาวยนำส่งโรงพยาบาล เห็นรูปที่อาจารย์เอาให้ดูเลยสงสารอยากอยากให้น้องหายครับ
สอบถามทางอาจารย์มากะพอจะรู้ว่าน้องเค้าป่วยเป็น "โรคทารัสซีเมีย" และ "โรคม้ามโต" และ "หลอดเลือดคอโปร่งพอง"
น้องอาศัยอยู่กับยาย พ่อแม่แยกทางกัน บ้านยากจน เวลาหมอนัดไปโรงพยาบาลก็ไม่ได้ไปเพราะไม่มีเงิน แล้วถ้าน้องไม่ได้ไปหาหมอตามนัดน้องกะจะมีอาการแบบนี้ อวกเป็นเลือดก้อนๆออกมา น้องต้องไปรัษาตัวที่โรงพยาบาลที่พิษณุโลก มันต้องใช้เงินในการเดินทางและค่ารักษาเยอะ ยายกะไม่ค่อยมี เลยอยากจะขอวานผู้ใจบุญที่อยากจะช่วยเหลือน้องสิรภัทร ให้หายจากอาการที่เป็นอยู่แล้วกลับมาเรียนกับเพื่อนๆ ทั้งนี้สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดอาการ กับผู้ปกครองน้องได้นะรับ
@คุณยายน้องสิรภัทร
โทร 084-6194496
@ผอ.โรงเรียนบ้านโนนม่วง
โทร 086-4087101 อ.จุฑารัตน์
----- ทั้งนี้ก่อนที่ผมจะเอาเรื่องและประวัติน้องมาเผยแพร่ได้ขออนุญาติทั้งทางผู้ปกครองและโรงเรียนที่น้องศึกษาอยู่มาแล้วนะครับ-----
@ช่วยกันแชร์เรื่องน้องด้วยนะคับ เพื่อเด็กจะได้มีอนาคตเป็นรั้วของชาติต่อไป@ ขอบพระคุณเป็นอย่างมากจากผู้ปกครองน้องสิรภัทร

ล่าสุดได้เลขบัญชีของน้องแล้วนะคะ ท่านใดที่สนใจอยากจะช่วยค่ารักษาพยาบาลก็สามารถโอนเงินไปได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี่เลยค่ะ

ธนาคารกรุงไทย

ชื่อบัญชี น.ส. พรทิพย์ ครุชพันธ์ เพื่อ ด.ช. สิรภัทร สาวินัย

บัญชีเลขที่ 620-0-83533-0

ธาลัสซีเมีย

ในขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไปคงได้ยินคำว่า โรคโลหิตจางโรคธาลัสซีเมียกันบ่อยขึ้น โรงเรียนแพทย์ต่างๆ และกระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญกับโรคนี้เป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นโรคที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมมากที่สุดในประเทศไทย ประมาณว่ามีคนไทยเป็นพาหะของโรคนี้ ร้อยละ 30 ของประชากรหรือประมาณ 18 - 20 ล้านคน ส่วนสาเหตุของการเกิดโรคมาจากการที่เกิดจากความผิดปกติของยีนในการควบคุมการสร้างฮีโมโกลบินซึ่งเป็นสารสำคัญในเม็ดเลือดแดง

ยีน หมายถึงอะไร
           ยีนต่าง ๆ ก็คือสารพันธุกรรมที่ควบคุมตัวของเราให้ทำงานได้ตามปกติและอยู่บนโครโมโซม คนปกติมีโครโมโซม 23 คู่ (ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากบิดาทางตัวอสุจิและจากมารดาทางไข่) ถ้าบิดาหรือมารดามีความผิดปกติก็จะมีโอกาสถ่ายทอดให้บุตรได้ ถ้าได้รับมาจากคนใดคนหนึ่งเท่านั้นเราเรียกว่าเป็นพาหะของโรค จะมีอาการเหมือนคนปกติ ไม่มีอาการซีด ตับม้ามโต แต่ถ้ารับมาจากทั้ง คน และเป็นแบบที่เสริมความรุนแรงซึ่งกันและกันก็จะเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ซึ่งมีอาการซีด ตับม้ามโต อาจจำเป็นต้องให้เลือดเป็นระยะๆ บางชนิดทารกอาจเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์

ธาลัสซีเมียแบ่งออกเป็น ชนิด
1. อัลฟา - ธาลัสซีเมีย (a - thalassemia)
2. เบต้า - ธาลัสซีเมีย (b - thalassemia)
           ถ้าผู้ใดรับการถ่ายทอดสารพันธุกรรมชนิด อัลฟา -ธาลัสซีเมียหรือ เบต้า -ธาลัสซีเมียมาจากบิดาหรือมารดาเพียงฝ่ายเดียว ก็ถือว่าผู้นั้นเป็นพาหะอัลฟาธาลัสซีเมีย พาหะฮีโมโกลบินคอนแสตนสปริงค์ พาหะเบต้าธาลัสซีเมีย หรือพาหะฮีโมโกลบินอี แต่ถ้าผู้ใดได้รับการถ่ายทอดสารพันธุกรรมชนิด อัลฟา - ธาลัสซีเมีย มากจากทั้งบิดาและมารดา หรือชนิด เบต้า - ธาลัสซีเมีย มากจากทั้งบิดาและมารดา ก็ถือว่าผู้นั้นเป็นโรคธาลัสซีเมีย เช่น โรคฮีโมโกลบินเฮช โรคฮีโมโกลบินบาร์ท โรคเบต้าธาลัสซีเมีย หรือ โรคเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบิน เป็นต้น

ผู้ที่มีโอกาสเป็นโรคหรือพาหะคือ
1. ตัวซีด และอาจตรวจพบตับม้ามโตร่วมด้วย
2. ตัวซีดลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีการป่วยไข้อย่างรุนแรง
3. มีประวัติคนในครอบครัวตัวซีด ตับม้ามโต
4. เคยมีบุตรเป็นพาหะ หรือโรคธาลัสซีเมีย
5. เคยมีบุตรเสียชีวิตในครรภ์เนื่องจากภาวะทารกบวมน้ำ
6. ตรวจพบขนาดเม็ดเลือดแดงเล็กกว่าปกติ (MCV < 80 fL.)
7. ตรวจเลือด Osmotic fragility test (OF) ให้ผลบวก Dichlorophenolindolphenol precipitation test (DCIP) ให้ ผลบวก
           หากท่านมีข้อบ่งชี้อาการข้อใดข้อหนึ่งดังที่กล่าวมา ก็ควรตรวจวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นโรคหรือพาหะโรคธาลัสซีเมียหรือไม่ รวมถึงคู่ที่กำลังจะแต่งงาน และวางแผนเพื่อมีบุตรหรือกำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ ก็ควรได้รับการตรวจด้วยเช่นกัน เพื่อประเมินตัวเองและโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหรือพาหะของบุตรในครรภ์ ซึ่งสูติแพทย์มีวิธีการตรวจเพื่อให้ทราบว่าบุตรในครรภ์เป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงหรือไม่ จะได้มีการวางแผนการดูแลบุตรในครรภ์ร่วมกันระหว่างมารดาและสูติแพทย์ต่อไป

เมื่อเป็นโรคธาลัสซีเมียจะปฏิบัติตัวอย่างไร
           ผู้ที่ตรวจพบว่าเป็นพาหะโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาใด ๆ แต่ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียจะมีอาการของโรคแตกต่างกัน บางคนตัวซีดมาก ตับม้ามโตมาก อาจจะต้องได้รับการให้เลือดและยาขับธาตุเหล็กส่วนเกินออกจากร่างกายเป็นระยะ ๆ หรือผ่าตัดม้ามออกเพื่อลดการทำลายเม็ดเลือดแดง ส่วนบางคนจะมีอาการซีดไม่มาก จะรักษาตามอาการ สามารถให้รับประทานกรดโฟลิก แต่ไม่จำเป็นต้องให้ยาบำรุงเลือด (ธาตุเหล็ก) เนื่องจากมีธาตุเหล็กใน ร่างกายเกินปกติอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถนำมาสร้างเม็ดเลือดแดงเองได้
           โรคธาลัสซีเมียอาจดูน่ากลัว แต่ความจริงแล้ว หากเราสามารถดูแลตนเองให้อยู่ในสภาวะที่พร้อมต่อการเผชิญโรค ก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข

ธาลัสซีเมีย

ที่มา: ํYouLike (คลิปเด็ด) และ นายอั๋น น้องอ๋อม ร๊ากคุนนู๋กิ๊ก

และ https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=206

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

โรคเลือดจางโรคธาลัสซีเมีย ที่ควรรู้ก่อนตั้งครรภ์

5 วิธีเช็คความสมบูรณ์ของลูกในท้อง

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner