ลูกเอาของเข้าปาก อันตราย! อย่าไว้วางใจลูกวัยคลาน คลาดสายตาเพียงนิดอาจเสียใจตลอดชีวิต

ลูกเอาของเข้าปาก อันตราย! อย่าไว้วางใจลูกวัยคลาน คลาดสายตาเพียงนิดอาจเสียใจตลอดชีวิต

นี่คือสิ่งที่ลูกเคี้ยวเข้าไป! #อุทาหรณ์ไว้เตือนใจ อย่าไว้วางใจลูกวัยคลาน ปล่อยคลาดสายตาเพียงเสี้ยววินาที อาจเสียใจไปตลอดชีวิต

ลูกเอาของเข้าปาก อันตราย!

อย่าไว้วางใจลูกวัยคลาน คลาดสายตาเพียงนิดอาจเสียใจตลอดชีวิต แม่แชร์อุทาหรณ์ไว้เตือนใจ ลูกเอาของเข้าปาก แค่เสี้ยววินาทีที่แม่ใส่เสื้อผ้า ลูกก็ทำสิ่งที่ไม่คาดคิด โดยคุณแม่ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า

#อุทาหรณ์ไว้เตือนใจ คุณแม่คุณพ่อหรือคนเลี้ยงเด็กน้อยบ้านที่มีเด็กเล็ก

วันนี้เราอยู่กับลูก 2 คน ลูกได้ 8 เดือนกว่าแล้ว เราไปอาบน้ำปล่อยลูกเล่นคนเดียวตามลำพัง ซึ่งเราให้ลูกเล่นบนพื้นที่เป็นแผ่นรองคลาน เรากลับเข้าห้องมาก็แต่งตัวไปมองลูกไป แต่คงเป็นเสี้ยววินาทีที่เราใส่เสื้อผ้า หันมาอีกที

น้องของขวัญมีอาการไอเหมือนจะอ้วก เราเห็นใกล้ ๆ มีกระดาษทิชชู่

เราเลยคิดว่ากินกระดาษเข้าไปหรือเปล่า รีบไปอุ้มแล้วตบหลังเบา ๆ น้องก็เริ่มไม่ไหว ตาค้าง น้ำตาไหล จะอ้วกแต่ไม่ออก เราก็เริ่มทุบแรงขึ้นๆ จนน้องจะค้างไปแล้ว ตัดสินใจทุบหลังอย่างแรง

สรุปน้องอ้วกออกมา แล้วนั่งจ้องกองอ้วกตัวเอง สิ่งที่เราเห็น เอ๊ะ อะไรสี ๆ ฟักทองก็ไม่ใช่ น้องไม่ได้กินอะไรนอกจากนม และข้าวกับฟักทองบด เราดูลูกอาการปลอดภัยแล้ว เราเลยมาจับคลี่ออกดู รู้ไหมคะคืออะไร

มันคือพลาสติกที่หุ้มเคลือบแผ่นรองคลานค่ะ

ซึ่งเราเห็นแล้วว่า ลูกดึงเล่นจนขาด แต่เราพลาดเองที่ไว้ใจให้เขาดึงเล่นจนขาดเป็นชิ้น แต่ทุกครั้งเราจะเก็บจากมือน้องทิ้งทันทีที่ขาด และเป็นชิ้นใหญ่ วันนี้ไม่ทันเห็นจริง ๆ ว่าน้องดึงเป็นชิ้นเล็กแล้วเอาใส่ปาก...

เราใจหายมาก รู้สึกผิดมาก ต่อไปเราคงจะต้องระวังให้มากกว่านี้

ขอโทษจริง ๆ เลยลูกรัก......แม่จะเปลี่ยนมาใช้แผ่นยางให้นะคะ

#ภาพข้างล่างคือชิ้นส่วนที่น้องได้กินเข้าไปค่ะ

 

ลูกเอาของเข้าปาก อันตราย! อย่าไว้วางใจลูกวัยคลาน คลาดสายตาเพียงนิดอาจเสียใจตลอดชีวิต

 

วิธีปฐมพยาบาลสิ่งแปลกปลอมติดคอลูก

นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้เด็กเสียชีวิตอย่างฉับพลัน หรือพิการทางสมองเป็นเจ้าชายนิทรา ได้แก่ การที่สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจและหลอดอาหาร โดยมีสาเหตุจากความซุกซนของเด็กวัย 1 - 2 ขวบ ที่มักหยิบฉวยสิ่งของต่างๆ เข้าปาก การขาดความระมัดระวังของเด็กโตที่รับประทานอาหารอย่างเร่งรีบ สิ่งแปลกปลอมที่มักทำให้เด็กติดคอ ได้แก่ วัสดุที่มีขนาดเล็ก เม็ดผลไม้ กระดูก ก้างปลา เป็นต้น

ลักษณะอาการติดคอ เมื่อสิ่งแปลกปลอมติดคอลูก

เนื่องจากเด็กไม่สามารถสื่อสารได้ ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และหมั่นสังเกตพฤติกรรมเด็ก หากมีอาการไอ หายใจไม่ออก เอามือจับบริเวณคอ ไม่สามารถพูดได้ หายใจเหมือนคนหอบ ให้รีบปฐมพยาบาลในเบื้องต้น และนำเด็กไปพบแพทย์ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน

การปฐมพยาบาลเด็กเบื้องต้น

ให้ใช้วิธีจับเด็กนอนคว่ำและตบแรงๆ บริเวณทรวงอกด้านหลังระหว่างกระดูกสะบักจนสิ่งแปลกปลอมกระเด็นหลุดออกมา เมื่อพบเห็นเด็กนำสิ่งของเข้าปาก ห้ามทำให้เด็กเกิดอาการตื่นตระหนกหรือตกใจ ไม่เอามือล้วงช่องปาก คอหอยเด็ก โดยที่ยังมองไม่เห็นสิ่งแปลกปลอม

ไม่จับเด็กห้อยศีรษะและตบหลังเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เศษอาหารหรือสิ่งของยิ่งลงลึกและอุดกั้นทางเดินหายใจมากขึ้น ทำให้เด็กขาดอากาศหายใจเสียชีวิตได้ หากเด็กยังหายใจได้ควรให้เด็กไอแรงๆ เพื่อให้เศษอาหารหรือสิ่งของหลุดออกมา หรืออ้าปากเด็กดูหากพบว่าเศษอาหารอยู่ในระยะที่สามารถหยิบออกได้ ควรหยิบหรือคีบออกทันที ถึงแม้ว่าจะสามารถช่วยเหลือเด็กไว้ได้แล้วผู้ปกครองควรนำเด็กไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อไป

 

ที่มา : http://www.thaihealth.or.th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกมีสิ่งแปลกปลอมในจมูก?

จากกรณีเยลลี่ติดคอลูกสาวของคุณเอ๊ะ จิรากร สู่วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่พ่อแม่ไม่ควรพลาด

เหรียญติดคอลูก อย่าให้เด็กเล่นของชิ้นเล็ก อันตราย! เสี่ยงอุดตันทางเดินอาหาร

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner