ลูกเป็นแผลในปาก ร้อนใน แม่จะรู้ได้ไงว่าลูกเป็นแค่ร้อนใน หรือป่วยร้ายแรงกว่านั้น

ทารกน้อยมีแผลในปากเต็มไปหมด ทำอย่างไรดี? ลูกเป็นแผลในปาก ลูกเป็นร้อนใน หรือเป็นโรคร้ายกว่านั้น

ลูกเป็นแผลในปาก ร้อนใน

อย่าคิดแค่ว่า ลูกเป็นแผลในปาก ร้อนใน เพราะจริง ๆ แล้ว ที่ลูกกำลังทรมาน อาจเกิดจากโรคร้ายแรงกว่านั้น สังเกตให้ดี ลูกร้อนใน มีไข้ ลูกเป็นแผลที่ลิ้นไหม แผลในปากลูกดูรุนแรงผิดปกติหรือไม่ มาดูโรคอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นได้ ส่งสัญญาณโรคร้ายจากแค่แผลในปาก

 

ลูกกำลังทรมาน เป็นแผลในปาก ร้อนใน ไข้ขึ้น

คุณแม่ท่านหนึ่งสงสัยว่า ลูกน้อยวัย 7 เดือนแผลในปากเต็มไปหมดและมีไข้มานาน 2-3 วัน น่าจะเกิดจากอะไรได้บ้างและต้องรักษาอย่างไร วันนี้หมอจึงมาเล่าให้ฟังกันนะคะว่า สาเหตุของโรคที่ทำให้เกิดแผลในปากทารกที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

 

โรคที่ทำให้เกิดแผลในช่องปากในเด็กที่พบบ่อยๆนั้นมีอยู่ 4 โรค คือ

1. ลูกเป็นแผลในปากจากโรคมือ เท้า ปาก

เกิดจากการติดเชื้อกลุ่ม Enterovirus เช่น coxsackievirus และ enterovirus 71 ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ เป็นแผลในปาก อาการอื่น ๆ หากลูกเป็นโรคมือ เท้า ปาก คือ มีตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และลำตัว การติดต่อเกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ และน้ำจากตุ่มใสของผู้ป่วย หรืออาจติดต่อโดยอ้อมจากการสัมผัสของเล่น พื้นผิวสัมผัสที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ โรคนี้จึงพบบ่อยในเด็กวัยทารกจนถึง 5 ปี การรักษาจะรักษาตามอาการ เช่น ทานยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ หยดยาชาลดอาการเจ็บแผลในปากจะช่วยให้ลูกเจ็บแผลน้อยลง กินอาหารได้ดีขึ้น อาการของโรคมือเท้าปากมักจะหายได้เองใน 7-10 วัน

ข้อควรระวัง :

  • ทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีเป็นกลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อย มักมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กโต
  • หากมีอาการแทรกซ้อน เช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ ต้องรีบนำไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที เพราะอาจติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์รุนแรง เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

 

2. ลูกเป็นแผลในปากจากโรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina)

โรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่ม Enterovirus เช่น คอกแซคกีไวรัส และเอคโคไวรัส ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ย่อย ผู้ป่วยจะมีแผลในปากที่บริเวณเพดานปาก ลิ้นไก่ ด้านหลังของคอหอย เพดานอ่อน ขอบทอนซิล ทอนซิล **โดยไม่มีมีผื่นสีแดง หรือตุ่มน้ำ ที่บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า** (ซึ่งแตกต่างจาก โรคมือ เท้า ปาก) มีไข้ขึ้นสูง เจ็บคอ เบื่ออาหาร กินได้น้อย การติดต่อเกิดจากการคลุกคลีกับผู้ป่วย แล้วสัมผัสกับน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ ต่าง ๆ และการสัมผัสของเล่น พื้นผิวสัมผัสที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ และพบบ่อยในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี คล้ายกับโรคมือ เท้า ปาก การรักษาจะรักษาตามอาการ เช่นเดียวกับมือเท้าปาก ผู้ป่วยควรทานแต่อาหารอ่อน ๆ ไม่ควรทานอาหารร้อนจัดเพราะอาจกระตุ้นให้เจ็บแผลในปาก (อาจดื่มนมเย็น หรือไอศครีมได้)

ข้อควรระวัง : หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง คือ ไข้สูงลอย กินอาหารไม่ได้ ปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะไม่ออก แผลในปากน้อยและมีสีเข้มผิดปกติ ควรรีบไปพบคุณหมอเพราะมีอาการขาดน้ำจนเกิดอันตรายได้

 

3. ลูกเป็นแผลในปาก โรคแผลในช่องปากเนื่องจากเชื้อไวรัสเริม (Herpetic gingivostomatitis)

โรคแผลในช่องปากเนื่องจากเชื้อไวรัสเริม (Herpetic gingivostomatitis) เกิดการติดเชื้อไวรัสชื่อ เฮอร์ปี ซิมเพล็กไวรัส (Herpes Simplex Virus, HSV) ลักษณะอาการคือผู้ป่วยจะมีแผลในปากหรือตุ่มน้ำบริเวณริมฝีปาก เหงือก เยื่อบุช่องปาก ลิ้น เพดานปาก และกระพุ้งแก้ม มีไข้ ร้องกวน เหงือกบวมอักเสบ กินอาหารลำบากเพราะเจ็บแผล ต่อมน้ำเหลืองที่คอและใต้คางโตร่วมด้วย การติดเชื้อไวรัสเริมแบบปฐมภูมิมักเกิดในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี การรักษาสำหรับผู้ป่วยเด็กที่มีภูมิต้านทานปกติแข็งแรงและอาการไม่รุนแรงก็สามารถรักษาตามอาการเช่นเดียวกับมือเท้าปากและเฮอร์แปงไจน่า ร่วมกับทำความสะอาดในช่องปากเพื่อมิให้แบคทีเรียในปากติดเชื้อซ้ำ บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำเกลือ ทานน้ำเย็น นมเย็น ไอศกรีม เพื่อช่วยให้ทานน้ำและอาหารได้ดีขึ้น

คุณหมอจะพิจารณาให้ทานยาต้านไวรัสเริมในหากมีภูมิต้านทานต่ำหรือมีอาการรุนแรงกว่าปกติ หากมีการเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนคุณหมออาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย

ข้อควรระวัง : หากไม่สามารถดื่มน้ำหรือนมหรือกินอาหารได้เพราะเจ็บแผลในปากมาก อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำเป็นอันตรายได้ ก็ควรจะพาผู้ป่วยไปพบคุณหมอโดยเร็ว

 

4. แผลร้อนใน (Apthous)

แผลร้อนในธรรมดา มักเป็นแผลในช่องปากเพียงไม่กี่ตำแหน่ง พบในเด็กโตและผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเล็กวัยทารก แผลร้อนในธรรมดามักจะไม่มีไข้ ไม่มีผื่นตามร่างกาย และไม่มีอาการเจ็บคอ จึงแตกต่างจากแผลในปากจาก 3 สาเหตุข้างต้นนี้อย่างเห็นได้ชัด

ข้อควรระวัง : หากทารกมีแผลร้อนในบ่อย ๆ หรือมีแผลในช่องปากหลายตำแหน่งพร้อม ๆ กัน มีไข้ มีผื่น หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย ควรไปพบคุณหมอเพื่อพิจารณาตรวจหาสาเหตุ เพราะอาจไม่ใช่แผลร้อนในธรรมดาค่ะ

 

จะเห็นได้ว่าว่าโรคที่ทำให้เกิดแผลในปากทั้ง 4 โรคนี้จะมีสาเหตุและลักษณะอาการที่แตกต่างกัน หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตอาการลูกเป็นแผลในปาก ร้อนใน อย่างใกล้ชิดอาจจะสามารถแยกโรคเหล่านี้ออกจากกันได้ในเบื้องต้น แต่หากไม่แน่ใจก็ควรพาลูกน้อยไปปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุและจะได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไปนะคะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

หน้าฝนปล่อยลูกเล่นนอกบ้าน ต้องกำชับห้ามจับ กิ้งกือมีพิษ! ทารก เด็กเล็กยิ่งอันตราย

ทารกป่วยโรคไอกรน สูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง ส่วนใหญ่อายุน้อยกว่า 1 ปี ติดเชื้อจากคนในครอบครัว

ลูกปอดบวม หลอดลมอักเสบ เป็นไข้หวัดใหญ่ แม่แชร์อุทาหรณ์ มโนไปว่าลูกร้อน จนป่วยเป็นชุด

วิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง อยากให้ลูกหายไข้ไว ต้องเช็ดตัวลดไข้ตามวิธีดังนี้