ลูกน้อยส่งสัญญาณจะคลานแล้วจ้ะแม่

ลูกน้อยส่งสัญญาณจะคลานแล้วจ้ะแม่

ขวบปีแรกของทารก เป็นปีที่คุณแม่เฝ้าติดตามพัฒนาการของลูกน้อยมากที่สุด คอยลุ้นว่าเขาจะคว่ำ จะนั่ง จะคลาน จะยืน จะเดินจะพูดได้เมือไหร่ใช่ไหมคะ สำหรับการคลานนั้นจะเริ่มประมาณ 6- 10 เดือน คุณแม่สามารถช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยเริ่มคลานได้ไวขึ้นได้อย่างไร เรามีเคล็บลับมาฝาก

การคลานเป็นพัฒนาการขั้นต่อไปหลังจากที่เจ้าตัวน้อย กลิ้งได้ และนั่งได้ ซึ่งโดยปกติเด็กจะเริ่มคลานเมื่ออายุ 6-10 เดือน แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ ถ้าเจ้าตัวน้อยยังอยากจะนั่งเฉยๆ ไม่ยอมคืบคลานเสียที เพราะเด็กบางคนอาจมีพัฒนาการข้ามขั้นไปเป็นยืนและเดินเลย โดยไม่คลานก่อน

ในช่วงเริ่มแรกที่ลูกหัดคลาน เขาอาจจะเริ่มด้วยการ คืบ กระดึ๊บๆ หรือลากท้องและขา ด้วยกำลังแขนของเขานั่นเอง เจ้าตัวน้อยอาจเคลื่อนที่ด้วยการไถก้นไปบนพื้น หรือกลิ้งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง และแม้แต่คลานถอยหลัง ก่อนที่จะสามารถคลานไปข้างหน้าได้ การคลานด้วยรูปแบบต่างๆ ของทารกเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ

ลูกน้อยส่งสัญญาณจะคลานแล้วจ้ะแม่

เมื่อไรลูกน้อยสามารถลุกนั่งได้โดยไม่ต้องมีใครช่วย ขั้นต่อไปคุณจะสังเกตเห็นว่าลูกเอามือทั้งสองลงวางลงกับพื้น คว่ำหน้า และยกก้นขึ้น สัญญาณเช่นนี้คุณแม่เตรียมตัวได้เลยค่ะ ลูกน้อยของคุณพร้อมที่จะคลานแล้ว

วิธีคลานของทารกไม่ได้มีแค่แบบเดียว

มีวิธีการมากมายที่ทารกสามารถพาตัวเองไปข้างหน้าได้ คุณแม่ทราบไหมคะว่า รูปแบบการคลานของทารกนั้มีถึง 6 แบบเชียวนะ

1. คลานแบบปกติ

ลูกน้อยส่งสัญญาณจะคลานแล้วจ้ะแม่

2. คลานแบบหมี

ลูกน้อยส่งสัญญาณจะคลานแล้วจ้ะแม่

3. คลานด้วยท้อง

ลูกน้อยส่งสัญญาณจะคลานแล้วจ้ะแม่

4. คลานแบบปู

ลูกน้อยส่งสัญญาณจะคลานแล้วจ้ะแม่

5. คลานด้วยก้น

ลูกน้อยส่งสัญญาณจะคลานแล้วจ้ะแม่

6. คลานไปกลิ้งไป

ลูกน้อยส่งสัญญาณจะคลานแล้วจ้ะแม่

คุณแม่จะช่วยกระตุ้นให้ลูกคลานได้อย่างไร? คลิกหน้าถัดไป

คุณแม่จะช่วยกระตุ้นให้ลูกคลานได้อย่างไร?

วิธีกระตุ้นให้ลูกเริ่มคลาน วิธีที่ดีที่สุด คือ การให้ลูกได้เล่นในขณะที่นอนคว่ำ วิธีนี้เป็นการช่วยให้ลูกน้อยได้ออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอ หลัง ไหล่ และการควบคุมศีรษะ นอกจากนั้น ยังฝึกให้ลูกคุ้นเคย และรู้สึกสบายเมื่ออยู่ในท่านอนคว่ำอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน คุณยังสามารถช่วยให้ลูกน้อยยืนขึ้นโดยสอดมือของคุณใต้อ้อมแขนของเจ้าตัวน้อย เพื่อให้ลูกได้ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงบนขาหรือต้นขา รวมถึงการช่วยให้ลูกน้อยนั่งตัวตรงซึ่งต้องใช้กล้ามเนื้ออุ้มเชิงกรานและกล้ามเนื้อหลังในการประคองตัว คุณแม่อาจเล่นเกมจ๊ะเอ๋กับลูก เพื่อกระตุ้นให้ลูกน้อยสนใจและนั่งตัวตรงได้นานขึ้น ซึ่งการจะคลานได้นั้น ต้องใช้ทั้งกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อท้องที่แข็งแรงร่วมกันค่ะ

ของเล่นที่ที่มีเสียงเพลง หรือมีไฟ เป็นเครื่องมือที่ดีที่คุณแม่สามารถนำมาใช้กับลูกน้อยในการกระตุ้นให้ลูกเคลื่อนที่เพื่อไปคว้าของเล่นที่เขาสนใจ โดยคุณแม่ต้องไม่ลืมที่จะคลานเป็นตัวอย่างให้เจ้าตัวน้อยดูเป็นตัวก่อนด้วยนะคะ

สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการคลาน

เมื่อลูกเคลื่อนที่ได้ คุณแม่ควรระวังสิ่งต่อไปนี้

  1. ปิดเหลี่ยมมุมต่างๆ ให้เรียบร้อย
  2. เก็บกวาดสิ่งที่อยู่บนพื้นที่อาจเป็นอันตรายกับลูก เล่น เหรียญ กระดุม หรือของชิ้นเล็กๆ ที่ลูกอาจเอาเข้าปากและติดคอได้
  3. เก็บขวดสารเคมีต่างๆ เช่น น้ำยาทำความสะอาดพื้น น้ำยาซักผ้า ควรเก็บให้พ้นมือเด็ก
  4. เก็บสายไฟที่ห้อยจากเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เรียบร้อย เพราะลูกอาจดึงและหล่นลงมาทับได้
  5. ปิดรูปลั๊กไฟ
  6. ติดตั้งที่กั้นบันได ทั้งด้านบนและด้านล่าง
  7. ตรวจเช็กเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักมากว่ามีการยึดติดกับกำแพงอย่างแน่นหนาหรือยัง

บทความแนะนำ ระวัง 16 จุดอันตรายในบ้าน ทำลูกเกิดอุบัติเหตุถึงตาย !

ถ้าลูกไม่คลานล่ะ ทำไงดี?

คุณอาจเฝ้ารอวันที่จะเห็นลูกน้อยคลานได้อย่างใจจดใจจ่อ และอาจเป็นกังวลที่ไม่เห็นเจ้าตัวน้อยคลานเสียที ทั้งนี้การคลานหรือไม่คลานไม่ใช่เรื่องใหญ่ และไม่เป็นปัญหาต่อพัฒนาการของทารก เด็กบางคนสามารถข้ามไปยังพัฒนาการขั้นอื่นๆ ที่สำคัญกว่าได้เลย

แต่หากลูกน้อยอายุ 7 เดือนมีอาการตัวอ่อน และยังไม่สามารถทิ้งน้ำหนักลงบนเท้าได้เมื่อคุณประคองตัวเขาเอาไว้ แนะนำให้พาน้องไปพบคุณหมอนะคะ เพราะกล้ามเนื้อของลูกควรจะแข็งแรงแล้วในวัยนี้ และควรจับตาดูพัฒนาการโดยรวมของลูกน้อย หากคุณแม่มีข้อกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของลูก ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อความสบายใจค่ะ

ที่มา www.thebump.com

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

รถหัดเดิน อุบัติภัยใกล้ตัวเด็ก อันตรายที่แม่คาดไม่ถึง

เตือนภัย! ตู้ลิ้นชักล้มทับ อันตรายในบ้านสำหรับเด็กเล็กวัยปีนป่าย

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner