ลูกชอบโกหกและปิดบังความจริง!

โกหก โกหก โกหกเป็นเด็กเลี้ยงแกะ! คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าลูกชอบโกหกคุณหรือไม่ คำถามอยู่ที่ว่า เมื่อไหร่ที่ลูกจะเริ่มโกหกคุณ ลองอ่านบทความนี้แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมลูกถึงโกหกในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และคุณจะรับมือกับการที่ลูกชอบโกหกในสถานการณ์ที่อ่อนไหวเช่นนี้อย่างไร

ลูกชอบโกหก ลูกชอบโกหก

เป็นเรื่องเศร้าที่รู้ว่าเด็กในวัยเริ่ม 2-3 ขวบจะรู้สึกว่าตัวเองต้องโกหก และพวกเขาก็ทำเช่นนั้นจริง ๆ ดังนั้น กุญแจที่จะทำให้ลูกไม่โกหกคือการรู้ว่า "ทำไม" เขาถึงทำเช่นนั้น และรู้ "วิธี" ที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมในทางลบของลูก

ทำไมลูกชอบโกหก?

มีหลายสาเหตุด้วยกันที่ทำให้ลูกชอบโกหก เราลองมาเริ่มดูอันที่ง่ายที่สุดเพื่อดูว่าพฤติกรรมใดเป็นความไร้เดียงสา และเราไม่สามารถที่จะปิดกั้นจินตนาการของเขาได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเด็กในวัยนี้เป็นปกติอยู่แล้ว พวกเขามีจินตนาการอันโลดแล่นและไม่รู้ว่าจะแยกจินตนาการออกจากความจริงได้อย่างไร บางส่วนในจินตนาการของเขาเป็นเรื่องที่เขาไม่ได้เจตนา แต่ก็มีบางครั้งที่เขาตั้งใจให้มันเกิดขึ้น (เหมือนจะไร้เดียงสา แต่ก็เป็นเรื่องที่เขาตั้งใจให้เกิดขึ้น) อีกเหตุผลที่ลูกชอบโกหกคุณคือ เพื่อหลีกเลี่ยงการที่ต้องทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ เช่น "ใช่ค่ะแม่ หนูแปรงฟันแล้ว" สิ่งนี้จะออกมาจากปากลูกน้อยโดยง่ายดายเมื่อเขากำลังจดจ่ออยู่กับการเล่นของเล่นและไม่อยากไปทำอะไรอย่างที่คุณสั่ง

เด็กมักจะโกหกเกี่ยวกับการบ้านว่าทำเสร็จแล้วหรือทำงานบ้านเสร็จแล้วด้วยเหตุผลที่คล้ายกัน ลูกชอบโกหกเพื่อเลี่ยงการถูกทำโทษ คุณคิดว่ามันน่าทึ่งหรือไม่ล่ะที่เห็นลูกน้อยอีกคนร้องไห้เพราะโดนหยิก แต่ลูกอีกคนกลับปฏิเสธความผิดอย่างแน่วแน่ว่าเขาไม่ได้ทำ? แน่นอนว่าลูกคุณไม่อยากถูกทำโทษอยู่แล้ว บางครั้งเด็กโกหกเพื่อปกป้องบางคน ลูกสาวของฉันมีเพื่อนมาเล่นด้วยที่บ้าน ซึ่งเด็กคนนั้นไม่ค่อยเป็นเด็กดีเท่าไหร่ ฉันต้องคอยบอกเด็กคนนั้นถึงสองครั้งในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงว่าอย่าพูดไม่เพราะกับน้องของน้องบุ๋ม ซึ่งเป็นลูกสาวอีกคนของฉัน เมื่อลูกสาวคนเล็กของฉันเข้ามาในห้องพร้อมกับร้องไห้บอกว่าเพื่อนของน้องบุ๋มผลักเธอออกจากห้อง น้องบุ๋มกลับปฏิเสธว่าเพื่อนเธอไม่ได้ทำเพราะเธอรู้ว่าฉันไม่อนุญาตให้พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นในบ้านอยู่แล้ว หลังจากที่ซักถามไปได้สองครั้ง น้องบุ๋มก็ยอมรับว่าเพื่อนของเธอทำเช่นนั้นจริง ๆ ฉันจึงประกาศอย่างสุภาพว่าการมาเล่นด้วยกันในครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว และฉันพาเพื่อนของน้องบุ๋มไปส่งที่บ้าน  ลูกชอบโกหกก่อนที่จะรู้ตัวว่าเขาโกหก ผู้ใหญ่เองมักพูดสิ่งต่าง ๆ ด้วยความรีบร้อน เด็กก็ไม่ต่างกัน

หยุดการโกหกของลูกอย่างไร? หน้าถัดไป

วิธีควบคุมพฤติกรรมการโกหก

เราไม่ควรให้มีการโกหกเกิดขึ้น เพราะหากมีการโกหก นั่นหมายความว่าเราจะสูญสิ้นความเชื่อใจกัน และถ้าคุณไม่เชื่อใจ คุณก็ไม่มีความหวังต่อสิ่งใดเลย แต่ถึงแม้ว่าลูกชอบโกหกด้วยหลายเหตุผลก็ตาม คุณก็มีวิธีมากมายที่จะจัดการกับพฤติกรรมนี้ เด็กที่โกหกเนื่องจากจินตนาการอันโลดแล่นและเรื่องราวแฟนตาซีของเขาไม่ควรถูกทำโทษหรือถูกกำหนดระเบียบวินัย ในทางกลับกัน หากคุณสอนให้เขารู้จักแยกแยะความจริงออกจากจินตนาการ นั่นจะยิ่งทำให้เขาพัฒนาได้เร็วขึ้นและดีขึ้นด้วย การทำเช่นนี้ คุณควรคิดหาบทสนทนาที่เหมาะสมระหว่างคุณกับลูก พูดคุยกันเกี่ยวกับสิ่งที่คุณดู อ่านและเล่นสิ่งที่บ่งบอกให้รู้ถึงความจริงและโลกในนิยาย หากลูกของคุณยังไม่เข้าใจสิ่งที่คุณกำลังสื่อให้เขาทราบ คุณอาจลดปริมาณของเรื่องราวในโลกนิยายของเขาลงสักเล็กน้อย และพยายามสอนเขาต่อไปจนกว่าเขาจะสามารถแยกแยะได้ หากลูกคุณเกิดโกหกเนื่องจากอิทธิพลของเรื่องราวแฟนตาซีในโลกนิยาย ให้คุณใจเย็น ๆ และไม่ทำให้ลูกรู้สึกอับอายหรือเกิดความกลัว คุณควรพูดกับลูกดี ๆ ไม่พูดด้วยคำพูดเชิงกล่าวหา ควรพูดในสถานที่และเวลาที่เหมาะสมในคราวที่จำเป็น

เมื่อลูกคุณโกหกเพื่อจะได้ไม่ต้องทำบางสิ่ง วิธีการที่ได้ผลที่สุดคือ มอบหมายงานที่เขาไม่ชอบให้เขาทำบ่อย ๆ และทำอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น หากลูกชอบโกหกว่าทำความสะอาดห้องตัวเองแล้ว กำหนดเวลาให้เขาทำความสะอาดอีกครั้งโดยเทกล่องของเล่นเขาออกมา บางทีคุณอาจให้เขาทำซ้ำอีกครั้งหนึ่งหากจำเป็น หากลูกชอบโกหกว่าแปรงฟันแล้ว ลองให้เขาแปรงฟันทุก ๆ ชั่วโมงเป็นเวลา 1-2 คืน หากเขาพูดจาไม่เพราะกับพี่หรือน้องของเขา ลงโทษเขาโดยการให้เขาพูดคำสุภาพกับพี่หรือน้องของเขา หากลูกชอบโกหกเพราะความกลัว คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าอะไรที่ทำให้เขากลัว

หากเขากลัวว่าจะถูกลงโทษในสิ่งที่เขาทำและโกหกเพื่อปกป้องตัวเอง คุณจำเป็นต้องแสดงให้เขารู้ว่า ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมาหรือพูดอะไรไป การพูดความจริงเป็นสิ่งที่ถูกต้องและจะได้รับความเคารพมากกว่า การโกหกจะทำให้เขาถูกทำโทษที่โกหก และที่ทำสิ่งนั้น ๆ แล้วโกหกในทันที ความกลัวอีกอย่างที่ทำให้เด็กโกหก นั่นคือ ความกลัวว่าจะถูกดุด่าอย่างรุนแรง ในสถานการณ์เช่นนี้ คุณต้องสร้างความมั่นใจกับลูกว่าจะไม่มีใครทำร้ายเขาได้ตราบเท่าที่เขาเชื่อใจคุณ การโกหกเพื่อปกป้องบางคนอาจทำโดยที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ เมื่อคุณจับโกหกได้ว่าเขาโกหกเพื่อปกป้องบางคน คุณต้องรู้ว่าเขากำลังปกป้องใครและทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น

หากลูกชอบโกหกเพื่อช่วยเพื่อนของเขาให้พ้นผิด คุณควรแก้ปัญหาเช่นเดียวกับการโกหกเนื่องจากความกลัว หากลูกคุณถูกขู่ไว้ว่าต้องโกหกเพื่อบางคน คุณจะต้องจัดการกับสถานการณ์การด้วยความเห็นใจเขา ความกลัวเนื่องจากการขู่ทำร้ายหรือดุด่าว่ากล่าวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับเขา ลูกของคุณอาจรู้สึกกลัวและรู้สึกผิดอย่างมาก เป็นหน้าที่ของคุณที่จะคอยให้กำลังใจลูกและบอกให้เขารู้ว่าคุณจะอยู่เคียงข้างและปกป้องเขาเสมอ และนั่นจะเป็นการย้ำเตือนให้เขามีความเชื่อมั่นในตัวคุณมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด การโกหกเนื่องจากความเร่งรีบ (พูดก่อนคิด) เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และบางครั้งก็เป็นเรื่องงี่เง่าที่เราไม่ควรจะโกหกเลย แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว อย่าไปกังวลกับมันมาก แค่กระตุ้นให้ลูกพูดความจริงด้วยทัศนคติบวก บอกให้ลูกรู้ว่าครอบครัวคุณยอมรับเฉพาะความจริงเท่านั้น จากนั้น เมื่อเขาพูดความจริงแล้ว ทุกคนก็จะปล่อยให้เรื่องมันผ่านไป

สนับสนุนให้เขาพูดแต่ความจริง

ในเมื่อคุณไม่สามารถห้ามลูกของคุณไม่ให้โกหกได้ มีหลายวิธีที่ช่วยส่งเสริมให้เขาพูดความจริงและและลดการโกหกลงได้ โดยที่:

  • คุณเองควรพูดความจริงและซื่อสัตย์ต่อตนเองเสมอ
  • ห้ามลงโทษลูกเมื่อเขาบอกความจริงกับคุณ
  • อย่ากล่าวหาลูก ให้โอกาสเขาได้สารภาพในสภาพแวดล้อมที่ไม่ทำให้เขากลัว
  • อย่าทำเหมือนว่าคุณกำลังไต่สวนลูก การซักถามเขาอย่างหนักหน่วงจะยิ่งทำให้เขาปกป้องตัวเขาเองมากขึ้น และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น ลูกของคุณจะบอกเฉพาะสิ่งที่เขาคิดว่าคุณอยากได้ยินเพื่อให้เขารอดพ้นจากสถานการณ์นั้น ๆ

ควรให้เกียรติลูกได้พูดความจริงและแสดงให้เขารู้ว่าคุณเคารพในความจริงที่เขาพูดและรู้สึกชื่นชมในความพยายามที่จะพูดความจริงเสมอ