ลูกขาโก่ง ทำอย่างไร 100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 63

ลูกขาโก่ง ทำอย่างไร 100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่  63

คุณแม่ฟังทางนี้! ทำไงดี...เมื่อ ลูกขาโก่ง

อาการที่ ลูกขาโก่ง มักพบในเด็กในวัยช่วงหัดเดิน ซึ่งขา และเข่าจะโก่ง หรือโค้งงอเท่า ๆ กัน ทั้งขาซ้าย และขาขวา หรือบางรายอาจจะพบว่า ขาโก่งข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า ขาโก่งตามสรีระ (physiologic bow legs) อย่างไรก็ตาม อาการขาโก่งที่ลูกเป็นอยู่นั้น ต้องแยกให้ออกว่า มีลักษณะโก่งแบบธรรมชาติ ซึ่งถ้าเป็นในลักษณะนี้ อาการจะค่อยหายไปเมื่อโตขึ้น แต่ถ้าเป็นโรคขาโก่งที่ไม่หาย ลักษณะขาโก่งของลูกคุณอาจจะมีอาการโก่งมากขึ้น

ตอนที่ 63 ลูกขาโก่ง ทำอย่างไร

สำหรับภาวะขาโก่ง แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ใหญ่ ๆ คือ

1. ขาโก่งตามธรรมชาติ หรือขาโก่งปกติ ซึ่งในช่วงเด็กวัยก่อน 2 ขวบ จะพบว่ามีอาการขาโก่งแบบนี้ได้ เชื่อว่า เป็นเพราะขณะที่เค้าอยู่ในครรภ์มารดานั้น อาจจะมีอาการขดตัว ทำให้เกิดการตึงของเส้นเอ็น และการรั้งของกล้ามเนื้อด้านในของข้อเข่า แต่พอเค้าเริ่มยืน กล้ามเนื้อส่วนนี้มีการออกแรง ร่างกายก็จะปรับเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าที่จริง ๆ ก็เมื่อเค้าอายุประมาณ 2 ขวบขึ้นไป

2. ขาโก่งที่เกิดจากความเป็นโรค หรือขาโก่งผิดปกติ สาเหตุเกิดจากเนื้อกระดูกผิดปกติ หรือเป็นอาการแสดงหนึ่งของกลุ่มโรคกระดูกอ่อน ข้อเข่าเสื่อม หรือเกิดจากความผิดปกติของข้อต่อสะโพก เป็นต้น โดยคุณพ่อคุณแม่สังเกตได้จากเวลายืน หรือเดินเด็กมักจะหมุนขาเข้าใน ซึ่งถ้าหลังจากลูกอายุ 3 ขวบไปแล้ว ยังมีลักษณะขาโก่งอยู่ การเดินเหมือนเป็ด ถือว่าผิดปกติ ให้นำลูกไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ตอนที่ 63 ลูกขาโก่ง ทำอย่างไร

การดัดขาลูกแล้วจะไม่ทำให้ขาโก่งจริงไหม

การดัดขาลูกทำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีความเชื่อว่าดัดขาลูกตอนอาบน้ำในช่วงอายุตั้งแรกเกิดถึง 2 ขวบจะทำให้ขาลูกไม่โก่ง  ความเชื่อนั้นในปัจจุบันมีคุณหมอบางท่านได้ออกมาพูดว่า การดัดขาลูกนั้นไม่มีส่วนช่วยให้ขาลูกหายโก่งได้ หากดัดขาไม่ถูกวิธีแถมจะทำให้ขาลูกผิดรูป หรือหักด้วยซ้ำ เด็กขาโก่งที่โก่งตามธรรมชาติ จะหายได้เองอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องดัด หากเด็กบางคนต้องเผชิญกับโรคขาโก่ง การดัดก็ไม่สามารถทำให้โรคขาโก่งนั้นหายไปได้เช่นกัน โรคขาโก่งที่เกิดขึ้นนั้นต้องดูว่ามาจากสาเหตุไหน  แล้วพบแพทย์เพื่อแก้ปัญหาดีที่สุดค่ะ

ส่วน ขั้นตอนการรักษา  ในเด็กที่เป็นโรคขาโก่งผิดปกติ แพทย์จะวินิจฉัยทำการรักษา โดยใช้อุปกรณ์ในการดามขา ดามให้ขากลับมาตรง อุปกรณ์ที่ดามจะยาวจากต้นขาลงมาถึงเท้า และต้องใส่นานหลายชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจจะทำให้เด็กเดินลำบากได้ หรือการรักษาโดยการผ่าตัด ให้กระดูกตรงขึ้น ร่วมกับการใส่เฝือกขาหลังการผ่าตัดประมาณ 1 – 2 เดือน ซึ่งในเด็กเล็ก กระดูกจะสามารถติดกันเร็วมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กอายุมากขึ้นการรักษาก็จะยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น จะต้องรับการรักษาให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะถ้าเด็กอายุมากเกินกว่า 3 ปี ส่วนใหญ่แล้ว จะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม จะมี ภาวะขาโก่ง บางอย่าง ที่รักษาค่อนข้างยาก เช่น ภาวะขาโก่งที่ปล่อยไว้นานเกินไป หรือภาวะขาโก่ง ที่มีผลกระทบกับโรคอื่น ๆ ของร่างกาย ลักษณะอย่างนี้ การรักษาก็จะมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นอีก

ตอนที่ 63 ลูกขาโก่ง ทำอย่างไร

การป้องกันไม่ให้ลูกน้อยต้องเผชิญกับโรคขาโก่ง 

  1. สังเกตความผิดปกติลักษณะร่างกายของลูกอยู่ตลอด ลักษณะขาที่ยังโก่งอยู่ของลูกในอายุใกล้ 3 ปี ถือว่าเป็นความผิดปกติ และส่งผลต่อการเดินของลูกเป็นสิ่งที่แม่สังเกตได้ง่าย ๆ จึงควรพาลูกพบแพทย์ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน หากปล่อยไว้นาน จะทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ หรืออาจจะแก้ไขได้ยาก
  2. วิตามินดี วิตามินดีช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัสซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างกระดูก เป็นสิ่งสำคัญที่แม่อย่าให้ลูกขาด นำไปสู่โรคกระดูกอ่อนจะส่งผลให้ลูกขาโก่งได้ เด็กสามารถรับวิตามินดีได้จากการรับแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้า  และให้ลูกทานอาหารจากธรรมชาติที่มีวิตามินดีด้วย เช่น ปลาที่มีไขมันมาก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู  เนื้อวัว  ชีส ไข่แดง และเห็ด อาหารเหล่านี้ก็เป็นตัวช่วยเสริมสร้างวิตามินดี ให้ลูกน้อยได้
  3. พ่อแม่อย่าละเลยการตรวจสุขภาพของลูกหลังคลอด การตรวจสุขภาพของเด็กจะทำให้พ่อแม่ทราบถึงความผิดปกติต่าง ๆ ของลูกน้อยตั้งแต่คลอด สามารถแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นทันถ่วงที

การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาโก่ง หลักการสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง ไม่ให้เด็กอ้วน เพราะภาวะนี้จะพบมากในเด็กที่อ้วน การเฝ้าสังเกตุดูอาการของลูก ถ้าลูกเริ่มเดินขาโก่งแล้วรู้สึกว่ามันไม่ดีขึ้น อายุเริ่มเข้าใกล้ 2ขวบแล้ว ขายังคงโก่งมากอยู่ หรือขาโก่งไม่เท่ากัน จะต้องรีบพาไปพบแพทย์ อย่างไรก็ตาม ถ้าปล่อยให้ภาวะขาโก่งนาน ๆ อาจมีการเจริญของขา ฝั่งด้านผิดปกติทำให้กระดูกเกิดการผิดรูป และสั้นลงด้วย ทำให้ขาโก่งมากขึ้น และข้อเข่าที่ผิดรูปจะทำให้เสื่อมได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ในช่วงเด็กยังเล็ก ๆ คุณพ่อ - คุณแม่ควรเอาใจใส่ คอยดูถึงพัฒนาการของลูกสักนิด ถ้าหากลูกของคุณ เริ่มจะมีภาวะขาโก่งแล้ว ต้องรีบมาปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด จะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที

 

ที่มา : (A) , (B)

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

ammy

app info
get app banner