ภาพแม่ให้นมลูก ฉบับขาวดำสุดคลาสสิก

ภาพแม่ให้นมลูก ฉบับขาวดำสุดคลาสสิก

พบการภาพถ่ายแม่ให้นมลูก ฉบับขาวดำ ที่บอกคำเดียว แม้จะไม่ใช่ภาพสี แต่ก็งดงามเกินบรรยาย

ซาราห์ เมอร์เนน ช่างภาพชาวออสเตรเลียชื่อดัง ได้ตระเวนไปรอบโลก เพื่อถ่ายภาพของแม่ที่กำลังให้นมลูกในโปรเจคที่ชื่อว่า “ชาวออสเตรเลียกับการให้นมแม่” ที่เมื่อคุณดูแล้ว ต้องบอกได้คำเดียวว่า สวย และเปี่ยมไปด้วยความหมายจริง ๆ ค่ะ มาดู ภาพแม่ให้นมลูก ในเวอร์ชั่นขาวดำ สุดคลาสสิคกันค่ะ

ภาพแม่ให้นมลูก

ภาพแม่ให้นมลูก เพราะเราต้องการความแตกต่าง

ภาพแม่ให้นมลูก

ที่บ่งบอกถึงพลังอำนาจของความรักและความอบอุ่นจากคนเป็นแม่

ภาพแม่ให้นมลูก

ที่ต่อให้เป็นภาพขาวดำ ก็มีความสวยไม่ต่างอะไรกับภาพสีเลย

ภาพแม่ให้นมลูก

ดังนั้น อยากขอให้คุณแม่ให้นมลูกทุกคน

แม่ให้นมลูก

จงเชื่อมั่นในตนเองว่า ได้ทำสิ่งที่ดีให้กับลูก

แม่ให้นมลูก

ขอเพียงแต่อย่ายอมแพ้จากสิ่งต่าง ๆ รอบข้าง

แม่ให้นมลูก

เพราะรักของแม่มีพลังที่ยิ่งใหญ่ ที่พวกเราทุกคนอยากขอสรรเสริญ

เพราะว่าน้ำนม และความอบอุ่นจากอก ที่ส่งผ่านความรักความห่วงใยจากแม่สู่ลูก ของขวัญล้ำค่า อีกชิ้นที่แม่มอบให้ลูกน้อยตั้งแต่วันแรก ซึ่งจะทำให้เจ้าตัวเล็ก เติบโตอย่างแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต

นมแม่ ของขวัญล้ำค่า จากอกแม่สู่ลูกน้อย

ในน้ำนมแม่นั้น มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ในการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่สิ่งที่มีคุณค่ากับลูกน้อยมากที่สุด นั่นก็คือ ระบบภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต ที่ได้จากการรับประทานนมแม่ โดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังคลอด เพราะนมแม่ในช่วงนั้นถือว่าเป็นหัวน้ำนม หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ น้ำนมเหลือง เป็นน้ำนมที่มีคุณค่ามากที่สุดที่คุณแม่ต้องให้เจ้าตัวน้อยกินให้ได้ เพราะมีสารภูมิคุ้มกันที่ดีกับลูกน้อยมากที่สุดนั่นเอง โดยประโยชน์ที่เจ้าตัวน้อยจะได้รับจากการดื่มนมแม่นั้นมีคร่าว ๆ ดังนี้

  • พัฒนาการมองเห็น
  • พัฒนาการเจริญเติบโตของสมอง
  • ลดโอกาสในการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ระบบทางเดินอาหารแข็งแรง ไม่ท้องเสีย ลำไส้ไม่อักเสบ
  • ลดโอกาสการเป็นโรคภูมิแพ้

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้น้ำนมแม่นั้นมีความพิเศษกว่าอาหารอื่นใดนั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากระบบการสร้างน้ำนมที่มีชื่อว่า อะโพไครน์ ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ และมีเฉพาะในมนุษย์และแพะเท่านั้น โดยกระบวนการสร้างน้ำนมในรูปแบบนี้ จะได้สารอาหารจากธรรมชาติที่เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ในปริมาณสูง โดยประกอบด้วยสารอาหารสำคัญ 4 ชนิดดังนี้

  • นิวคลีโอไทด์ ส่วนสำคัญในการสร้าง DNA และ RNA เป็นองค์ประกอบสำคัญในเซลล์ต่าง ๆ ของลูกน้อย ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ช่วยให้ร่างกายของลูกดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทอรีน กรดอะมิโนชนิดสำคัญ ที่เป็นเหมือนสารอาหารสมองที่สำคัญ ช่วยให้ระบบประสาทและสมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้กระบวนการทำงานของจอประสาทตามีประสิทธภาพ สามารถมองเห็นได้ดี
  • โพลีเอมีนส์ สารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และมีส่วนช่วยในการส่งเสริมระบบทางเดินอาหารของลูกน้อยให้สมบูรณ์ ดีต่อกระบวนการขับถ่าย ลดปัญหาท้องผูก
  • โกรทแฟคเตอร์ สารอาหารที่มีหน้าที่ในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของอวัยวะทุกส่วน ให้ร่างกายของลูกน้อยนั้นแข็งแรง

มหัศจรรย์นมแม่ เพิ่มความฉลาดให้สมองของลูกน้อย

  • เสริมสมองให้ฉลาดด้วยรักจากแม่

ช่วงเวลาที่แม่ให้นมลูกน้อย คือ ช่วงเวลาแห่งความสุข การสัมผัสโอบกอด  สายตาของแม่และลูกที่จ้องมองกันขณะให้นม การพูดคุยสื่อสารหรือแม้แต่การร้องเพลงเบา ๆ ให้ลูกฟัง ล้วนเสริมเสริมสร้างความรัก ความอบอุ่น  สายใยระหว่างแม่ลูก แถมยังดีไปถึงสมองอีกด้วยเพราะสารแห่งความสุขในเวลานั้นช่วยกระตุ้นเส้นใยประสาททำให้มีการแตกแขนงโยงใยประสาทในสมองมากขึ้น

  • เสริมสมองให้ฉลาดด้วยน้ำนมแม่

องค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ ได้แนะนำการให้นมแม่เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน เนื่องจากน้ำนมแม่มีสารอาหารที่สำคัญกว่า 200 ชนิด  และมีสารอาหารที่สำคัญที่ช่วยบำรุงสมอง ได้แก่

MFGM หรือ Milk Fat Globule Membrane สารอาหารชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มโปรตีนและไขมัน ที่มีบทบาทสำคัญช่วยเสริมสร้างปลอกไขมันหุ้มใยสมอง ช่วยเพิ่มความเร็วในการรับ – ส่งสัญญาณของระบบประสาท เป็นขบวนการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมองนับแสนล้านเซลล์ เชื่อมต่อแล้วดีอย่างไร คำตอบคือ ยิ่งเซลล์สมองมีการเชื่อมต่อมากขึ้นและเร็วขึ้นเท่าไร พัฒนาการทางสมองของลูกน้อยก็จะมีโอกาสเพิ่มความฉลาดมากขึ้นนั่นเอง

ยังมีสารอาหารที่สำคัญอีก 1 ชนิด คือ DHA ส่งผลต่อระดับเชาวน์ปัญญา ที่เพิ่มขึ้นของลุกน้อย  อ้างอิงผลการวิจัยของ Lucas A และคณะ (1992) พบว่า ปริมาณนมแม่ที่ให้กับทารกมีผลโดยตรงต่อคะแนนเชาวน์ปัญญา โดยเฉพาะค่าคะแนนด้านการพูด (verbal scal) สูงกว่าเด็กที่ไม่ได้ดูดนมแม่ถึง 9 จุด

นอกจากนี้ ยังมีคำยืนยันทางการแพทย์จากทีมงานวิจัยในประเทศไทย โดย ดร.วีณา จีระแพทย์ และคณะ  พบว่า เด็กทารกกลุ่มที่เลี้ยงด้วยน้ำแม่อย่างเดียวยาวนานถึง 6 เดือน มีคะแนนเฉลี่ยของความฉลาดทางอารมณ์รวมและรายด้าน (ในด้านเก่ง ดี และมีสุข) สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กกลุ่มที่เลี้ยงด้วยน้ำแม่ร่วมกับนมผสม และอาหารเสริมอื่น ๆ

น้ำนมจากอกแม่ ให้ประโยชน์มหาศาล นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างความอบอุ่น ส่งผ่านสายใยรัก จากแม่สู่ลูกอีกด้วย

ที่มา : Boredpanda

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

10 เรื่องน่ารู้ของ “นมแม่” ที่ถูกอ่านมากที่สุดในปี 2016

โปรตีนในน้ำนมแม่ คุณแม่ต้องรู้!

นมแม่ ของขวัญล้ำค่า จากอกแม่สู่ลูกน้อย

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner