พัฒนาการทางภาษา เด็กวัย 9 เดือน เรียนรู้ถึงขั้นไหนแล้ว

พัฒนาการทางภาษา เด็กวัย 9 เดือน เรียนรู้ถึงขั้นไหนแล้ว

เริ่มเติบโตอย่างเต็มที่ สำหรับ เด็กวัย 9 เดือน มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด เด็กวัย 9 เดือน จะมีการเรียนรู้ถึงขั้นไหน มีวิธีสังเกตและกระตุ้นอย่างไรบ้าง

 

เด็ก 9 เดือน 

ช่วงนี้ลูกจะเคลื่อนไหวไว และคล่องแคล่ว ทั้งการคลาน การยืน รวมถึงการเดินรอบ ๆ และจะมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นพิเศษ คุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยการใช้ของเล่นที่มีสีสด ๆ กระตุ้นด้วยดนตรีหรือร้องเพลง

 

เมื่อลูกเบื่อต้องเปลี่ยนกิจกรรมทันที 

ด้วยวัยนี้จะมีการอยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา เพราะเขาพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่ตลอด และหากลูกเริ่มรู้สึกเบื่อกับกิจกรรมที่ทำอยู่ หรือด้วยสภาพแวดล้อม คุณแม่ควรหากิจกรรมใหม่ให้ลูกทันที หรืออาจพาลูกไปเดินเล่นนอกบ้านเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศค่ะ

 

ดูแลรักษาฟันเจ้าตัวน้อย 

ฟันซี่แรกของเจ้าตัวน้อยอาจงอกขึ้นมา ฟันของทารกแต่ละคนนั้นขึ้นในช่วงที่แตกต่างกัน และคุณพ่อคุณแม่ก็จำเป็นต้องหมั่นสังเกตอาการของเขาไว้ให้ดี ทุกครั้งที่ไปพบหมอฟันเพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก คุณพ่อคุณแม่ควรพาเจ้าตัวน้อยไปด้วย เพื่อคุณจะได้เป็นตัวอย่างให้เขาเห็นว่าการรักษาสุขภาพช่องปาก/ฟันที่ถูกต้องนั้นทำอย่างไร

 

กล้ามเนื้อของลูกน้อย 

ในช่วงวัยนี้คุณแม่อาจต้องเลือกซื้อเสื้อผ้าไซส์ 1 โดยเฉพาะหากลูกมีขนาดรูปร่างใหญ่ ทารกวัยนี้โตขึ้นภายในชั่วช้ามคืนขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโตและกักเก็บพลังงานร่างกายไว้คุณพ่อคุณแม่ไม่มีอะไรต้องห่วง หากเจ้าตัวเล็กของคุณยังมีความสุข ร่าเริง และมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ดูแลสุขภาพตัวเองด้วย เดือนนี้ยังไม่ต้องฉีดวัคซีนให้เจ้าตัวเล็ก

กล้ามเนื้อมัดเล็ก : เด็กในช่วงวัยนี้จะใช้นิ้วมือได้ เช่น การชี้ การหยิบของ คุณแม่สามารถกระตุ้นด้วยการให้ลูกหยิบอาหารชิ้นเล็ก ๆ เข้าปากเอง  แต่ไม่ควรเป็นอาหารชนิดแข็ง

กล้ามเนื้อมัดใหญ่ : ลูกสามารถลุกนั่งจากที่นอน คลาน เหนี่ยวตัวยืน เกาะยืน คุณแม่สามารถกระตุ้นได้โดยการให้ลูกได้นั่งเล่น คลาน เกาะ ด้วยตัวเอง โดยคุณแม่คอยดูอยู่ใกล้ ๆ

 

ด้านร่างกายที่สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ 

  • คลานได้คล่องขึ้น
  • เด็กบางคนลุกขึ้นยืนโดยที่ไม่ต้องจับ ยืนได้สักพักแล้วก็จะรู้จักงอเข่านั่งเอง
  • ชอบตบมือ หรือเอาของเล่นมากระทบกัน
  • สามารถต่อบล็อกได้ 2 ชั้น

 

วิธีกระตุ้นการเคลื่อนไหว หรือประสาทสัมผัส 

เด็กวัย 9 เดือน

เด็กวัย 9 เดือน

สามารถกระตุ้นเส้นประสาทที่ฝ่าเท้าของลูกได้อีก  โดยการนำวัตถุที่มีพื้นผิวลักษณะต่างๆ กัน เช่น ก้อนหิน ฟองน้ำ สก็อตไบรท์ ที่สะอาดมาถูที่เท้าทีละข้างของลูก ระหว่างนั้น คุณแม่ก็อย่าลืมชวนลูกคุยไปด้วยนะคะ เช่น  “นี่ฟองน้ำนะจ๊ะลูกเป็นไง นุ่มมั้ย หนูรู้สึกอย่างไรบ้างจ๊ะ”  “อันนี้สก็อตไบรท์นะจ๊ะ หนูชอบไหม จั๊กจี๋หรือเปล่า”

 

การสื่อสาร หรือด้านภาษา 

จะพยายามเลียนเสียงที่ได้ยิน จะเริ่มพูดคำง่าย ๆ เช่น บา มา ดา และจะมีการแสดงท่าทางพร้อมกับเสียง เช่น เมื่อนำของเล่นออกไปจากลูก ลูกจะแสดงอาการร้องไห้ คุณแม่ควรฝึกให้เขาเข้าใจในความหมายของคำ เช่น การขอ

 

ด้านการสื่อสารที่สามารถสังเกตได้ 

  • ลูกอาจพูดคำ 1-2 พยางค์ซ้ำๆ กันได้
  • พูดคำที่มีความหมาย เช่น มะมา ปะปา ได้บ้างแล้ว
  • รับรู้น้ำเสียงว่าแบบไหนคือ แม่กำลังดุ แบบไหนแม่กำลังชม
  • เด็กบางคนอาจฟังเข้าใจในสิ่งที่คนพูดด้วยและสามารถพูดตอบกลับได้ เช่น ไม่ และสามารถทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้ เช่น มาหาแม่ที หยิบลูกบอลให้หน่อย

 

วิธีกระตุ้นด้านการสื่อสาร 

b4

เด็กวัย 9 เดือน

  • อ่านหนังสือให้ลูกฟัง – อ่านหนังสือ หรือเล่านิทานให้ลูกฟังทุกวัน วันละ 5-10 นาที โดยเฉพาะก่อนนอนหรือหลังมื้อกินนม
  • ชวนลูกชมนกชมไม้ – อุ้มลูกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้บ้าน หรือสวนในบ้านของเราเอง ชี้ชวนให้ดูสิ่งต่างๆ ที่เห็น บอกเขาว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร เช่น “ดูสิใบไม้สีเขียว” “ก้อนหินลื่นจัง” “ดอกไม้สีเหลือง” ฯลฯ พร้อมให้ลูกได้สัมผัส ได้จับสิ่งต่างที่พูดถึงด้วย เพราะการได้สัมผัสประกอบการเรียนรู้จะทำให้ลูกจดจำได้ดีกว่า
  • ฝึกลูกพูดกัน  –   สอนลูกให้พูดคำง่ายๆ  เช่น ปา-ปา มา-มา   จากนั้นสังเกตและฟังเสียงที่ลูกพูดออกมาว่าใกล้เคียงกับเสียงของคุณแม่มากน้อยแค่ไหน

 

ด้านการมองเห็น 

เด็กมีความอยากรู้อยากเห็นมาก คุณแม่สามารถกระตุ้นการมองเห็นด้วยการให้มองของเล่นสีสด ๆ หรืออาจจะใช้โมบายแขวนก็ได้ และสีของผนังห้อง รวมไปถึงการจัดมุมเรียนรู้ที่มีหลากสี ก็จะสามารถกระตุ้นการมองเห็นได้เป็นอย่างดีค่ะ

 

theAsianparent Thailand เชื่อว่าการศึกษาที่ดีจะช่วยเสริมสร้างรากฐานที่ดีให้กับเด็ก เป็นการเริ่มต้นสร้างสภาะแวดล้อมในการเรียนรู้ได้อย่างสมวัย และเป็นไปตามที่พ่อแม่ต้องการการเลือกโรงเรียนให้กับลูกคือหัวใจหนึ่งของการศึกษา เพราะการเลือกโรงเรียนตั้งแต่เนอสเซอรี่ การเลือกโรงเรียนอนุบาล เป็นด่านแรกที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกได้ เช่น มีหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรวิชาการที่พอดีกับการเรียนรู้ การใช้ Play Base Learning เพื่อเสริทสร้างพหุปัญญษทั้ง 8 ด้าน หรือ EF ที่ทำให้ลูกได้เรียนรู้ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill อย่างสมดุลย์ เพราะการเรียนรู้ที่ดี สามารถเรียนรู้ได้ต่อเนื่องไม่จำกัด และทำให้เด็กค้นพบตัวตน และมีความสุขกับการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

ที่มา : (1),(2)

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง :

รวม 7 อาหารเด็ก 1 ขวบ อาหารญี่ปุ่น เพิ่มพัฒนาการ อาหารอร่อยที่ลูกชอบ!

อยากรู้ว่าลูกฉลาดแค่ไหน แม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกหัวไว ส่อแววอัจฉริยะ เทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาด

เข้าใจช่วงรับรู้ไวและส่งเสริม ให้ลูกมี พัฒนาการด้านภาษา ที่ดีได้อย่างไร

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

nantichaphothatanapongbow

app info
get app banner